พระโอวาทสมเด็จพระสังฆราชฯ

ไปทำบุญเลี้ยงพระที่วัดราชบพิธฯ ได้รับหนังสือที่จัดพิมพ์โดยเสด็จพระราชกุศลงานในพระราชูปถัมภ์ ฯ เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ทรงเจริญพระชนมายุ ๙๐ พรรษา ๒๖ มิ.ย. พ.ศ. ๒๕๖๐ มา ๒ เล่ม คือ ๑. หนังสือพระประวัติฯ และอัมพโรวาท ปฐมภาค ๒. หนังสือสอนพระพุทธศาสนาแก่เด็ก พระนิพนธ์ของสมเด็จพระสังฆราชฯ วาสนมหาเถร ตั้งแต่ก่อนเป็นสมเด็จพระสังฆราช หนังสือทำให้รู้ว่า ๑. บัดนี้วันเจริญพระชนมายุของสมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบัน เวียนมาบรรจบอีกรอบพรรษาแล้ว ๒. รู้ว่าสมเด็จ ฯ ไม่โปรดให้มีงานเฉลิมฉลองพระชนมายุ ในปีที่แล้วจึงมีงานบำเพ็ญกุศลฉลองพระพุทธรูประจำพระชนมวาร และทรงขอให้กิจอื่นที่จะทำเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ เช่น สร้างอาคารโรงเรียนวัดราชบพิธ สืบปณิธานวาสนมหาเถร สมเด็จพระอุปัชฌาย์ในพระองค์ เนื้อความในหนังสือให้ข้อคิดที่พีงนำไปปฏิบัติตาม ขอคัดมาพอเป็นตัวอย่าง ดังนี้ ทิศ ๖ พระนิพนธ์สมเด็จพระสังฆราชฯ วาสนมหาเถร ครั้งเป็นพระครูวิจิตรธรรมคุณ ทักษิณะทิศ ครูอาจารย์ 1 แนะนำดี  เข้าใจหาอุบายชี้แจงอธิบาย ยกตัวอย่างเพื่อให้ศิษย์เข้าใจในวิชาที่สุด…

เบื้องหลังงานแปล What the Buddha Taught: พระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงสอน

ดิฉันไม่ชอบงานแปลหนังสือ เพราะรู้สึกว่าถูกจำกัดไม่ให้คิดวิธีนำเสนอและการเลือกใช้คำตามใจตัวเอง   การแปลอังกฤษเป็นไทยให้ได้สำนวนไทยที่สละสลวย อ่านรื่นหู ไม่ง่าย เพราะมักจะมีกลิ่นนมกลิ่นเนยติดมาเช่นรูปประโยคภาษาอังกฤษ ที่มีเครื่องหมายวรรคตอน มีวลีขยายความ และใช้ passive tense  จะแปลให้รื่นผู้แปลต้องแตกฉานภาษาไทยเป็นอันดับหนึ่ง รู้ภาษาอังกฤษในระดับที่จะไม่เข้าใจผิดเป็นอันดับรอง  หมายความว่าต้องเขียนไทยได้ อ่านอังกฤษออก เพื่อถอดอารมณ์งานเขียนจากอังกฤษมาเป็นไทยได้อย่างเหมาะสม  และถ้ามีศัพท์ที่มีผู้พัฒนาขึ้นมาใช้แล้วก็ต้องรู้ด้วย  ในกรณีงานแปลเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ภาษาไทยและภาษาอังกฤษต่างก็แปลมาจากภาษาบาลี  ถ้าผู้แปลไม่รู้ศัพท์ในภาษาไทยที่เนื่องด้วยพระพุทธศาสนาแต่ไปแปลกลับมาจากภาษาอังกฤษ จะชวนให้ความเข้าใจเตลิดไปได้ ดังนั้น การแปลคำสอนของพระพุทธเจ้าที่มีผู้เขียนเป็นภาษาอังกฤษให้ฝรั่งเข้าใจกลับมาเป็นภาษาไทย จึงเป็นเรื่องที่ไม่เคยคิดจะทำ  เมื่อพระราชปฏิภาณกวีผู้ได้ลิขสิทธิ์พิมพ์เผยแพร่งานชุดนี้ของท่าน ว. ราหุล ปรารภขึ้นมา จึงสั่นหัวดิกๆ ไม่ยอมท่าเดียว จนเวลาล่วงเลยไปอีกหนึ่งปี จึงรู้ว่าเรื่องนี้มีแปลเป็นภาษาอื่นๆ หลายภาษาแล้ว แต่กลับไม่มีฉบับภาษาไทยที่เทียบเท่า และเพราะท่านบอกว่า “คุณพ่อของโยมก็เคยแปลเรื่องพระพุทธศาสนาแล้ว โยมน่าจะทำบ้าง”  จึงตัดสินใจทำ พ่อแปล “ความจริงอันประเสริฐตามพุทธวจนะ”  จนกระทั่งลูกสาวนึกว่าพ่อเขียนถอดความจากข้อเขียนของฝรั่ง เพราะไม่มีคำหรือวลีฝรั่งให้สะดุดหู  ต่อเมื่อพิมพ์ครั้งล่าสุดเป็นหนังสือสองภาษาเทียบกันหน้าต่อหน้า จึงรู้ว่าพ่อแปลจริง แปลตรง ก็ทึ่งมากๆ    หนังสือ “พระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงสอน” เป็นการอธิบายหลักธรรมของพระพุทธองค์ให้คนที่มีพื้นภูมิความรู้เรื่องศาสนาและทัศนะต่อโลกและชีวิตต่างออกไปจากวิธีของพุทธ  ท่านเขียนแบบถกแถลง ละม้ายวิธีที่พระนาคเสนตอบพระเจ้ามิลินท์ เพียงแต่ใช้วิธีบรรยายอธิบาย ไม่ได้ใช้วิธีถามตอบเชิงสนทนาเช่นมิลินทปัญหา  …

