Uber Stories 7 – เรื่องตื่นเต้น

เรื่องที่ ๒๖ เฉียดตาย ใกล้ปีใหม่แล้ว ว่าจะยุติเรื่องชุดคนขับรถแบบใช้ app เรียก  แต่ก็มีเรื่องตื่นเต้นให้เขียนเพิ่มเติม คนขับคนนี้เล่าว่าพ่อตาถูกงูเขียวหางไหม้กัด เขาต้องเลิกงานขับรถดิ่งกลับต่างจังหวัดเพื่อไปดูแล หลังจากนั้นคำถามของเขามีเพียงว่า “ผมสงสัยว่า ทำไมพ่อตาไม่ยอมไปหาหมอที่โรงพยาบาล แต่กลับไปหาหมองูตามความเชื่อของคนในหมู่บ้านนั้น และหายไม่เป็นอะไรมาก แค่บวมๆ เท่านั้น   ชาวบ้านบอกว่าทุกคนที่มาหาหมองูทุกคน ถ้าโดนงูกัดจะหาย แต่ถ้าไปโรงพยาบาล บางรายรอด บางรายไม่รอด” ผู้โดยสารไม่มีคำตอบค่ะ เรื่องที่ ๒๗ เรื่องระทึกกลางทะเล วันพฤหัสที่ 21 ธันวาคม 2560 เวลา 9:30 น. ขากลับจากเกาะมาขึ้นฝั่ง รถของผมเป็นคันสุดท้ายที่แล่นเข้าไปในเรือเฟอรี่ทางหัวเรือ ผมนั่งอยู่หน้าเรือบนท้ายรถของผมที่รับนักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวเกาะในอ่าวไทย วันนั้นแดดจ้า ฟ้าใส  ลมพัดมาเย็นเฉียบ ผมนั่งมองทะเลที่เวิ้งว้างเหมือนมองภาพผ่านจอโทรทัศน์ขนาดยักษ์ เรือเริ่มค่อนๆ หันหัวแล่นเข้าแนวโค้งเพื่อมุ่งเข้าสู่ท่า ใจผมกำลังคิดถึงลูก อยากให้มาดูทะเลด้วยกัน ทันใดนั้นเรือลำน้อยก็โผล่เข้ามาในจอกว้างตรงหน้า (ลำนั้นคล้ายลำนี้นะครับ) เฮ้ย เฮ้ย ผมร้องได้แค่นั้นเพราะไม่รู้จะบอกอะไรต่อ และไม่มีใครอยู่ตรงนั้นสักคนที่จะได้ยินเสียงผม  ชาวประมงสองคนที่กำลังหาปลาหากุ้ง ยืนเก้กัง ละมือจากอวนมาติดเครื่องเรือ ผมรีบโบกมือให้สองคนนั่นกระโดดทิ้งเรือ เพราะเรือเฟอรี่ลำที่ผมนั่งกำลังตรงรี่เข้าใส่เรือหาปลาลำน้อยอย่างไม่มีทีท่าว่าจะชะลอหรือเหหัวเปลี่ยนทิศทาง…

