Big Data ในกระทรวงสาธารณสุข: เรื่องง่ายที่ยิ่งใหญ่

 Data บ้านเรามีอยู่ทั่วไป แต่…      กระจัดกระจาย (scattered)      ไม่สมบูรณ์ (incomplete)      ไม่เป็นรูปแบบเดียวกัน (not uniformed)      ไม่เชื่อมโยงกัน (not integrated)       ไม่มั่นใจในความถูกต้องเพราะขาดการสอบทานหรือขาดการจัดเก็บอย่างเป็นระบบ (lack of data integrity) และ       มักไม่เป็นที่เปิดเผยเพื่อผู้อื่น (inaccessible)    จึงทำให้เป็น Big Data ยาก แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำไม่ได้ กล่าวโดยเฉพาะสำหรับกระทรวงสาธารณสุข ข้อมูลรวมหาได้ง่ายมาก หรืออันที่จริงไม่ต้องหาเลย ถ้ามีเป้าหมายว่าทุกข้อมูลจะต้องใช้ประโยชน์ได้หลายแบบ โดย… หนึ่ง โรงพยาบาลนำเข้าข้อมูลเป็นรูปแบบเดียวกัน และด้วยคำจำกัดความที่เหมือนกัน)  ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลที่ใดในประเทศนี้ สอง  นำเข้าครั้งเดียว ใช้ได้ทั่วทั้งระบบเล็กในโรงพยาบาล และระบบใหญ่ทั้งประเทศ  เมื่อมีฐานข้อมูลเดียวกันที่เชื่อถือได้ (ดูภาพจากบทความที่แล้วเรื่อง…

สาเหตุที่โรงพยาบาลของรัฐ (เฉพาะในสังกัด สำนักงานปลัด) ขาดทุน

ปวดหัวอาจจะมาจากหลายสาเหตุ ต้องพิเคราะห์ความเป็นไปได้เป็นเรื่องๆ ไป ไม่มียาวิเศษขนานเดียวแก้โรคปวดหัวจากทุกสาเหตุ  เรื่องโรงพยาบาลขาดทุนก็ทำนองเดียวกัน คราวที่แล้วนำข้อเสนอปฏิรูประดับระบบการให้บริการสุขภาพมาเสนอแล้ว คราวนี้ขอกลับไปที่สาเหตุของปัญหาในโรงพยาบาลแยกตามลักษณะของปัญหา  และทางแก้ปัญหาเฉพาะกลุ่ม   สาเหตุของปัญหาทางการเงินของหน่วยบริการและข้อเสนอแนะทางแก้ปัญหา  ปัญหาด้านการเงินที่เกิดกับหน่วยบริการอันมีที่มาจากส่วนกลางหรือภาพรวมมี 3 ด้านคือ ก. เงินจำนวนรวมไม่พอ   ข. การจัดสรรไม่เหมาะสม และ ค. การบริหารจัดการไม่ดี ข้อมูลจากการศึกษาของผู้บริหารจัดการโครงการจากงบทดลองโดยรวม มีข้อบ่งชี้ว่าจำนวนเงินโดยรวมเริ่มไม่พอ และถ้าหากว่ายังหาข้อสรุปไปในทางอื่นไม่ได้ สปสช. ควรหยุดการเพิ่มสิทธิประโยชน์ไว้ก่อน แต่เรื่องนี้อยู่นอกขอบเขตการทำงานของคณะกรรมการฯ ส่วนอีกสองด้านที่เหลือเป็นเนื้อหาของบทนี้ ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ทำให้รายได้ไม่พอกับรายจ่าย (ปัญหาของโรงพยาบาลไม่ใช่ปัญหาของบุคคล) ที่ต้องการการแก้ไขระดับกระทรวงหรือกระทรวงร่วมกับสปสช.  ข้อเสนอแนะที่ 1 ปัญหาเกิดมาจน แก้ปัญหาด้วยการจ่ายแบบขั้นบันไดเพื่อให้ครอบคลุมต้นทุนโรงพยาบาล โรงพยาบาลขนาดเล็กบางแห่งจำเป็นต้องให้เกิดมาเพื่อให้บริการประชาชนในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ที่ประชากรเบาบาง ตามนโยบายของรัฐที่จะให้มีโรงพยาบาลชุมชนในทุกอำเภอของประเทศไทย  โรงพยาบาลแบบนี้ไม่ได้ economy of scale ในการดำเนินการ จึงมีค่าใช้จ่ายจำนวนหนึ่งเป็นต้นทุนคงที่ที่สูงกว่ารายได้ที่หาได้  ดังนั้น การขาดทุนจากการดำเนินงานเป็นปัญหาของตัวโรงพยาบาลนั้นเองและนานไปก็กลายเป็นปัญหาหนี้สินล้นพ้นตัว  เรื่องนี้ไม่อาจเยียวยาอาการร่อแร่ได้ด้วยการหยอดน้ำเกลือ แบบให้เงินไปทีละครั้งเพื่อพยุงไว้ตามแต่จะมีเสียงเรียกร้อง แต่ควรแก้ไขให้ฟื้นได้จริง โดยดำเนินการจาก 2 ด้านคือ ก. กระทรวงสาธารณสุขประเมินต้นทุนคงที่ที่จำเป็น เพื่อให้ดำรงการให้บริการขั้นต่ำที่หน่วยบริการหนึ่งพึงมีในระดับคุณภาพที่กำหนดเอาไว้ให้ได้ โดยไม่ใช้จำนวนเตียงเป็นบรรทัดฐานเพียงปัจจัยเดียว เพราะอัตราการครองเตียงของหน่วยบริการขนาดเล็กก็ค่อนข้างต่ำ…