What the Buddha Taught

  หนังสือภาษาไทย แปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ เพิ่งเสร็จเป็นเล่มเมื่อกลางเดือนพฤษภาคมนี่เอง พระราชปฏิภาณโสภณ วัดราชโอรส เป็นผู้ได้รับอนุญาตจากท่านเจ้าของเรื่องให้เผยแพร่ในประเทศไทยได้ ท่านพิมพ์ฉบับภาษาอังกฤษออกเผยแพร่แจกจ่ายมาหลายปีแล้ว เพิ่งจะพิมพ์ภาษาไทยในครั้งนี้ และยังได้ทดลองทำฉบับภาษาอังกฤษคู่กับภาษาไทยอีกหนึ่งเล่มด้วย ซึ่งคงจะสะดวกสำหรับคนที่อยากรู้ภาษาอังกฤษของคำในพระพุทธศาสนา หรือคนที่อ่านภาษาอังกฤษคล่องแต่อยากรู้ศัพท์เป็นภาษาไทยหรือบาลีที่ใช้ในภาษาไทยด้วย ดิฉันอยากเล่าถึงประสบการณ์ของตนเองที่ริแปลหนังสือธรรมะ ตามประสาคนไม่ถนัดแปล ถนัดแต่เขียนเองตามใจตัวเอง ด้วยสำนวนของตัวเอง  แต่ขอเวลารวบรวมประเด็นปัญหาที่ประสบมาก่อน ตอนนี้ใกล้วันวิสาขะบูชา จึงขอเพียงนำเสนอหนังสือเพื่อท่านที่สนใจ ได้อ่านอีกสักเล่มหนึ่ง หนังสือเล่มนี้ต่างจากหนังสือธรรมะอื่นๆ ตรงที่ท่านผู้เขียนซึ่งเป็นภิกษุจากศรีลังกา ไปศึกษาวิจัยเกี่ยวกับพุทธศาสนาเพิ่มเติมที่ประเทศฝรั่งเศส วิธีเขียนของท่านคล้ายกับการกล่าวชี้แจงทำความเข้าใจเรื่องหลักคิดที่พระพุทธเจ้าทรงสอน ที่แตกต่างจากศรัทธาในศาสนาอื่นๆ  เช่น เรื่อง ศาสนาพุทธพูดถึงทุกข์ แต่ไม่ใช่ทุกข์ในความหมายแบบคนที่มองโลกในแง่ร้าย  ศาสนาพุทธพูดถึงอนัตตา แต่ไม่ใช่ว่าตัวตนที่น่าจะมีแตกสลายไปไหน ผู้เป็นพุทธศาสนิกชนที่ต้องการปฏิบัติตนตามหลักของพระพุทธศาสนาไม่จำเป็นต้องปลีกวิเวกไปนั่งหลับตาจำศีลภาวนา แต่สามารถปฏิบัติภาวนาได้แม้ในชีวิตประจำวัน แม้จะกล่าวถึงสิ่งต่างๆ ทำนองนี้ แต่แก่นของหนังสือก็คือแก่นของพระธรรมคำสอน ได้แก่ อริยสัจ ๔ ที่ท่านกล่าวแยกไว้รวม ๔ บท ที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ ท่านผู้เขียนได้คัดพระสูตรบางสูตรมารวมไว้ในเล่มด้วย โดยตัดทอนความที่ซ้ำลงไปบ้าง แต่ก็ยังรักษาลีลาวิธีการสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าดังที่มีในพระไตรปิฎกเอาไว้ หนังสือเล่มนี้ไม่มีขาย ผู้ที่อยากได้ต้องขอเท่านั้นค่ะ  ท่านผู้สนใจอาจติดต่อขอได้ที่บุญนิธิหอไตร วัดราชโอรสาราม ได้ทราบมาว่าฉบับสองภาษา(คือฉบับที่หน้าปกสีธงชาติ)ท่านทดลองพิมพ์ครั้งแรกขนาดเล่มใหญ่กว่าเล่มอื่นๆ  ท่านกำลังจะพิมพ์ใหม่ให้ขนาดเล็กลงเข้าชุดกับเล่มอื่นๆ  ส่วนฉบับภาษาไทย(ฉบับปกขาว) เป็นขนาดหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊คทั่วไป หวังว่าคงหาได้นะคะ…

นักเทษ – ขันที สมัยกรุงศรีอยุธยา

มีการเสวนาเรื่อง “นักเทษขันทีและชาวเปอร์เซียในประวัติศาสตร์ไทยสมัยกรุงศรีอยุธยา” ที่ห้องประชุมของสำนักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย (สกว.) เมื่อ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๑ โดย ดร.​วินัย พงศ์ศรีเพียร และ ดร. ธีรวัต​ ณ ป้อมเพชร เก็บความจากบทความของ ดร. วินัยฯ ทำให้ได้ความรู้ว่า  กะเทย ขันที นักเทษ บัณเฑาะก์ มีความหมายถึงคนผิดเพศ ที่มีความหมายย่อยต่างกันไปบ้าง เช่น อาจจะเป็นคนประพฤติผิดเพศ หรือเป็นคนสองเพศโดยกำเนิด หรือเป็นพวกที่ถูกทำหรือสมัครใจถูกตอน หรือหมายถึงทุกอย่างที่กล่าวมานั้น  แล้วแต่คำจำกัดความในแต่ละสังคม แต่ละตำราที่ยกมาอ้างอิง การถูกตอนมีเหตุผลหลายประการ เช่น ถูกบังคับตอน ตัวอย่างเช่น จับชายเชลยศึก หรือคนต่างเผ่าพันธุ์มาตอน แล้วให้ไปเป็นข้าช่วงใช้ของฝ่ายใน การถูกตัด “สมบัติ” แห่งความเป็นชายออกไป  ทำให้เสียเกียรติยศ ต้องอับอายเหมือนตายทั้งเป็น ตอนโดยความสมัครใจ เพราะหวังจะหนีจากความยากจนและได้ความสุขสบายจากในวัง ซึ่งขันทีบางคนได้รับ (ตัวอย่างจากจีน) หรือด้วยศรัทธาจะอุทิศตนเพื่อรักษาพรหมจรรย์หรือเพื่อรับใช้พระเจ้า เช่นเป็นนักร้องประสานเสียงในโบสถ์ (ตัวอย่างจากอิตาลี)  ขันทีในราชสำนักต่างๆ มีหลายเชื้อชาติ เช่นคนผิวดำจากอัฟริกาในอาณาจักรออตโตมาน ในเมืองจีนนอกจากคนจีนและเชลยศึกแล้ว ยังมีขันทีที่ได้รับเป็นบรรณาการจากรัฐบรรณาการที่ถือทำเนียมจีน เช่น…