Uber Stories 5 – โลกที่กำลังเปลี่ยน

 เรื่องที่ ๑๙ การค้าซบเซา “ผมขับรถเต็มเวลา ไปได้อยู่ แต่ผู้โดยสารบอกว่าเศรษฐกิจไม่ดีเลย เงียบมาก” คนขับรถชวนคุย ‘เอาละซิ จะมาแบบการเมืองมีสีไหมนี่ ประเภทว่าทหารไม่ดี นายกที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ไม่ว่าใครก็ไม่เข้าท่าทั้งนั้น ฯลฯ’  คำตอบของผู้โดยสารคนนี้จึงเป็นคำกลางๆ  “ตอนนี้มีดีเป็นบางกิจการ ไม่ดีบางกิจการนะ”  “ผมได้ยินแต่คนบ่นว่าไม่ดี กำลังซื้อไม่มี” เขาแย้งนิ่มๆ  “กำลังซื้อหายเพราะคนไม่มีรายได้ หรือว่ารายได้เท่าเดิมแต่ว่าค่าอาหารแพงขึ้นมาก สองเรื่องนี้ดูเผินๆ จะคล้ายกัน”  “สำหรับผม ผมหารายได้ได้เท่าเดิมแต่อาหารแพง” “เหมือนกันเลย ฉันก็รู้สึกอย่างนั้น ฉันมีเงินเท่าเดิม แต่ถูกแย่งไปเป็นค่าอาหาร ก็มีเหลือสำหรับอย่างอื่นน้อยลง” ตกลงกันได้ตรงนี้ จบจากเรื่องราคาอาหาร ก็ขอต่อไปเรื่องผลผลิตจากการทำงาน (productivity) “นายจ้างเองจะอยู่รอดได้ในสมัยนี้ก็ต้องเปลี่ยนวิธีทำงาน หาเครื่องมือเข้ามาใช้ ทำงานด้วยระบบงานที่ดีขึ้น วิธีนี้ผลผลิตต่อคนจะเพิ่ม คนที่อยู่ในงานจะมีรายได้มากขึ้น สู้กับเขาได้ ไม่งั้นก็ตายเหมือนกัน” “แต่ถ้าเขาเปลี่ยนไปใช้เครื่องจักร บางคนก็จะตกงาน”  เขายังกังวล “แล้วคนที่ตกงานจะไปไหน” “นี่เป็นปัญหาที่ต้องดูแลแก้ไขด้วยตนเอง  นายจ้างเรียนรู้ที่จะปรับการทำงาน  คนทำงานทุกคนก็ต้องเรียนรู้ที่จะปรับเปลี่ยน คนที่ปรับได้ก็อยู่ได้  แต่ถ้ายืนอยู่อย่างเดิมก็เท่าเดิมหมดทุกคน แต่ในเมื่ออาหารแพงขึ้น ก็จะจนกันหมดเลย  ฉันว่าคนที่ตกงานก็ต้องหางานอื่นทำ บ้านเรางานมีนะ…

Uber Stories 4 – แลกเปลี่ยนความรู้

เรื่องที่ ๑๔ หัดใช้ App. ป้าใช้แอ็บไม่ค่อยเป็น ถ้าจะเรียกใครต้องรอไปอยู่ ณ จุดที่ต้องการเรียกเสียก่อน คนขับรถของแอ๊บนั้นๆ คือแหล่งเรียนรู้และเขาเต็มใจสอน เช่น ครั้งหนึ่งคนชับถามว่า “วันนี้คุณใช้โปรโมชั่นหรือเปล่า” “ไม่รู้ซิ ไม่รู้ว่ามีหรือไม่มี เขาดูยังไง” ผู้ขับจึงสอนว่า จะดูว่ามีโปรโมชั่นอะไร ต้องเข้าไปดูตรงไหนในแอ็บของบริษัทนั้นๆ  “ดีนะ ฉันเคยได้อีเมล์มา ไม่มีเวลาเปิด พอเปิดเข้าไปเขาพบว่าเลยเวลาได้โปรโมชั่นมาแล้ว” “คุณทำแบบที่ผมทำให้ดูนะ ง่ายๆ”  ดิฉันรับปาก  คุณคนนี้น่าจะได้รางวัลการช่วยงานส่งเสริมการขายของบริษัท   เรื่องที่ ๑๕ โปรโมชั่น ครั้งหนึ่งได้รถใหญ่ในราคารถธรรมดา   “เอ๊ะ เรียกรถผิดเหรอ”  “ไม่ผิดครับ ผมรับทั้งสองบริการ”   เขาอธิบายว่าเวลานี้ และแถวนี้ เขาเปิดให้เรียกเป็นรถเล็กด้วยเพราะตั้งใจจะทำยอดจำนวนรอบ  “ตอนนี้มีโปรโมชั่น ขับสัปดาห์ละ ๑๕ เที่ยวได้เงินเพิ่ม ขับวันละ ๓ เที่ยวต่อเนื่องได้เงินเพิ่ม”   “ได้มากไหม”  “ไม่มากครับ เพิ่มเป็นร้อยเท่านั้น ไม่เป็นเรือนพันแบบสมัยแรกขับ”  ตอนนี้มีผู้เข้ามาขับมากขึ้น ผลที่ตามมาก็คือ เงินรางวัลจูงใจที่เคยให้กับผู้ขับและผู้โดยสารลดลง เพราะบริการนี้…

