co working space

https://historyboxes.wordpress.com/2018/07/05/day-3-2-co-working-space/ บ้านเรากำลังฮิตกับคำว่า co working  space ได้ไปเยือนสถานที่ที่ละม้ายคล้ายจะเป็น co working space และสถานที่ที่บอกว่าตนเองทำ co working ในกรุงเทพฯ​ หลายแห่ง  เช่น ที่ห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยแปลงโรงพิมพ์ธนบัตรที่ไม่ใช้แล้วเป็นพิพิธภัณฑ์แสนสวยริมแม่น้ำ    ที่ TCDC ตรงไปรษณีย์กลาง บางรัก และเคยไปลองใช้บริการที่ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี  ความรู้สึกบอกว่า ยังไม่จุใจกับสิ่งที่มีเสนอ เมื่อเทียบกับการสื่อความของคำคำนี้   ทีซีดีซี มีห้องสมุด มีห้องประชุม มีที่นั่งเล่น ที่รับประทานอาหาร ดูครบดี แต่สถานที่ยังไม่สมบูรณ์ในเรื่องข้อมูลว่า ใครจะไปใช้ได้บ้าง คิดราคาค่าเช่าใช้อย่างไร นอกจากนี้  TCDC ยังมีส่วนที่เป็น co sharing ด้วย คือมีเครื่องพิมพ์ 3D และเครื่องพิมพ์สกรีนผ้า เปิดให้ไปเช่าใช้ได้ คิดราคาเป็นรายชิ้นตามขนาดของสิ่งที่ต้องการทำ  แต่โดยรวมแล้วยังไม่ได้ปริมาณที่จะ “จุดติด” กิจกรรมต่างๆ ที่มี คงต้องให้เวลาอีกสักพัก เซ็นทรัล…

สถาบัน (อมร) รัตนโกสินทร์ ที่จุฬา ?

  “โบราณคดีกู้ภัย” เป็นคำที่ ผศ. ดร. กรรณิการ์ สุธีรัตนาภิรมย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวถึงการเก็บกู้ข้อมูลและหลักฐานทางโบราณคดีในเขตกรุงเทพ-ธนบุรี ที่ต้องทำอย่างเร่งรีบก่อนหรือระหว่างก่อสร้างอาคารใหม่  (คำนำของหนังสือเรื่อง ก่อร่างสร้างเมือง จากชุมชนบางกอกสู่กรุงรัตนโกสินทร์ ข้อมูลใหม่จากหลักฐานทางโบราณคดี  การสร้างอาคารสูงต้องขุดดินลึกลงไปเพื่อทำฐานราก ทรากส่ิงปลูกสร้างโบราณที่อาจจะยังหลงเหลืออยู่ ที่ไหนจะรอดพ้นเครื่องขุด ที่ขุดลึกลงไปขนาดนั้นได้ และนี่จะเป็นการสาบสูญของหลักฐานเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐานของคนในบริเวณกรุงเทพฯ   การบันทึกภาพเพื่อทำประวัติศาสตร์จากคำบอกเล่าและตั้งถิ่นฐานคนในพื้นที่ชุมชนป้อมมหากาฬ เมื่อ ๒๖ เมษายน ๒๕๖๑ เป็นการทำงานของทีมงานจากราชบัณฑิตยสภา ในช่วงที่กำลังรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในชุมชนตามคำสั่งของ กทม.  ตามที่มติชนรายวันรายงานข่าว  สิ่งที่จะรื้อถอนไปรวมบ้านทรงปั้นหยา ที่สร้างก่อน พ.ศ. 2499 และเป็นหนึ่งใน 18 หลังที่สมาคมสถาปนิกสยามเคยเสนอให้ กทม. อนุรักษ์   สองเรื่องนี้ทำให้หวนคิดไปถึงข้อเสนอของอาจารย์ ๒ ท่านจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่เคยได้รับฟังมา และเห็นด้วยเต็มร้อย ข้อเสนอ ที่ ๑  เสนอให้ จุฬาฯ ตั้ง สถาบันรัตนโกสินทร์ ขึ้นใน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เนื่องในโอกาสที่ จุฬาฯ อายุครบ ๑๐๐ ปี  ซึ่งจะเป็นของขวัญแก่สังคมไทย เพื่อการศึกษาทางด้านประวัติศาสตร์…

