เทียนพรรษา อุบลราชธานี

9 กรกฎาคม 2560 เป็นวันเข้าพรรษา งานแห่เทียนพรรษาเป็นงานใหญ่ประจำจังหวัดอุบลราชธานี  ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวขนาดว่ามีอัฒจันทร์ให้นั่งชมสำหรับคนที่อยากดูของจริงมากกว่าการถ่ายทอดสดหรือดูแห้งผ่านยูทูบ งานนี้ทำให้เงินจากการท่องเที่ยวเดินสะพัดในจังหวัด  ในอีกด้านหนึ่งงานนี้ใช้เงินอย่างเดียวเนรมิตไม่ได้ เป็นชาวบ้าน วัด โรงเรียน ที่ร่วมใจกันเป็นสถานที่ ฝีมือ กำลังคน ที่ทำให้ต้นเทียนอันงดงามนับสิบๆ ต้นสำเร็จได้ เทียนที่ใช้แห่ปีที่แล้วถ่ายเมื่อมีนาคมปีนี้ กับที่นำมาสร้างใหม่สำหรับพรรษานี้ วัดสระบัว   เจตนาของการไปอุบลราชธานีในครั้งนี้คือไปดูเขาทำเทียนพรรษา แต่ได้มามากกว่านั้น เพราะ * ได้มีโอกาสหล่อเทียนในวัดเล็กนอกเมือง และได้ร่วมในกระบวนการแต่งต้นเทียนทั้งเทียนเล็กในหมู่บ้าน และเทียนใหญ่ที่จะแห่โชว์    นายช่างบอกว่า “ติดไม่สวยไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมแต่งเติม”  วัดสระประสานสุข   คลึงเทียนขี้ผึ้งให้บางจนแสงส่องทะลุได้ นำมาตัดด้วยทองเหลืองปลายแหลมแบน จิ้มไปในเนื้อมะพร้าวเป็นครั้งคราวเพื่อให้ปลายทองเหลืองติดน้ำมัน จะได้ตัดลายได้ง่ายขึ้น วัดป่าใหญ่   นายช่างคนนี้บอกว่า  “ทุกชิ้นที่ทำผมใช้หมดครับ ไม่มีทิ้ง”  ถ้าอยู่ดูแห่ในวันจริงคงอดนึกครึ้มใจไม่ได้ว่า เรามีส่วนช่วยนะ แม้จะเป็นลายกนกเล็กๆ เพียง ๑ -๒ ลาย แต่ลายเล็กๆ ทั้งหมดรวมกันไม่ใช่หรือสร้างภาพใหญ่ * ได้เห็นความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจของผู้คน ช่างประติมากรรมลงมือแกะ นักเรียนหมุนเวียนกันมาช่วยพิมพ์ขี้ผึ้ง ตัดขี้ผึ้งตามแบบพิมพ์…

“นักเขียนฝึกหัด” กับคุณนิลวรรณ ปิ่นทอง

Book Notice ชื่อหนังสือ น้ำหมึกหลากสี   72 ปีแห่งการเขียนและเรียนรู้ เล่ม ๒ ตอน “นักเขียนฝึกหัด”​ ผู้เขียน นวพร เรืองสกุล ผู้จัดจำหน่าย  ศูนย์หนังสือจุฬาฯ 0 2255 4433 http://www.chulabook.com สำนักพิมพ์  KnowledgePlus 08 1825 8929 ราคา 189 บาท หนังสือเล่ม ๒ ในชุด น้ำหมึกหลากสี ที่ทำนองจะเป็นอัตชีวประวัติ แต่ก็ไม่เชิง เพราะมีแต่ส่วนที่เป็นงานเขียนเป็นหลัก เล่มแรกเล่าถึงการเรียนและการเขียนในวัยเด็กจนจบโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา  เล่มสองนี้ เล่าเรื่องตอนที่เข้าเป็นนิสิตคณะอักษรศาสตร์ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2505 ก็ 55 ปีมาแล้ว มีบันทึกประจำวันที่วิพากย์วิจารณ์ทั้งเรื่องเดินขบวนทวงเขาพระวิหาร และเรื่องการเชียร์รักบี้และฟุตบอลประเพณีในสมัยนั้น  ซึ่งแตกต่างจากสมัยนี้อย่างสิ้นเชิงในเรื่องวิธีเล่นสนุกของเด็กวัยไม่ถึงยี่สิบ และนึกแปลกใจตนเองว่าแม้แต่สมัยนั้นก็เป็นนักวิจารณ์แล้ว แม้ว่าจะแอบวิจารณ์เงียบๆ ไว้ในสมุดบันทึกประจำวันก็ตาม  ในบันทึกยังเล่าเรื่องการสอบชิงทุนไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา และค้นเจอข้อสอบที่สอบในสมัยนั้น จึงคัดบางส่วนมาลงไว้ให้คนรุ่นใหม่ดูว่า ข้อสอบแบบที่เคยสอบเรียกว่า ยากหรือง่าย นอกจากนั้นก็มีเรื่องการเรียนและงานกับการเที่ยวช่วงปิดภาคฤดูร้อนสมัยเป็นนักศึกษาที่สหรัฐอเมริกา …