สถาบัน (อมร) รัตนโกสินทร์ ที่จุฬา ?

  “โบราณคดีกู้ภัย” เป็นคำที่ ผศ. ดร. กรรณิการ์ สุธีรัตนาภิรมย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวถึงการเก็บกู้ข้อมูลและหลักฐานทางโบราณคดีในเขตกรุงเทพ-ธนบุรี ที่ต้องทำอย่างเร่งรีบก่อนหรือระหว่างก่อสร้างอาคารใหม่  (คำนำของหนังสือเรื่อง ก่อร่างสร้างเมือง จากชุมชนบางกอกสู่กรุงรัตนโกสินทร์ ข้อมูลใหม่จากหลักฐานทางโบราณคดี  การสร้างอาคารสูงต้องขุดดินลึกลงไปเพื่อทำฐานราก ทรากส่ิงปลูกสร้างโบราณที่อาจจะยังหลงเหลืออยู่ ที่ไหนจะรอดพ้นเครื่องขุด ที่ขุดลึกลงไปขนาดนั้นได้ และนี่จะเป็นการสาบสูญของหลักฐานเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐานของคนในบริเวณกรุงเทพฯ   การบันทึกภาพเพื่อทำประวัติศาสตร์จากคำบอกเล่าและตั้งถิ่นฐานคนในพื้นที่ชุมชนป้อมมหากาฬ เมื่อ ๒๖ เมษายน ๒๕๖๑ เป็นการทำงานของทีมงานจากราชบัณฑิตยสภา ในช่วงที่กำลังรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในชุมชนตามคำสั่งของ กทม.  ตามที่มติชนรายวันรายงานข่าว  สิ่งที่จะรื้อถอนไปรวมบ้านทรงปั้นหยา ที่สร้างก่อน พ.ศ. 2499 และเป็นหนึ่งใน 18 หลังที่สมาคมสถาปนิกสยามเคยเสนอให้ กทม. อนุรักษ์   สองเรื่องนี้ทำให้หวนคิดไปถึงข้อเสนอของอาจารย์ ๒ ท่านจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่เคยได้รับฟังมา และเห็นด้วยเต็มร้อย ข้อเสนอ ที่ ๑  เสนอให้ จุฬาฯ ตั้ง สถาบันรัตนโกสินทร์ ขึ้นใน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เนื่องในโอกาสที่ จุฬาฯ อายุครบ ๑๐๐ ปี  ซึ่งจะเป็นของขวัญแก่สังคมไทย เพื่อการศึกษาทางด้านประวัติศาสตร์…

เครื่องบิน และอาคารผู้โดยสาร (โดฮาถึงเท็กซัส)

