Shanghai 2017:  urban development 

ภาพคราวน้ีเป็นย่านต่างๆ ในเซี่ยงไฮ้ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ โดยการวางแผนอย่างรอบคอบ เป็นย่านที่เกิดขึ้น by design ไม่ได้เกิดแบบจับพลัดจับผลูเกิดขึ้นมาเอง  ได้แก่ การฟื้นฟูย่านเดิมที่มีประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมน่าสนใจ อันเป็นวิถีของเมืองมาแต่เดิม คือย่าน Xin Tian Di ที่เป็นบ้านใหญ่ๆ  และย่าน Tianzifang ที่เป็นชุมชนเดิม แต่ละอันพัฒนาโดยคงบริบทสังคมเดิม ย่านแรกเป็นย่านของดีมีชื่อ ทั้งของจีนสมัยใหม่และสินค้ายี่ห้อระดับโลก รวมทั้งร้านอาหารดังๆ ด้วย ส่วนย่านหลังพัฒนาจากร้านค้าเรือนแถวที่มีทางเดินเล็กๆ แคบๆ ชวนให้นึกถึงตลาดนางเลิ้งอย่างยิ่ง  การปรับปรุงบริเวณเดิมให้มีชีวิตชีวายิ่งขึ้น เช่น ถนน Nanjing ทั้งสาย ส่วนตะวันออก เป็นถนนไว้เดิน ส่วนตะวันตกเป็นถนนกว้างบาทวิถีกว้าง ประดับประดาด้วยดอกไม้สดสวย หน้าอาคารหลายแห่งตั้งประติมากรรมสมัยใหม่น่าสนใจ ถนนทั้งสายเป็นที่ตั้งของร้านสินค้าแบรนด์เนม ส่วนกลางคืนสองข้างถนนประดับไฟและร้านค้าเองก็แข่งกันเล่นสีแสงไฟ สวยเจิดจ้า อีกบริเวณที่ได้รับการปรับปรุงและขยายจนกลายเป็นที่เดินเล่นยอดนิยมคือ the Bund ริมแม่น้ำ (ดูภาพจาก เซี่ยงไฮ้ 2017 ตอน ๑)  ส่วนอีกฝั่งแม่น้ำคือฝั่ง Pudong สวนที่มองมาเห็น the Bund ซึ่งเดิมก็ดูดีอยู่แล้ว กำลังมีการบูรณะปรับปรุงใหญ่ น่าสนใจจะตามไปดูว่าสุดท้ายจะเป็นอย่างไร) การพัฒนาบริเวณขึ้นมาใหม่…

เซี่ยงไฮ้ 2017 ตอน ๒ ตลาดผ้าและอาหาร

หมายมั่นปั้นมือไปตัดเสื้อที่เซี่ยงไฮ้ แต่ได้ผ้าพันคอมาแทน ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ถนนนานจิงย่านคนเดิน แต่ร้านก็มีอีกหลายสาขา ความสวยอยู่ที่แพรเนื้อนิ่ม สีสันสดใส จากภาพเขียนของศิลปิน เล่าเรื่องราวของเส้นทางสายไหม อันเป็นเส้นทางการค้าของจีนกับตะวันตกมาแต่โบราณ ผ้าพันคอไหมที่นำภาพของศิลปินมาทำเป็นลายผ้าเป็นความชอบส่วนตัวอยู่แล้ว เหมือนกับเป็นภาพที่เราพกพาเคลื่อนที่ไปได้ ไม่ต้องแขวนนิ่งอยู่บนผนังบ้านแต่อย่างเดียว  ผ้าผืนนี้มาต่อแถวพันคอ ของ The Met นิวยอร์ก และ จิม ทอมป์สันของไทยเราเอง (ที่นำภาพของ ศ. อิทธิพล ตั้งโฉลกมาใช้)  Shi Liu Pu Fabric Market ย่านเก่าของเซี่ยงไฮ้ขายทั้งผ้าและวัสดุประกอบการตัดเย็บ และรับตัดเย็บเสื้อผ้าไปด้วยในร้านเดียวกัน  เดินไปก็นึกถึงร้านค้าน้อยใหญ่ในตึก ไชน่า เวิลด์ (ตึกเซ็นทรัล วังบูรพา เดิม)  ที่พาหุรัด ของเรา แต่ของเรามีผ้านานาชาติ ร้านค้านานาชาติ ขาดการรับตัดเย็บเป็นการทั่วไป ที่ต้องทำทุกวันวันละสามเวลาคือ รับประทานอาหาร จึงมีข้อสังเกตมากมายเกี่ยวกับอาหารเท่าที่เห็นมา น้ำผลไม้นานาชนิดมีขายทั่วไป ทั้งปั่น ทั้งบีบแยกน้ำแยกกาก  และขายผลไม้สดใส่ถ้วยแบบถ้วยกาแฟมีฝาปิด เคยนับผลไม้ได้ถึง ๘ ชนิดในหนึ่งแก้ว อาหารไม่หวาน แม้แต่ของหวานก็แค่หวานปะแล่มๆ น้ำเปล่าที่เสิร์ฟให้เป็นน้ำธรรมดา…