สงครามระหว่างรัสเซียกับอังกฤษและฝรั่งเศส ค.ศ. 1853 – 1856

ภาพ By Maximilian Dörrbecker (Chumwa) – Own work, usingOpenStreetMap datathis file for the orientation map inset, CC BY-SA 2.0, https://commons.wikimedia.org/w/index.php?curid=31740327 สงครามไครเมีย เรื่องที่รัสเซียสนับสนุนรัฐบาลซีเรีย กับที่ฝ่ายตะวันตกอีกหลายประเทศสนับสนุนกองกำลัง IS (ทั้งๆ ที่ตอนแรกๆ สหรัฐฯ ทำท่าจะเป็นคู่กรณีของ IS) กำลังเป็นข่าวและเป็นความกังวลเรื่องสงครามนานาชาติครั้งใหญ่ ทำให้นึกถึงเรื่องสงครามในอดีตระหว่างรัสเซีย กับอังกฤษและพันธมิตรเมื่อกว่า 150 ปีมาแล้ว ไครเมีย เป็นคาบสมุทรในทะเลดำ ประเทศยูเครน เคยเกิดสงครามขึ้นมาครั้งหนึ่งในปี ค.ศ. 1853 โดยรัสเซียกับประเทศในยุโรปอื่นๆ รวมสหราชอาณาจักร เรียกกันว่าสงครามไครเมีย ยุโรปหลังสงครามนโปเลียนปลอดจากการรบราฆ่าฟันกันอยู่หลายสิบปี ด้วยสนธิสัญญาแห่งเวียนนาที่ร่วมกันจัดทำขึ้นโดยอังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซีย ปรัสเซีย และออสเตรีย  ระบบกษัตริย์ได้รับการธำรงไว้แม้ในฝรั่งเศส แต่มีช่องว่างอยู่ช่องหนึ่งคือจักรวรรดิออตโตมานที่กำลังอ่่อนแอ จนได้ฉายาว่าคนป่วยแห่งยุโรป หลายดินแดนใต้การปกครองของจักรวรรดิพยายามแยกตัวออก ถึงจังหวะหนึ่งพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ ๑…