https://www.matichonweekly.com/special-report/article_49183 เขียนเรื่องความขลุกขลักในการเดินทางไปสหรัฐอเมริกา  มติชนสุดสัปดาห์ ลงให้เมื่อสิงหาคม 2560 เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางไปงานคืนสู่เหย้าของสถาบันอุดมศึกษาที่เคยเรียนมาครั้งกระโน้น ส่วนหนึ่งของการเดินทางอันยาวนานจากกรุงเทพฯ ไปวอชิงตัน ดี.ซี แล้วจบลงที่เท็กซัส   ทำให้ได้ “ใช้ชีวิต” ในอาคารผู้โดยสารนานกว่าที่เคย  ทั้งรอต่อเครื่อง ๘ ชั่วโมง และเครื่องบินเปลี่ยนเครื่องเปลี่ยนเวลาเพราะสภาพอากาศไม่แน่นอนอีกครั้งหนึ่ง  จึงขอนำภาพสนามบินที่ไปนั่งๆ นอนๆ  รอเวลา มาให้ชม ในคราวนี้ ครื่องบินชั้นธุรกิจ  มีเลาจน์เครื่องดื่มและของว่างลอยฟ้า เก้าอี้นอนสบาย อาหารอร่อย พนักงานสุภาพ มีคนไทยเป็นพนักงานบนเครื่องด้วย สนามบินโดฮา น่าสังเกตว่าผู้โดยสารจากอินเดียและประเทศโดยรอบ มักสูงอายุ หรือรูปร่างใหญ่โต ใช้บริการรถเข็นกันนับได้เกิน ๑๐ คนจากเครื่องลำเดียว  ได้เห็นพนักงานต่างชาติมากมาย เช่น จากเนปาล เป็นต้น การทำงานบริการมีเครื่องทุ่นแรงประกอบ ที่สะดุดตาคือเครื่องทำความสะอาดบันไดเลื่อน ไม่เคยเห็นแบบนี้ที่เมืองไทย สงสัยว่าไม่มีหรือไม่ก็ทำตอนที่ว่างผู้โดยสาร   ได้เห็นการตกแต่งภายในที่เน้นดีไซน์  ได้ใช้บริการช่วงรอเปลี่ยนเครื่องซึ่งมีที่ให้นอนพักเป็นสัดเป็นส่วน มีห้องอาบน้ำ ห้องรับประทานอาหารพร้อมอาหารนานาชาติ และบาร์เครื่องดื่ม ร้านค้าให้เดินช้อปปิ้งประมาณเดียวกับศูนย์การค้าในเมืองใหญ่ สนามบินที่วอชิงตัน ดี.ซี. เป็นสนามบินเล็ก และเป็นอาคารเก่าที่ปรับปรุงใหม่ สะดวกสบาย และมีคุณภาพ ทั้งอาหารและสินค้าที่ขาย…

จาก “จินดามณี” ถึง “แบบเรียนเร็วใหม่”

ใครเคยเปิดอ่านหนังสือจินดามณีบ้าง  ดิฉันคนหนึ่งละที่ไม่เคยอ่าน เคยแต่ได้ยินชื่อนี้ตอนเรียนวิชาประวัติวรรณคดีสมัยอยู่โรงเรียนเตรียมอุดมฯ ได้เห็นจินดามณี  ฉบับสมเด็จพระเจ้าบรมโกศ ทั้งเล่มในไลน์ ตอนแรกก็  “เห็น” แต่ปก ไม่ได้คิดจะเปิดอ่าน  แต่เมื่อถามตัวเองว่า แล้วเราจะไม่ดูให้รู้สักหน่อยหรือว่า จินดามณี สอนภาษาไทยประการใดแน่  จึงลงมือเปิดอ่าน และความ “รู้” ก็เพิ่มขึ้น จินดามณี ว่าพระโหราธิบดีแต่ง ครั้งแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ มหาราช “เล่ม 1 เป็นแบบเรียนหนังสือไทย ตั้งแต่เริ่มหัดอ่านจนถึงหัดเรียนรู้วรรณคดีและอักษรศาสตร์ไทยชั้นสูง กล่าวกันว่า เคยใช้เป็นตำราเรียนมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ตอนรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช”  นี้เป็นคำนำของกรมศิลปากร เมื่อปี 2504 หนังสือจินดามณี ให้อักษรศัพท์ ทั้งคำแปล คำที่มีความหมายเหมือนๆ กัน  และคำที่มีเสียงพ้องกัน (ยกตัวอย่างเช่น พระบาท บาตร บาศ เงินบาท บาด อุบาทว์ นิบาต) ให้ตัวอย่างคำที่ใช้ ส ศ ษ ไม้ม้วน ไม้มลาย ฯลฯ  แต่ละยุคสมัยมีวิธีท่องคำที่ใช้ ไม้ม้วน…