สหกรณ์ออมทรัพย์​   ความเสี่ยงทั้งตรงและแฝงที่ควรได้รับการบริหารจัดการ

ไม่ว่าจะมีชื่อเรียกเป็นอย่างไรก็ตาม สหกรณ์ออมทรัพย์เป็นสถาบันการเงินประเภทหนึ่ง แต่เดิมมาขอบเขตการดำเนินงานจำกัดอยู่ในกลุ่มสมาชิกเท่านั้น แต่ในเวลานี้สหกรณ์ออมทรัพย์แต่ละแห่งทำธุรกรรมข้ามสถาบันเป็นเงินจำนวนสูง และลงทุนในตลาดทุนด้วย ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงให้กับตัวสหกรณ์นั้นๆ เอง    ด้วยเหตุนี้ จึงสมควรรื้อวิธีการกำกับดูแลเสียใหม่ให้ทันกับการขยายธุรกรรม และพัฒนาการของตลาดทุนที่เปลี่ยนแปลงไปมากนับแต่แรกมีการคิดตั้งสหกรณ์ ปี พ.ศ. 2554  เคยทำรายงานให้กับองค์กรระหว่างประเทศแห่งหนึ่ง เรื่องการพัฒนาภาคการเงิน การพัฒนาตลาดทุน เพื่อดูช่องว่างที่ควรมีการพัฒนา ข้อเสนอแนะที่กล่าวไว้สั้นๆ เรื่องหนึ่งคือ การกำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์ “กระทรวงการคลังและผู้กำกับดูแลสถาบันการเงินอื่นๆ ควรร่วมกันกำกับดูแลกิจกรรมด้านการลงทุนของกิจการต่างๆ ทุกประเภทที่รับเงินฝากจากประชาชนหรือสมาชิก” “สหกรณ์ออมทรัพย์หลายแห่งนำเงินที่มีเหลือไปลงทุนในตลาดทุน การกำกับดูแลเพื่อให้เกิดการลงทุนที่รอบคอบระมัดระวัง และการประเมินความเสี่ยงจากการลงทุนของสหกรณ์ออมทรัพย์ ควรเป็นงานของกระทรวงการคลัง มิใช่กระทรวงเกษตรฯ” พระราชบัญญัติสหกรณ์กำหนดว่า สหกรณ์คือคณะบุคคลที่ร่วมกับดำเนินกิจการที่เป็นประโยชน์เชิงเศรษฐกิจโดยสมาชิกช่วยกันและกัน สหกรณ์ออมทรัพย์ทำกิจการบางอย่าง เช่น •รับฝากเงินจากสมาชิกและจากสหกรณ์อื่น  •ให้กู้ยืมแก่สมาชิกและแก่สหกรณ์อื่น  และนำเงินไปทำธุรกิจอื่นๆ เพื่อประโยชน์ของสมาชิก •การบริหารเงินโดยการนำเงินไปฝากสหกรณ์อื่น ฝากธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินอื่นที่จะสนับสนุนกิจการสหกรณ์ ซื้อหุ้น ธกส หรือสหกรณ์อื่นและกิจการอื่นที่จะให้ความสะดวกกับการดำเนินงานของสหกรณ์ และฝากหรือลงทุนอื่นตามที่คณะกรรมการพัฒนาสหกรณ์ฯ กำหนด คณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธาน กรรมการที่รู้/เข้าใจ ด้านการเงิน ได้แก่ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (กระทรวงการคลัง) ผู้จัดการใหญ่ ธกส.  และประธานกรรมการ…