Uber Stories 3 – full time plus

เรื่องที่ ๘ สองแรง สามงาน   Honda Accord  สีขาวคันงามแล่นมาเทียบที่ประตูบ้าน  “อูเบอร์แบล็กนี่นา”  เป็นความคำนึงเมื่อก้าวขึ้นรถ  เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวกับกางเกงสีเข้ม บ่งบอกว่าคุณคนขับเป็น white collar worker แน่นอน เสื้อผ้าเรียบเนี้ยบออกปานนั้น   คุยกันไปสักพักก็ได้ข้ อมูลว่า เขาออกมาขับรถเมื่อพ้นเวลาทำงานประจำ  นี่ก็เพิ่งรับฝรั่งจากเอสแคปไปส่งที่แจ้งวัฒนะ ภรรยาทำงานบริษัทอีกแห่ง และจากคำบอกเล่าดูเหมือนจะเป็นผู้บริหารมีตำแหน่งสูง วันนี้เป็นวันลอยกระทง มีงานกันทั่วทั้งพระนครและต่างจังหวัด    “ผมเห็นรถติดก็เลยลัดเลาะมาออกแถวงามวงศ์วาน ปิดสัญญาณแล้วขึ้นทางด่วนมาลงด่านพระรามหก  เพราะคิดว่าแถวนี้น่าจะหาผู้โดยสารได้  พอเปิดรับงาน ก็ได้รับสัญญาณเรียกเข้ามาพอดี”  การปิดรับงานเมื่ออยู่บนทางด่วนเป็นเรื่องปกติ เพราะถ้าเปิดเอาไว้แล้วได้รับสัญญาณให้รับงาน คงขลุกขลักมากเพราะลงทางด่วนไม่ทัน  สัญญาณเรียกตัวคงไม่รู้ว่ารถคันไหนอยู่บนทางด่วน คันไหนอยู่ถนนเลียบทางด่วน ตรงที่ดิฉันเรียกใกล้กับทางขึ้นลงของด่านพระรามหกมาก “โชคดีนะ ไม่ต้องวกไปไกล รถติดมาก ฉันก็เพิ่งมาจากบางไทร ติดรถเพื่อนคนหนึ่งมาลงที่บ้านเพื่อนคนนี้ คงล่วงหน้าคุณมาหน่อยหนึ่ง  เรามาทางด่วนเส้นเดียวกัน”   เขาขับรถมาส่งดิฉันแล้วก็จะไปรับภรรยากลับบ้าน เขาไม่ได้บอกภรรยาทำงานบริษัทอะไร หรือทำงานตำแหน่งอะไร  แต่ประเมินจากคำบอกเล่าได้ว่าน่าจะเป็นงานบริษัท และมีตำแหน่งสูงพอสมควร จากทางลงทางด่วน รถฝั่งตรงกันข้ามติดเป็นตังเม  “วันนี้แถวเจริญกรุงตรงเอเชียติก เปลี่ยนวิธีเดินรถ  รถส่วนมากถูกปัดมาออกเส้นนี้” …