ปรับรื้อ สธ และจัดโครงสร้างระบบสุขภาพใหม่ ตอนที่ 2

ตอนที่ ๑ ได้เสนอแนะโครงสร้างของระบบสุขภาพที่ควรมีการปรับใหม่ แยกให้ชัด ระหว่าง ผู้วางนโยบาย (policy maker)  ผู้ให้บริการ (provider) ผู้ซื้อบริการ (purchaser) และผู้กำกับ (regulator)  ครั้งนี้เป็นข้อเสนอแนะที่เหลือ ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม การมีท้องถิ่นเป็นเจ้าของโรงพยาบาล ในเรื่องนี้มีข้อสังเกตว่า แต่ละประเทศมีผู้ให้บริการแบบใดบ้างจะขึ้นอยู่กับความเป็นมาและบริบทสังคมของแต่ละประเทศนั้น ประเทศที่ท้องถิ่นเป็นเจ้าของโรงพยาบาลมักมีประวัติศาสตร์การเมืองและการปกครองแบบอิสระต่อกันมาก่อน หรือว่าท้องถิ่นมีขนาดใหญ่แบบมณฑลในสมัยก่อนหรือเขตในสมัยนี้ และค่อนข้างอยู่ตัวไม่เปลี่ยนแปลงบ่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ซอยย่อยแบบที่ประเทศไทยเพิ่มจังหวัดและอำเภอ กระทรวงน่าจะพิจารณาประเด็นนี้แล้วสร้างทางเลือกหลายๆ ทาง เช่น ก. ด้านการให้บริการ ชักชวนให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นร่วมลงทุนในโรงพยาบาลชุมชนหรือโรงพยาบาลทั่วไปในสังกัดสำนักงานปลัดฯ หรือลงทุนในบริการบางด้านโดยโรงพยาบาลร่วมสนับสนุนด้านวิชาการ โดยท้องถิ่นมีส่วนเข้ามาร่วมบริหาร จะประหยัดงบประมาณส่วนกลาง ได้ความมีส่วนร่วมในท้องถิ่นและป้องกันปัญหาการเกิดโรงพยาบาลขนาดเล็กที่อาจไม่ได้คุณภาพในการให้บริการ ข. ด้านการซื้อบริการ โรงพยาบาลและงานในส่วนภูมิภาคพัฒนาบริการระดับชุมชนและท้องถิ่นแล้วนำเสนอให้ท้องถิ่นเลือกซื้อเป็นบริการเสริมสำหรับประชาชนในพื้นที่ งานด้านส่งเสริม ป้องกันระดับชุมชนน่าจะเป็นงานที่ท้องถิ่นมีบทบาทได้สูง ในเรื่องนี้มีผู้เขียนไว้ว่า การตกลงกันซื้อ package ทำได้หลายลักษณะ เช่น ทำเป็นสัญญาที่ระบุผลการดำเนินงาน (performance contract) สัญญาให้บริการในบางเรื่อง (service contract) สัญญาที่อิงกับต้นทุนโรงพยาบาล (input contract) และตกลงให้บริการเหมา (block) หรือกำหนดเป็นจำนวนชิ้นงาน…