เซี่ยงไฮ้ 2017

ไปเดินเล่นอยู่ที่เซียงไฮ้เป็นเวลา ๕ วันเต็มๆ  เป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ ดอกไม้สีสันสวยงามทั้งไม้ยืนต้นและไม้ล้มลุก ภาพนี้เป็นกำแแพงดอกไม้ ที่เป็นส่วนหนึ่งของกำแพงกั้นแม่น้ำ ด้านบนเปิดเป็นที่สาธารณะให้เดินเล่นได้  สะอาด สวยงาม เมื่อเดินขึ้นไปสุดบันได หันหลังมามอง จะเห็นผู้คนคลาคล่ำ ทั้งด้านบนและด้านล่างของลาน นึกถึงที่มีผู้เสนอให้ทำโครงการริมแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงยานนาวา ซึ่งเป็นช่วงที่กรุงเทพฯ ยังขาดเขื่อนกั้นแม้น้ำอยู่ช่วงเดียว ทำแล้วจะได้เส้นทางเดินเล่นแบบนี้ แต่ผู้มีอำนาจกลับดึงดันจะสร้างทางจักรยาน ๑๔ ก.ม. จักรยานสำคัญกว่าคนเดิน!! หันไปอีกทาง จะได้ภาพอาคารสูงของฝั่งพัฒนาใหม่เป็นย่านอาคารสำนักงาน แต่ละอาคารสร้างประชันแบบกันน่าชม อากาศสลัวหน่อยเพราะฝนทำท่าจะพรำลงมา ก็นี่เป็นฤดูใบไม้ผลิ ต้องการฝนมาปลุกให้ต้นไม้ตื่นจากหลับนานช่วงฤดูหนาว และฝนพรมให้ดอกไม้สดชื่น ด้านพื้นดินของทางเดินที่ยกสูงขึ้นไปแบบเป็นสันเขื่อน มีร้านค้า หน้าร้านหันออกถนนให้คนนั่งกินอาหารกลางแจ้งได้ ไม่มีร้านใดได้วิวแม่น้ำแบบกินไปชมวิวไป แบบนั้นเปลืองพื้นที่   เปิดวิวแม่น้ำให้กับคนส่วนมากดีกว่า จะชมวิวก็ชม จะกินก็กิน มีนิทรรศการใต้ดินให้ชม และมีรถคันเล็กที่แล่นบนราง แล่นในอุโมงค์มุดน้ำไปโผล่อีกฟาก  ในอุโมงค์มีแสงสีเสียง คำบรรยายคงจะน่าสนใจ แต่ไม่รู้ภาษาจีนก็ได้ยินเป็นเสียงเท่านั้นเอง ไม่เป็นภาษาที่เข้าใจได้       ดอกไม้สวยเห็นได้ทั่วไป ปลูกอยู่ริมทางก็มี ปลูกในกระถางใหญ่ก็มี เป็นกำแพงดอกไม้ก็มี   ส่วนที่เป็นกำแพงต้นไม้ดอกไม้ ที่ใส่มีหลายแบบ…