เครื่องบิน และอาคารผู้โดยสาร (โดฮาถึงเท็กซัส)

https://www.matichonweekly.com/special-report/article_49183 เขียนเรื่องความขลุกขลักในการเดินทางไปสหรัฐอเมริกา  มติชนสุดสัปดาห์ ลงให้เมื่อสิงหาคม 2560 เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางไปงานคืนสู่เหย้าของสถาบันอุดมศึกษาที่เคยเรียนมาครั้งกระโน้น ส่วนหนึ่งของการเดินทางอันยาวนานจากกรุงเทพฯ ไปวอชิงตัน ดี.ซี แล้วจบลงที่เท็กซัส   ทำให้ได้ “ใช้ชีวิต” ในอาคารผู้โดยสารนานกว่าที่เคย  ทั้งรอต่อเครื่อง ๘ ชั่วโมง และเครื่องบินเปลี่ยนเครื่องเปลี่ยนเวลาเพราะสภาพอากาศไม่แน่นอนอีกครั้งหนึ่ง  จึงขอนำภาพสนามบินที่ไปนั่งๆ นอนๆ  รอเวลา มาให้ชม ในคราวนี้ ครื่องบินชั้นธุรกิจ  มีเลาจน์เครื่องดื่มและของว่างลอยฟ้า เก้าอี้นอนสบาย อาหารอร่อย พนักงานสุภาพ มีคนไทยเป็นพนักงานบนเครื่องด้วย สนามบินโดฮา น่าสังเกตว่าผู้โดยสารจากอินเดียและประเทศโดยรอบ มักสูงอายุ หรือรูปร่างใหญ่โต ใช้บริการรถเข็นกันนับได้เกิน ๑๐ คนจากเครื่องลำเดียว  ได้เห็นพนักงานต่างชาติมากมาย เช่น จากเนปาล เป็นต้น การทำงานบริการมีเครื่องทุ่นแรงประกอบ ที่สะดุดตาคือเครื่องทำความสะอาดบันไดเลื่อน ไม่เคยเห็นแบบนี้ที่เมืองไทย สงสัยว่าไม่มีหรือไม่ก็ทำตอนที่ว่างผู้โดยสาร   ได้เห็นการตกแต่งภายในที่เน้นดีไซน์  ได้ใช้บริการช่วงรอเปลี่ยนเครื่องซึ่งมีที่ให้นอนพักเป็นสัดเป็นส่วน มีห้องอาบน้ำ ห้องรับประทานอาหารพร้อมอาหารนานาชาติ และบาร์เครื่องดื่ม ร้านค้าให้เดินช้อปปิ้งประมาณเดียวกับศูนย์การค้าในเมืองใหญ่ สนามบินที่วอชิงตัน ดี.ซี. เป็นสนามบินเล็ก และเป็นอาคารเก่าที่ปรับปรุงใหม่ สะดวกสบาย และมีคุณภาพ ทั้งอาหารและสินค้าที่ขาย…

สยามสแควร์ ยุคที่ ๓:  Tower & Theatre

(ทางเท้าบนถนนพระรามที่ ๑ เมื่อจัดระเบียบแล้ว) จะรื้อหรือไม่รื้อโรงภาพยนตร์สกาลา เป็นข้อกังขาที่สร้างเรื่องลือได้เป็นระยะๆ  เพราะทางจุฬาฯ ลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็เพียงแบ่งรับแบ่งสู้  ไม่ได้พูดชัดเจนว่าจะไม่รื้อ และยังไม่มีหลักที่ชัดเจนว่าจะทำอะไรกับพื้นที่ตรงนั้นให้ดูดี เป็นศรีสง่ากับจุฬาฯ หรือสมกับที่สยามสแควร์เคยโด่งดังตั้งแต่ยุคที่ ๑ ดังขนาดที่ว่าอาคารสถานประกอบการฝั่งตรงข้ามกับสยามสแควร์ ล้วนขึ้นต้นด้วยคำว่า สยาม ทั้งสิ้น คือ สยามดิสคัฟเวอรี สยามเซ็นเตอร์ และสยามพารากอน  (เดิมมีโรงแรมก็ชื่อ สยามอินเตอร์คอนติเนนตัล) และขอร้องเถอะค่ะ คนที่ชอบเรียกชื่อสยามสแควร์วัน เป็น SQ 1 โปรดทราบด้วยว่า ทางสำนักงานจัดการทรัพย์สินตั้งใจเก็บชื่อสยามไว้ค่ะ ได้ยินเสียงย่อว่า สยามวัน ครั้งใดก็ดีใจมากๆ เลยว่า จุฬาฯ สามารถตั้งชื่อโดยเก็บคำว่า “สยาม” ไว้ได้ ๓๑ พฤษภาคมนี้ กลุ่มอาคารในล็อคเดียวกับโรงภาพยนตร์ลิโด้ ก็จะไปแล้ว สกาลาจะยืนอยู่ได้อย่างไร เป็นประเด็นอีกครั้งหนึ่ง  เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้ ขาดการดูแลอย่างมืออาชีพและการใช้งานอย่างสม่ำเสมอ ความทรุดโทรมก็ย่ิงปรากฎ และข้อที่กล่าวว่า “ทรุดโทรมจนน่าทุบทิ้ง” ก็จะยิ่งดังขึ้นๆ ทุกที https://www.facebook.com/search/top/?q=cu%20property%20สํานักจัดการทรัพย์สิน%20จุฬาฯ ในวันนี้จึงจะขอนำเสนอแนวคิดเพื่อสร้างสยามสแควร์ให้กลับมาโด่งดัง เป็นศูนย์กลางของคนรุ่นใหม่ เป็นแหล่งรวมของงานสร้างสรรค์อีกครั้ง เผื่อว่าจะช่วยให้ฝ่ายบริหารของจุฬาฯ…