ปรับรื้อ สธ และจัดโครงสร้างระบบสุขภาพใหม่

รายงานของคณะกรรมการพิจารณาปัญหาสถานะทางการเงินและปรับปรุงระบบการเงินและบัญชีของหน่วยบริการ สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เรื่องโรงพยาบาลสุดแดนสยามสามทิศ ที่ลงไปปี 2559 เป็นเบื้องหลังของการทำงาน  คราวนี้ขอนำบางส่วนของรายงานมาเสนอ   (บทที่ 8) สถานการณ์เชิงระบบ ความเห็นและข้อเสนอแนะ การสาธารณสุขของไทยเป็นเสาหลักที่แข็งแกร่งของประเทศ มีโรงพยาบาลครอบคลุมทั่วประเทศ มีบุคลากรที่มีความสามารถกระจายทั่วประเทศ แต่เวลานี้โรงพยาบาลจำนวนหลายร้อยโรงกำลังมีปัญหาด้านการเงินขาดมือ อันเป็นปัญหาเฉพาะหน้า และยังก่อให้เกิดคำถามว่า เงินขาดมือจริงหรือ ข้อมูลถูกต้องน่าเชื่อถือเพียงใด คณะกรรมการชุดนี้ได้ให้ข้อเสนอแนะเพื่อตอบคำถามเหล่านี้ใน 3 ระดับคือ ก. แก้ปัญหาการทำข้อมูลทางการเงินและบัญชีในปัจจุบัน ในระดับโรงพยาบาลและระดับกระทรวง ข.  แก้ไขปัจจัยแวดล้อมภายนอกที่ส่งผลมากระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมถึงการทำงานด้านการเงินและการบัญชีของโรงพยาบาลในระดับส่วนงาน เพื่อลดการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ค. พัฒนาระบบด้านการเงินและการบัญชีและข้อมูลอื่นๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน เป็นระบบ ใช้งานได้ง่าย ความเห็นและข้อเสนอแนะ เรื่องเฉพาะหน้า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทั้งกระทรวงสาธารณสุขและสปสช. ต่างก็รับรู้ปัญหาและออกมาตรการเยียวยาต่างๆ ในขณะเดียวกันก็มีข้อสงสัยเสมอว่าข้อมูลดีพอหรือไม่ ในครั้งนี้จึงขอเสนอว่า ก.          ควรยุติการหาข้อมูลที่ยังไม่ค่อยเป็นระบบมายืนยันว่ามีปัญหา แต่ควรลงมือปรับปรุงข้อมูลให้เป็นระบบ (ต้นทุนในการลงมือเก็บข้อมูลที่จะต้องทำเพิ่ม 1 รายงานทุกเดือน ถ้าเจ้าหน้าที่ใช้เวลาเพียง 1 วันต่อรายงาน สำหรับ 800 โรงพยาบาล จะเป็นเงินเกิน 10…