ไทยพีบีเอส ควรเป็นอย่างไร

คำถามท้าความคิด-  ถ้าคุณเป็นผู้อำนวยการ /กรรมการ/ภาครัฐที่ต้องดูแลองค์กรแบบนี้ คุณจะมีแนวทางอย่างไร คำตอบยาวมากค่ะ ถ้าเป็นผู้อำนวยการ  ดิฉันขอคณะกรรมการที่เข้าใจเรื่องของ PBS หรือ PSB (การแพร่ภาพเป็นบริการสาธารณะ) อย่างแท้จริงด้วย ถ้ากรรมการไม่เข้าใจก็ขอให้ปล่อยให้ดิฉันและทีมงานที่เสนอตัวเข้ามาทำได้ทำ แล้วคอยดูผล ขอให้กรรมการถือพระราชบัญญัติเป็นไม้บรรทัดคอยวัดผลงาน แทนการถือระเบียบราชการคอยวัดทุกฝีก้าว โดยไม่ให้ความสำคัญหลักกับผลงานขององค์กร) คณะกรรมการที่จะรับรู้ว่า ไทยพีบีเอส เป็นทั้งเจ้าของสถานีและผู้ผลิตรายการที่ไม่ต้องแข่งขันกับใคร จึงอาจจะเฉื่อยและหย่อนประสิทธิภาพได้ง่าย ดังนั้นคณะกรรมการและผู้อำนวยการจะต้องมี KPI เพื่อให้บรรลุผลในการเป็น provider ที่มีความสามารถ นำเสนอรายการคุณภาพ และเป็น distributor ที่มีประโยชน์ต่อสังคม สามารถหารายการมีคุณภาพในราคาที่เหมาะสมมาป้อนผู้แพร่ภาพในประเทศได้ ยกตัวอย่างสิ่งที่อาจจะแปลงเป็น KPI ได้ดังนี้ การทำหน้าที่ provider ไม่จำเป็นต้องผลิตเองเพื่อแข่งขันกับเอกชน  แต่ส่งเสริมให้อุตสาหกรรมการผลิตภาพยนตร์ที่มีสาระได้เติบโต จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติมากกว่า  โดยการคัดเลือกผู้ทำรายการต้องได้สมดุลระหว่างคนมืออาชีพเดิม กับคนหน้าใหม่แต่มีผลงานดีมีศักยภาพที่จะเติบโต วัดผลคุณภาพได้หลายทาง เช่น *สามารถขายรายการที่ผลิตได้ ให้กับสถานีอื่นทั้งในและต่างประเทศ ทั้งสถานีที่ทำเพื่อการค้าและในสถาบันการศึกษา  เพราะนี่คือจุดวัดความสามารถในการแข่งขันที่ดีที่สุด และไทยพีบีเอสก็คงไม่อาจจะอ้างได้ว่ายากไป เพราะประเทศเพื่อนบ้านก็ดูรายการโทรทัศน์ของเราและประเทศเรามีนักท่องเที่ยวเข้าประเทศเป็นสิบล้านคน น่าจะมีผู้สนใจเรื่องราวด้านต่างๆ ของไทย สุวรรณภูมิ หรืออาเซียน จำนวนไม่ใช่น้อย *สามารถขายแผ่น…

พีบีเอส คืออะไร

องค์การแพร่ภาพสาธารณะ ในสหรัฐฯ เป็น “บริการเพื่อสถานีสาธารณะ”  ในอังกฤษเป็น “การกระจายเสียงและแพร่ภาพเพื่อเป็นบริการสาธารณะ” ของไทยเป็น ?   เปิดอินเทอร์เน็ตผ่านๆ เพื่อ “คว้า” ความรู้มาตอบข้อสงสัยตนเองว่า  •พีบีเอสที่มีมาก่อนประเทศไทยมีเนื้อหาอะไรในรายการ (และแอบอยากรู้ว่า เน้น “ตรวจสอบรัฐบาล” แบบที่พูดๆ กันว่าเป็นภาระหน้าที่ของไทยพีบีเอส หรือเปล่า) •ใช้เงินจากไหนมาดำเนินงาน (ของเราใช้ส่วนหนึ่งของภาษีสรรพสามิตสุราและยาสูบ)  และมีรายได้อื่นมาจากที่ใดบ้าง  •ใครเป็นกรรมการ  •กิจการไปได้ดีไหม สู้สถานีที่เป็นกิจการหากำไรได้ไหม  •วัดความสำเร็จกันด้วยอะไร (อันดับผู้ชม?  รางวัล?  โพลล์?)  ข้อมูลหาง่ายมาก (ง่ายจนคนที่อยากจะค้นคว้าและอยู่ในวงการสื่อต้องมีข้อมูลความรู้มากกว่าผู้เขียนอย่างแน่นอน เว้นแต่ไม่สนใจอ่านหรืออ่านภาษาอังกฤษไม่ออก)   เลือกมาเพียง ๓ ประเทศ เพราะอ่านออกแต่ภาษาอังกฤษ  Public Broadcasting Service ในสหรัฐอเมริกา มีสถานีโทรทัศน์แบบพีบีเอสในท้องถ่ินจำนวนมาก (นับรวมสถานีของสถานศึกษาต่างๆ ด้วย)  Public Service Broadcasting (PSB) ในอังกฤษ มี BBC ที่มีชื่อรู้จักไปทั่วโลก PBS ของออสเตรเลียคือ…