CU 101: สหสาขาในงานออกแบบและการใช้งาน

คิดถึงศักยภาพอันมหาศาลของจุฬาฯ ที่ยังไม่ได้นำมาใช้อย่างสอดประสานเป็นงานเนื้อเดียวกัน เพื่อสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่า โดยเฉพาะอย่างย่ิงเมื่องานออกแบบกับการใช้งานดูจะไปกันคนละทิศทางอย่างน่าเสียดาย การทำงานที่จะรักษาหลักการแรกเริ่มไว้ให้ได้ ต้องการใจที่เทให้กับเป้าประสงค์และอุดมคติเดียวกัน พร้อมด้วยความสามารถที่เสมอกัน  อาคารที่สถาปนิกออกแบบ วิศวกรสร้าง ต่อจากนั้นต้องการนักกิจกรรม นักบริหาร นักการตลาด ฝ่ายซ่อมบำรุง หลากหลายสาขาเพื่อร่วมกันคิดสร้างชีวิตและความยั่งยืนให้กับสิ่งปลูกสร้างทุกอัน โดยแต่ละฝ่ายที่ทำงานต้องก้าวพ้นจากการติดกรอบแห่งวิชาเฉพาะเพื่อก้าวสู่ความสมบูรณ์ในทุกด้าน จากสยามวัน จามฯ สแควร์ ถึงอุทยาน ๑๐๐ ปี เราจะทำอะไรให้ดีกว่านี้ได้อีกบ้าง  ๑. ต้นไม้ สยามวัน (สยามสแควร์วัน) อาคารนี้ต้องการทำสวน ปลูกผัก บนหลังคาตึกเพื่อสร้างทางเลือกในการใช้พื้นที่โล่งแจ้งกลางแดดเปรี้ยงเพื่อสร้างสีเขียว ความเย็น และความพอเพียง แต่ระยะหลังนี้พื้นที่ค่อนข้างรกร้าง ดูเหมือนว่าอุดมคติของผู้อนุมัติแบบและผู้ออกแบบ ไม่ได้รับการสานต่อจากผู้บริหารอาคาร และคณะต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เรื่องนี้ขอสรุปว่าเป็นปัญหาเรื่องการบริหารจัดการ การกำหนดหน่วยงานผู้รับผิดชอบและการกำหนด KPI ให้สอดคล้องกับนโยบาย ตัวอาคารนั้นเล่า ตั้งใจให้เป็นศูนย์การค้ากลางแจ้งแบบสยามสแควร์เดิม ถ้ามีฝนตกก็มีวิธีกันฝนเฉพาะกิจ แต่แล้วตอนนี้กลับเต็มไปด้วยสิ่งมุงบังแบบถาวร  สถาปนิกออกแบบ กับสถาปนิกคุมงาน ว่ากันไปคนละทาง จนลืมหลักการเดิม พื้นที่กลางอาคาร ที่แบบเบื้องต้นจะมีต้นไม้ขึ้นทั่วไป เป็นไม้เลื้อย ไม้ต้นที่ดูแลง่าย  แต่ตอนออกแบบเน้นเสาสีสวยๆ ซึ่งน่าจะยากต่อการบำรุงรักษาต้นไม้  เพียงปีเดียวจาก…