เรื่องที่อยากรู้เกี่ยวกับสุขภาพ

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่รู้ว่า ปัญหาสุขภาพในพื้นที่เกิดจากการใช้สารเคมีในการกำจัดศัตรูพืช คนทำงานป่วยเป็นโรค บางคนตายคาไร่ และผู้บริโภคก็ป่วยด้วย จึงหาทางแก้ปัญหาที่ต้นตอในระดับพื้นที่ โดยสนับสนุนการปลูกและเปิดช่องทางการขายข้าวและพืชผักต่างๆ ที่เป็นเกษตรอินทรีย์ แทนสินค้าเกษตรที่แถมยาฆ่าแมลงและสารเคมีต่างๆ ให้กับผู้บริโภค เรื่องนี้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสามารถทำงานร่วมกับ องค์การบริหารส่วนท้องถ่ิน โรงพยาบาลสุขภาพระดับตำบล  อาสาสมัครสาธารณสุข คนจำนวนมากห่วงสุขภาพตนเอง และพยายามดูแลตนเองอยู่่ สังเกตได้จากข่าวสุขภาพใน line ติดอันดับพอๆ กับข่าวลือ (ไม่นับ good morning และดอกไม้สวยๆ ที่ copy แล้ว forward) แต่ความรู้ในไลน์เชื่อได้เพียงไหน องค์กรที่มีความรู้ด้านสุขภาพออกมาพูดเองน่าจะได้น้ำหนักมากกว่า   การให้ความรู้คือการสร้างพลังให้กับประชาชน ไม่ว่าประชาชนผู้นั้นจะเป็นผู้ผลิตหรือผู้บริโภค และเป็นการตัดข้อแก้ตัวว่า “ไม่รู้” ของผู้ผลิตและผู้จำหน่ายลงไปได้ รวมทั้งฝ่ายผู้บริโภคและองค์กรต่างๆ ควรออกมาช่วยกันกดดัน เรียกร้องให้ผู้ค้ารายใหญ่ต้องรับผิดชอบกับสินค้าที่วางขายในสถานประกอบการของตนว่าตรงตามคุณภาพ เช่น บอกว่า ปลอดสารเคมี ก็ต้องมีมาตรการดูแลให้ปลอดสารเคมีจริง ระบุว่าออร์แกนิก ก็ต้องออร์แกนิกจริง เป็นต้น ผู้ค้าบางรายเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ด้วย การสร้างความน่าเชื่อถือยิ่งเป็นเรื่องจำเป็น และเป็นความรับผิดชอบต่อสังคมโดยตรง เพราะการค้าขายที่เป็นธรรมคือการค้าขายที่ไม่เบียดเบียนผู้ผลิตและผู้บริโภค   งานประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความรู้ต่างๆ ถ้าท้องถิ่นหรือราชการส่วนภูมิภาคคิดขึ้นมาได้  ก็น่าจะนำไปเผยแพร่ต่อระดับชาติได้ งานให้ความรู้บางเรื่อง…

โรงภาพยนตร์สกาลา 1

 ไปดูภาพยนตร์เรื่อง The Sound of Music ที่โรงภาพยนตร์สกาลา เพื่อรำลึกถึงความหลัง และเพื่อให้หลานตัวน้อยๆ เห็นหนังจอใหญ่ แทนดูจากจอคอมพิวเตอร์ที่บ้าน สิ่งที่ยังประทับใจอยู่คือล้อบบี้ของโรงภาพยนตร์ ที่มีโคมระย้าดวงโต จำได้ว่าในเวลานั้นเจ้าของโรงทุ่มเงินทำให้โรงนี้เป็นโรงที่โอ่อ่างดงามที่สุดในภูมิภาค                  ความงดงามยังอยู่ แต่อนาคตของโรงไม่แน่นอน ดังที่คุณนันทา ตันสัจจา เคยให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งที่พาดหัวว่า “ตัวไม่อยู่ ขอให้โรงหนังอยู่” ว่า สัญญาจะหมดมกราคม 2560 ข้อเสนอให้เก็บอาคารโรงภาพยนตร์สกาลาไว้เป็นมรดกทางสถาปัตยกรรม ผ่านทางเวปไซต์ Change.org ที่มีผู้ร่วมลงชื่อเกินหมื่นคน ในเวลาอันรวดเร็ว ต่อมามีรายงานการให้สัมภาษณ์รองอธิการบดีฝ่ายทรัพย์สินของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ว่า จะต่อสัญญาถึง มกราคม 2563 เพราะว่ายังไม่รู้ว่าจะพัฒนาเป็นอะไร เป็นโครงการใหญ่เกินจะทำเอง ต้องให้เอกชนมาเสนอแนวคิด และต้องทำตามพระราชบัญญัติร่วมทุน ต้องจ้างคนมาศึกษาก่อนว่าทำอะไรจะเหมาะสมที่สุด ท่านยังได้กล่าวต่อไปว่า ไม่อยากให้คนโฟกัสไปแต่ที่สยามสแควร์ ยังมีที่อีกหลายแห่งเช่นสามย่าน สวนหลวง เรื่องโรงภาพยนตร์สกาลาเปิดประเด็นให้ตั้งข้อสังเกตได้หลายประการ เรื่องนี้เป็นเรื่องชาวเมือง และเป็นเรื่องเศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ มนุษย์ศาสตร์…

ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม

คำว่า “ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม” (participative democracy) แยกได้เป็นสองคำ คือ “ประชาธิปไตย”  กับ “การมีส่วนร่วม” คนที่เป็นประชาธิปไตยต้องมี mindset (ความเชื่อที่มีผลต่อพฤติกรรม) แบบหนึ่ง คนอื่นจะเป็นผู้ลงความเห็นว่าคนๆ หนึ่ง เป็น “ประชาธิปไตย” หรือไม่ จากการสังเกตพฤติกรรมต่างๆ ของคนๆ นั้น การมีส่วนร่วมทำได้หลายวิธี วิธีหนึ่งคือการลงประชามติในประเด็นหนึ่งประเด็นใด โดยก่อนถึงขั้้นตอนสุดท้ายของการไปลงประชามติ ผู้จะลงประชามติจะต้องรู้เรื่องและเข้าใจประเด็นว่าลงเรื่องอะไร การมีส่วนร่วมจึงตั้งต้นตั้งแต่ตอนที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรณรงค์ โน้มน้าว ชักจูง ให้ลงคะแนนให้กับฝ่ายของตน และผู้มีสิทธิลงคะแนนมีหน้าที่รับฟัง ศึกษาหาความรู้ และไตร่ตรองอย่างรอบคอบก่อนจะไปทำหน้าที่ลำดับสุดท้ายคือลงคะแนนเสียง แต่ด้วยวิธีลดรูปแบบไทยๆ ที่สรุปว่า ประชาธิปไตยคือมีเลือกตั้ง เราก็เลยปรับเปลี่ยนการมีส่วนร่วมให้เหลือเพียงการให้มีตัวแทนของภาคส่วนต่างๆ เช่น ตัวแทนของกลุ่มวิชาชีพ กลุ่มผู้ด้อยโอกาส (องค์กรที่เกี่ยวกับสังคม) กลุ่มคณาจารย์ (ในสถาบันอุดมศึกษา) ในคณะกรรมการใหญ่ที่กำหนดนโยบายและบริหารองค์กร เมื่อลองวิเคราะห์ตัวแทนของกลุ่มต่างๆ ก็มักจะพบว่า (๑) มีไม่ครบทุกกลุ่ม และบางกลุ่มก็มีตัวแทนเกินขนาด (คือ over representation)   (๒) ตัวแทนซ้ำหน้า เสมือนหนึ่งว่าคนนั้นๆ มีอาชีพเป็นตัวแทน …

คุณูปการของการเขียน

Acceptance Speech เนื่องในโอกาสรับรางวัลนักเขียนบทความดีเด่นประจำปี ๒๕๕๘    กองทุน ม.ร.ว. อายุมงคล โสณกุล     ณ วังสวนผักกาด วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ได้รับโทรศัพท์ แต่ไม่ได้รับสาย เพราะอยู่ต่างประเทศ วันต่อมา คือ ๑๕ พฤศจิกายน โทรศัพท์กลับทันทีที่ถึงแผ่นดินไทย คุณประยอม ซองทอง แจ้งว่า ดิฉันได้รับการคัดเลือกให้ได้รับรางวัลนักเขียนบทความดีเด่น ของกองทุน ม.ร.ว. อายุมงคล โสณกุล ตอนแรกที่ได้ข่าวก็เฉยๆ สองสามวันต่อมา เริ่มรู้สึกพองๆ ลึกๆ อยู่ในใจ แบบลูกโป่งค่อยๆ พองลม เป็นความภูมิใจที่มีผู้ทรงคุณวุฒิให้ความเห็นยืนยันว่า ข้อเขียนที่ดิฉันเขียนไปนั้น มีคุณค่า มีประโยชน์   นักเขียนทุกคน ต้องมีภาษา มีเนื้อหา มีเวที และมีผู้อ่านคอยติคอยชม ครูภาษาไทย เป็นบุคคลที่ระลึกถึงด้วยความขอบพระคุณอยู่เสมอ ด้วยการสอนให้ลองเขียนคำประพันธ์หลากหลายแบบ จนกระทั่งสมัยเรียนชั้นมัธยม บทกลอนที่เขียนได้ออกวิทยุในรายการของคุณสวัสดิ์…