เปลี่ยนกับขาย เป็นทางเลือกไหม กับกรณีของนิตยสารบ้านเรา

นิตยสารเปิดใหม่และนิตยสารปิดตัวลงอาจจะเป็นเรื่องปกติ  แต่ในปี พ.ศ. ๒๕๕๙ การปิดตัวของนิตยสารอายุยืนยาวกว่า ๖๐ ปี ข้ามบรรณาธิการมาได้ ๒ ชั่วคน แบบ สกุลไทย และนิตยสารอายุ ๒๕ ปี กับชั่วอายุของบรรณาธิการหนึ่งคนอย่าง พลอยแกมเพชร ทำให้หันมาตั้งคำถามกับตนเองว่า “เกิดอะไรขึ้น” คำตอบ “ขาดทุน” “ยอดขายตก” “สายส่งลดจำนวนลงทำให้กระจายหนังสือยาก”  เป็นอาการของปัญหา สาเหตุที่รับกันทั่วไปคือ “สื่อใหม่เข้ามาเบียด”  แต่ว่าง่ายไปหรือเปล่าที่จะยกเรื่องเทคโนโลยีที่เร็วและแรงในเวลานี้มาเป็นสาเหตุสำคัญสาเหตุเดียว สาเหตุที่คาดเดาเอาเอง มีอย่างน้อย ๓ ประเด็น คือ  (๑) สื่อใหม่  (๒) ตนเอง  (๓) สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป  เช่น  “คนไม่สนใจหนังสือประเภทนี้” เป็นรสนิยมที่เปลี่ยน และอาจมีสื่อแบบใหม่มาแข่งขันในเนื้อหาใหม่ (เพราะหนังสือเดิมแต่ทำเป็น อีบุ๊กส์ ก็ยังไม่ใช่คำคอบ)  “คนไม่อ่านหนังสือ” (ไม่ว่าจะอ่านจากสื่อไหนๆ) กับ  “คนซื้อหนังสืออ่านน้อยลง” (แต่ยังอ่านเท่าเดิม) เป็นเรื่องเชิงพฤติกรรม  การไม่ซื้อหนังสืออ่าน อาจจะมากับแนวคิดเรื่อง sharing economy…

Taxi, Uber, Grab, etc. เอาไงแน่ ทำไงดี 

มีข่าวส่งมาทางไลน์เรื่องคนไร้สัญชาติ ที่ต้องใช้เวลาอันยาวนาน สิ้นเปลืองทั้งเงินและกำลังใจ ในการพิสูจน์สัญชาติหรือขอสัญชาติ ระหว่างนั้นก็ประสบความยากลำบากต่างๆ นานา  และก็เคยได้อ่านเรื่องอาจารย์ท่านหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย ที่ต้องใช้เวลายาวนาน เงินทองอีกจำนวนหนึ่ง และเอกสารอีกหลายปึก เพียงเพื่อพิสูจน์วันเดือนปีเกิดของตนเอง ทำให้คิดว่าสังคมนี้ จะทำอะไรให้ถูกต้องนั้นยาก การทำอะไรที่ผิดกฎแบบทำไปก่อนแล้วค่อยคุยทีหลังกลายเป็นทัศนคติ  และ การที่บางคนหรือบางอย่างดำรงอยู่อย่างผิดกฎหมายเป็นผลประโยชน์ต่อบุคคลบางกลุ่ม สภาพเช่นนี้ทำให้เกิดแรงจูงใจในการพยายามรักษาสภาพการผิดกฎหมายเอาไว้ ข่าวรอบตัวทำให้ถึงข้อสรุปนี้ *หาบเร่แผงลอยผิดกฎหมาย แต่คนที่ทำผิดได้ (เงิน) ดี  ทั้งคนขาย คนให้เช่าหน้าร้าน ฯลฯ​ *บุกรุกที่ทำกินไปก่อน แล้ววันหนึ่งก็ได้เอกสารสิทธิ (คนไม่บุกก็ไม่ได้อยู่นั่นเอง) ไม่มีเหตุไม่มีรางวัลสำหรับการเป็นคนดี เชื่อฟังกฎหมายเอาเสียเลย *รถคล้ายตุ๊กๆ จดทะเบียนได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับกรมการขนส่งทางบก จึงมีทั้งรถแบบนี้ที่มีทะเบียนและไม่มีทะเบียน  คันที่ไม่มีทะเบียนเมื่อนำออกไปขับก็ถูกปรับบ้าง ไม่ถูกปรับบ้าง แล้วแต่ (ดวง?) ฯลฯ ผ่านปฏิวัติและปฏิรูปมาหลายครั้งหลายคราว เรื่องนี้ไม่เปลี่ยนแปลง ขอถามว่าเราคิดจะธำรงสังคมแบบนี้ต่อไปอีกนานสักเพียงใด เกริ่นมายาว เพื่อจะเข้าสู่กรณีแท็กซี่ กับรถรับจ้างอื่นๆ ที่มีข่าวเป็นระยะๆ แท็กซี่เป็นรถที่ควรเรียกได้ทั่วไปและคิดเงินตามระยะทาง คนขับควรจะรู้เส้นทางพอสมควร และทำงานตามอาชีพอย่างซื่อตรง แต่ปรากฎว่าหลายปีมานี้ คนขับไม่รู้ทาง กริยา วาจาและการแต่งกายไม่เรียบร้อย ผู้โดยสารเรียกได้แต่ว่าคนขับปฏิเสธไม่รับด้วยเหตุผลต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นเวลาเช้า…