ในความทรงจำ: มติ ตั้งพานิช – สถาปนิกจิตสาธารณะ

ตอนที่ ๒ ของบทความ ๒ ตอนจบ เพื่อรำลึกถึงคุณมติ ตั้งพานิช โรงแรมและอาคารพักอาศัย งานพัฒนาชิ้นหนึ่งที่ติดอยู่ในความทรงจำคือการพัฒนาที่ดินเชิงเขาใหญ่  สมัยนั้นเขาใหญ่มีเสน่ห์ตรงที่อากาศหนาวเย็นเกือบตลอดปี แม้แต่เดือนเมษายนตอนเที่ยงวันก็ยังได้ลมเย็นพัดมา  แต่ว่า “แถวนั้นไม่มีโรงแรมดีๆ เลย ไม่อยู่บ้านพักป่าไม้ก็ต้องกลับ”  จุลดิศเขาใหญ่เกิดขึ้นมาเพื่อสนองความต้องการนั้นของคนกรุงเทพ ที่ต้องการไปพักผ่อนแถวเขาใหญ่  คนสมัยนั้นคงจะจำได้ว่า ใครๆ ก็ต้องไปพักที่จุลดิศ ก็มีโรงแรมที่ดีอยู่แห่งเดียวทั้งถนนที่ขึ้นเขาใหญ่จากฝั่งถนนธนะรัชต์ เป็นบทบาทของสถาปนิกที่ไม่เร่ิมตอนงานออกแบบ แต่เริ่มตั้งแต่นำเสนอการใช้สอยที่ดินในรูปแบบธุรกิจที่เหมาะกับ location ด้วย    โรงแรม จุลดิศ เขาใหญ่ ช่วยเคาะเข้าไปดูเองนะ เพราะเขาบอกว่าภาพอาจมีลิขสิทธิ์ https://th.tripadvisor.com/Hotel_Review-g641719-d505255-Reviews-Juldis_Khao_Yai_Resort_Spa-Pak_Chong_Pak_Chong_District_Nakhon_Ratchasima_Province.html#photos;aggregationId=101&albumid=101&filter=7&ff=41124829  อีกอาคารหนึ่งที่คุณมติเคยพาไปดู (ถ้าจำไม่ผิดคืออาคารจุลดิศแมนชั่น  อาคารพักอาศัยขายเป็นคอนโดมิเนียม ที่ประตูน้ำ) เราขึ้นไปเดินดูตรงระเบียง เห็นพื้นที่โล่งกลางอาคาร  คุณมติอธิบายว่า ออกแบบอาคารเช่นนี้ทำให้อาคารโปร่ง  ลมถ่ายเทได้ อาคารจึงไม่อับทึบ อยู่สบาย     https://thaicozy.com/condo/juldis-mansion_bangkok อาคารสำนักงาน ๑. ใครจำได้บ้างว่า ครั้งหนึ่งบนถนนวิภาวดีรังสิต มีอาคารหลังหนึ่งในช่วงก่อสร้าง เขียนป้ายบนรั้วที่ ไซต์งานว่า D N A…

Possible Dream: Love Station @กันตัง

จังหวัดตรัง นอกจากทะเล ถ้ำลอด แล้ว ขอชวนให้นั่งรถไฟไปสุดทางที่กันตัง เพื่อเก็บความทรงจำไว้กับตัวชั่วชีวิต รถไฟไทยเป็นโบราณวัตถุอายุร้อยกว่าปีทึ่น่าเก็บรักษาเป็นโบราณวัตถุในพิพิธภัณฑ์ แต่ของเรายังใช้งานได้อยู่ เที่ยวกันตัง ครั้งที่ ๑ ดิฉันไปอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ๒ ครั้งในเวลาที่ห่างกันปีเดียว (พ.ศ. ๒๕๕๖–๗) ครั้งแรก ขึ้นรถไฟไปจาก อ. เมือง จังหวัดตรัง   10.36 น. เป็นเวลาที่รถกำหนดจะมาถึงสถานีเมืองตรัง พนักงานบอกว่ารถจะช้า 1 ชั่วโมง 11.45 เสียงตีระฆังเก๊งๆ ประกาศว่า รถไฟออกจากห้วยยอดแล้ว อีก 1/2 ชม จะถึง พนักงานรถไฟผู้มากอารมณ์ขันบอกว่า “รถไฟมาตามเวลาครับ”  (ไม่งงนะ—คือเวลามาก่อน รถตามมาทีหลัง)  เที่ยงครึ่งจึงได้ขี้นรถไฟจากสถานีรถไฟจังหวัดตรัง รถขบวนนี้เป็นรถไฟสายกรุงเทพฯ –  กันตัง  รถแล่นเร็วกว่าจักรยานหน่อยเดียว เห็นหมอนรถไฟที่เลิกใช้แล้วตั้งเป็นระเบียบอยู่ริมทาง  ชวนให้ฉงงว่า จะใช้ทำอะไรต่อไป นั่งแบบถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่าง ชมธรรมชาติ สวนยาง สวนผลไม้สองข้างทางรถไฟที่เขียวชะอุ่ม ไม่รกตาด้วยป้ายโฆษณาเหมือนขับรถบนทางหลวง ๑ สถานี ใช้เวลาครึ่งชั่วโมง…