Uber stories 1

 แล้วดิฉันก็เป็นคนร่วมสมัย  เมื่อคนขับรถประจำตัวตัดสินใจกับเส้นทางชีวิตใหม่ของเขา ดิฉันหันไปพึ่งบริการพนักงานสัญจร ที่ ๑. เรียกได้ในเวลาที่ต้องการ ๒. รถสะอาด ๓. รู้เส้นทาง ด้วยระบบนำทางจากดาวเทียม เช่น GPS ๔. สุภาพ ๕. คุยด้วยได้แบบคนเสมอกัน คุยเรื่องประมาณเดียวกัน ตามแบบสังคมที่ไม่ค่อยมีชนชั้น ไม่มี “นาย” กับ “ลูกน้อง” มีแต่ต่างคนต่างอาชีพตามสมัครใจเลือก ๖. ดิฉันมีสิทธิพิจารณา “ความดีความชอบ” ของเขา และเขาก็มีสิทธิที่จะประเมินดิฉันด้วย เราจึงมารยาทงามเข้าหากัน ๗. ลืมกระเป๋าสตางค์ก็กลับบ้านได้ เพราะจ่ายค่าโดยสารผ่านบัตรเครดิตที่ระบุไว้ล่วงหน้า แต่อย่าทำมือถือหายนะ พอไหมคะกับเหตุผลที่เลือกใช้รถโดยสารผ่าน app. แม้ว่าทางการจะไม่ยอมรับรู้การมีอยู่ของกิจการเหล่านี้ตามกฎหมาย  แต่ถ้าไม่ทำมีทางเลือกนี้ ดิฉันก็ขาดศักยภาพความคล่องตัวในการไปไหนมาไหนด้วยตนเองในบางสถานที่และบางเวลา และคงจะเป็นผู้สูงอายุที่จับเจ่าอยู่ในบ้าน รอให้ลูกหลานและเพื่อนรุ่นน้องผู้ใจบุญจะมารับไปข้างนอก กลายเป็นคนซึมเศร้าเหงาหงอยไม่ก็มีแต่เพื่อนทางไลน์ ดิฉันเลือกใช้ UberX หรือ GrabCar เป็นประจำ และต่อไปนี้คือเรื่องราวที่ได้มาจากการเป็นผู้โดยสาร (** Uber ใน uber stories มาจากคำว่า über…

ความเสี่ยงในการลงทุน:  เงินใครคนนั้นต้องดู กรณีศึกษา สมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

เพื่อ self interest  คนเราจำเป็นต้องเฝ้าดูส่ิงที่อาจจะเป็น conflict of interest เพื่อ self interest จำเป็นต้องได้รับข่าวสารความรู้ข้อมูล (to be informed)  เรื่องสำคัญที่มีผลกระทบต่อเงินของตัวเอง ต้องแน่ใจว่ามีการเปิดเผยข้อมูล มีกระบวนการที่เป็นธรรม ชัดเจน และได้ผลที่ดีมีประโยชน์ต่อตน ใครไม่ใส่ใจดูถือว่า “เป็นคนชอบกลนัก” ถ้าบริหารเงินผิดพลาดใครรับผิดชอบ เคยได้คำถามนี้ขณะที่เป็นเลขาธิการ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) คำตอบคือ ท่านทั้งหลายที่เป็นสมาชิกนั่นแหละรับผิดชอบ (ท่านในวันนั้นเป็นระดับนายพันทั้งนั้น) กล้าดีอย่างไรจึงยอกย้อนนายตำรวจเช่นนี้ ดิฉันอธิบายว่า ถ้าดิฉันบอกว่าดิฉันรับผิดชอบแต่ผู้เดียว มั่นใจว่าสารวัตรและผู้กำกับฯ ทั้งหลายไม่เชื่อ เพราะคำนวณแล้วว่า ถ้าดิฉันทำผิดพลาดเสียหาย ตายแล้วเกิดใหม่ก็ใช้ไม่หมด (ตอนนั้นเงินทั้งหมดใน กบข.ก็เกือบแสนล้านบาทแล้ว) แล้วก็อธิบายต่อไปว่าเหตุใดสมาชิกจึงต้องรับผิดชอบ การ “ปกครอง” แบบประชาธิปไตย รัฐออกแบบโครงสร้างองค์กร กบข. ให้เป็นองค์กรที่มีนายจ้างและลูกจ้าง ร่วมกันบริหารงานและบริหารเงิน เพราะเงินในกองทุนเป็นของนายจ้างส่วนหนึ่ง (เงินประเดิม เงินสมทบ เงินชดเชย) และเป็นเงินที่สมาชิกจ่ายสะสมเข้าไปทุกเดือนอีกส่วนหนึ่ง ตัวแทนฝ่ายนายจ้างคือ หัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า มาโดยตำแหน่งตามที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติ…