ปฏิรูปไทยพีบีเอส: เริ่มที่ปรับโครงสร้างระดับกรรมการ

ครั้งที่แล้วพูดถึง governance ในไทยพีบีเอส และเสนอความเห็นว่า กรรมการชุดที่สรรหากรรมการนโยบาย เป็นผู้รับผิดชอบสูงสุดในฐานะตัวแทนประชาชนที่ได้รับมอบอำนาจตาม พรบ. มาเลือกกรรมการนโยบาย(เพื่อบริหารองค์กร)  ลำดับถัดมาคือกรรมการนโยบายที่ต้องรับผิดชอบกำหนดกรอบและดูแลให้องค์กรทำงานให้บรรลุผลตามที่ พรบ. ระบุไว้ว่าเป็นเป้าหมายของสถานี  (ดูเนื้อหาเป้าหมายในบทความที่แล้ว) ดังนั้นจึงจำเป็นต้องกำหนดบุคคลผู้เป็นกรรมการสรรหาอย่างระมัดระวัง  ส่วนผู้เข้ามาเป็นกรรมการสรรหาก็ต้องรู้ว่าตัวกำลังรับภาระอันสำคัญมากคือหาคณะบุคคลมาดำเนินงานให้ความฝันเรื่องทีวีสาธารณะเป็นจริงขึ้นมาให้ได้ กรรมการสรรหาที่กำหนดไวใน พรบ.วิเคราะห์ได้ว่าต้องการเปิดพื้นที่ให้สื่อสาธารณะกับ NGO เป็นผู้มีส่วนในการกำหนดนโยบายมากที่สุด โดยอิงให้มีข้าราชการระดับปลัดกระทรวงไว้ ๔ คน  การหาตัวแทนสื่อฯ และ NGO ใช้วิธีกำหนดตัวผู้เป็นประธานสหพันธ์ สมาคม ฯลฯ มาเป็นตัวแทนกลุ่ม  ลงเงินไปแล้ว ๒ หมื่นล้าน (สองพันล้านต่อปี คิดสิบปี) ผู้เขียนคิดว่าถึงเวลาหาวิธีที่ดีกว่านี้ได้แล้ว ข้อเสนอมี ๔ ด้านคือ ด้านองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหา วิธีเลือกกรรมการนโยบายและคุณสมบัติของกรรมการนโยบาย วิธีเลือกและคุณสมบัติของผู้อำนวยการ และวิธีการดำเนินการประชุมที่จะสร้าง accountability (ความรับผิดตามหน้าที่)  and transparency (ความโปร่งใส)  ซึ่งเป็นหัวใจของ good governance (การบริหารจัดการที่ดี มีธรรมาภิบาล) องค์ประกอบของกรรมการสรรหา ต้องมีจำนวนสัดส่วนชัดเจนและใกล้องค์ประกอบของสังคมอุดมคติที่ต้องการตามที่ระบุไว้เป็นเป้าหมายของสถานี   กรรมการที่มีอยู่ไม่ครอบคลุมพอเพียงจะบรรลุเป้าหมายนั้นได้ …