จากนา (และสวน) มาเป็นเมือง

น้ำท่วมขังในเมืองทุกครั้งที่ฝนตกหนัก นอกจากพลเมืองจะไม่ช่วยกันรักษาคูและท่อระบายน้ำให้สะอาดเพื่อให้น้ำไหลสะดวกแล้ว ยังเป็นเรื่องการใช้ที่ดินที่ขาดการวางผังอย่างดีอีกด้วย  และการไม่วางผังอย่างดีมีผลข้างเคียงอื่นๆ อีก เช่น ทุเรียนนนท์ตอนนี้แพงลิบ ฯลฯ​  เรื่องนี้เขียนเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๒ ลงพิมพ์ในนิตยสาร สตรีสาร  และรวมพิมพ์เป็นตัวอย่างบทความในหนังสือน้ำหมึกหลากสี ฯ ตอน นักเขียนฝึกหัด เห็นว่ายังใช้ได้อยู่กับสภาพวันนี้ และยังแพร่กระจายไปสู่เมืองหลักในภูมิภาคต่างๆ อีกด้วย จึงนำมาเสนอไว้อีกครั้ง  – นวพร เรืองสกุล 28 พ.ค. 2557 ตอนที่เครื่องบินพร้อมจะร่อนลงสนามบินดอนเมือง ผู้โดยสารมีโอกาสได้เห็นกรุงเทพมหานครทางอากาศถนัดตา ตั้งแต่แม่น้ำเจ้าพระยาที่ทอดคดเคี้ยว คลังน้ำมันแถวคลองเตย ตึกสูงอันเป็นจุดสังเกตถนนสุขุมวิท ย่านบ้านจัดสรรหลังคาบ้านติด ๆ กัน นาน ๆ จะเห็นสีเขียวให้พักหายใจสักหย่อมหนึ่ง เช่น บริเวณวัดและสนามกอล์ฟ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่มีอาคารปลูกสร้างประปรายชิดริมทาง ถัดออกไปจะเห็นสีเขียวเป็นพืด แสดงให้เห็นว่าเป็นที่ดินที่ใช้เพื่อการเกษตร ผู้ใหญ่เคยเล่าให้ฟังว่าเขตพระโขนงนั้นเดิมเป็นท้องนา คนสมัยใหม่พอนึกภาพได้จากภาพยนตร์เรื่อง แผลเก่า ซึ่งฉากในเรื่องสมมุติว่าเป็นเรื่องของหนุ่มสาวบ้านนาริมคลองแสนแสบ มองจากท้องฟ้าจะเห็นว่าปัจจุบันนี้ตึกกำลังรุกที่นาให้ถอยร่นออกไป “เป็นเรื่องจริงที่แปลก” เพื่อนนักเศรษฐศาสตร์ผู้หนึ่งปรารภ “เรามีที่ดินทำการเกษตรดี ๆ กลับเอามาถมที่สร้างเป็นเมือง แล้วคนที่จะทำการเกษตรก็ต้องไปหักร้างถางพงทำการเพาะปลูกในที่ที่บุกเบิกใหม่ ซึ่งเนื้อดินอาจไม่เหมาะเท่าของเดิม” เรื่องนี้เป็นเรื่องแปลกที่พอมีเหตุผลอธิบายได้ เมื่อคนเราแรกตั้งถิ่นฐานจะเลือกพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์…