Conflict of Interest และวิธีบริหารจัดการ ตอน ๓   Arm’s Length Principle

กรรมการสภามหาวิทยาลัยท่านหนึ่ง ถูกกล่าวหาว่า มีผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะเป็นกรรมการสภาแล้วให้บริษัทก่อสร้างของตัวเองมารับงานของมหาวิทยาลัย กรรมการท่านนั้นทำกิจการรับเหมาก่อสร้างอยู่ในท้องถิ่นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย ที่อาสาทำงานดังกล่าวของมหาวิทยาลัยก็เพราะเห็นว่าทำมานานแล้ว ไม่เสร็จสักที และราคาที่จะจ้างทำต่อก็แพง จึงรับทำให้ในราคาทุน ท่านคิดว่าท่านกำลังช่วยมหาวิทยาลัยเท่าที่ท่านจะทำได้  ท่านถามว่า “ผมผิดตรงไหน” เข้าใจได้ในเรื่องความเสียใจที่ความตั้งใจดีกลายเป็นไฟร้อนกลับมาลวกตน แต่จะโทษใครก็ไม่ได้เพราะเมื่อมองจากภายนอก รายที่สุจริตกับรายใช้ตำแหน่งหน้าที่เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบเพื่อตนและพรรคพวกเพื่อนพ้อง มองดูก็คล้ายกัน คือเป็นกรรมการแล้วให้บริษัทของตัวเองมารับงานในมหาวิทยาลัย การทำเช่นนี้ เรียกกว่า การทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน อย่างไรก็ตาม ถ้าสุจริตใจ ทุกกรณีมีทางออก รายการเกี่ยวโยงที่บริหารจัดการให้เหมาะสมเป็นเรื่องที่พ้นข้อติฉินเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนได้ โดยใช้ Arm’s Length Principle    ผลประโยชน์ทับซ้อนคืออะไร มีผู้กล่าวไว้ว่า “กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานที่รับค่าจ้าง กินเงินเดือนของบริษัทหรือองค์กร มีหน้าที่รับผิดชอบทำงานทุกธุรกรรมเพื่อผลประโยชน์ขององค์กรหรือนายจ้างเป็นหลัก ถ้าใครก็ตามใช้อำนาจหน้าที่หาประโยชน์จากงาน หรือธุรกรรมนั้นไม่ว่าจะให้ตนเอง ส่วนตัว หรือญาติมิตรพวกพ้อง ทำให้องค์กรไม่ได้ผลประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วย หรือทำให้องค์กรเสียหาย นี่คือผลประโยชน์ทับซ้อน” ยกตัวอย่างในงานจัดซื้อ ถ้าซื้อคอมพิวเตอร์ล็อตใหญ่ให้องค์กรเรียบร้อยแล้วสั่งซื้อเพิ่มให้พนักงานเป็นดีลเดียวกัน เพื่อให้พนักงานได้คอมพิวเตอร์มาใช้ในราคาขายส่ง และผู้ขายเองก็เต็มใจเพราะได้ยอดขายสูงขึ้น ก็ไม่มีความทับซ้อน แต่ถ้าซื้อคอมพิวเตอร์ให้องค์กรในราคาหนึ่ง แล้วขอซื้อเป็นของส่วนตัวในราคาที่ถูกกว่า หรือขอเป็นของแถมให้กับตนเองไปใช้ที่บ้าน เป็นการทำให้องค์กรเสียหาย นับว่าประโยขน์ส่วนตนดีแต่ประโยชน์ต่อองค์กรไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ถือว่าเป็น conflict of…