เซี่ยงไฮ้ 2017

ไปเดินเล่นอยู่ที่เซียงไฮ้เป็นเวลา ๕ วันเต็มๆ  เป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ ดอกไม้สีสันสวยงามทั้งไม้ยืนต้นและไม้ล้มลุก ภาพนี้เป็นกำแแพงดอกไม้ ที่เป็นส่วนหนึ่งของกำแพงกั้นแม่น้ำ ด้านบนเปิดเป็นที่สาธารณะให้เดินเล่นได้  สะอาด สวยงาม เมื่อเดินขึ้นไปสุดบันได หันหลังมามอง จะเห็นผู้คนคลาคล่ำ ทั้งด้านบนและด้านล่างของลาน นึกถึงที่มีผู้เสนอให้ทำโครงการริมแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงยานนาวา ซึ่งเป็นช่วงที่กรุงเทพฯ ยังขาดเขื่อนกั้นแม้น้ำอยู่ช่วงเดียว ทำแล้วจะได้เส้นทางเดินเล่นแบบนี้ แต่ผู้มีอำนาจกลับดึงดันจะสร้างทางจักรยาน ๑๔ ก.ม. จักรยานสำคัญกว่าคนเดิน!! หันไปอีกทาง จะได้ภาพอาคารสูงของฝั่งพัฒนาใหม่เป็นย่านอาคารสำนักงาน แต่ละอาคารสร้างประชันแบบกันน่าชม อากาศสลัวหน่อยเพราะฝนทำท่าจะพรำลงมา ก็นี่เป็นฤดูใบไม้ผลิ ต้องการฝนมาปลุกให้ต้นไม้ตื่นจากหลับนานช่วงฤดูหนาว และฝนพรมให้ดอกไม้สดชื่น ด้านพื้นดินของทางเดินที่ยกสูงขึ้นไปแบบเป็นสันเขื่อน มีร้านค้า หน้าร้านหันออกถนนให้คนนั่งกินอาหารกลางแจ้งได้ ไม่มีร้านใดได้วิวแม่น้ำแบบกินไปชมวิวไป แบบนั้นเปลืองพื้นที่   เปิดวิวแม่น้ำให้กับคนส่วนมากดีกว่า จะชมวิวก็ชม จะกินก็กิน มีนิทรรศการใต้ดินให้ชม และมีรถคันเล็กที่แล่นบนราง แล่นในอุโมงค์มุดน้ำไปโผล่อีกฟาก  ในอุโมงค์มีแสงสีเสียง คำบรรยายคงจะน่าสนใจ แต่ไม่รู้ภาษาจีนก็ได้ยินเป็นเสียงเท่านั้นเอง ไม่เป็นภาษาที่เข้าใจได้       ดอกไม้สวยเห็นได้ทั่วไป ปลูกอยู่ริมทางก็มี ปลูกในกระถางใหญ่ก็มี เป็นกำแพงดอกไม้ก็มี   ส่วนที่เป็นกำแพงต้นไม้ดอกไม้ ที่ใส่มีหลายแบบ…

ไทยพีบีเอส ควรเป็นอย่างไร

คำถามท้าความคิด-  ถ้าคุณเป็นผู้อำนวยการ /กรรมการ/ภาครัฐที่ต้องดูแลองค์กรแบบนี้ คุณจะมีแนวทางอย่างไร คำตอบยาวมากค่ะ ถ้าเป็นผู้อำนวยการ  ดิฉันขอคณะกรรมการที่เข้าใจเรื่องของ PBS หรือ PSB (การแพร่ภาพเป็นบริการสาธารณะ) อย่างแท้จริงด้วย ถ้ากรรมการไม่เข้าใจก็ขอให้ปล่อยให้ดิฉันและทีมงานที่เสนอตัวเข้ามาทำได้ทำ แล้วคอยดูผล ขอให้กรรมการถือพระราชบัญญัติเป็นไม้บรรทัดคอยวัดผลงาน แทนการถือระเบียบราชการคอยวัดทุกฝีก้าว โดยไม่ให้ความสำคัญหลักกับผลงานขององค์กร) คณะกรรมการที่จะรับรู้ว่า ไทยพีบีเอส เป็นทั้งเจ้าของสถานีและผู้ผลิตรายการที่ไม่ต้องแข่งขันกับใคร จึงอาจจะเฉื่อยและหย่อนประสิทธิภาพได้ง่าย ดังนั้นคณะกรรมการและผู้อำนวยการจะต้องมี KPI เพื่อให้บรรลุผลในการเป็น provider ที่มีความสามารถ นำเสนอรายการคุณภาพ และเป็น distributor ที่มีประโยชน์ต่อสังคม สามารถหารายการมีคุณภาพในราคาที่เหมาะสมมาป้อนผู้แพร่ภาพในประเทศได้ ยกตัวอย่างสิ่งที่อาจจะแปลงเป็น KPI ได้ดังนี้ การทำหน้าที่ provider ไม่จำเป็นต้องผลิตเองเพื่อแข่งขันกับเอกชน  แต่ส่งเสริมให้อุตสาหกรรมการผลิตภาพยนตร์ที่มีสาระได้เติบโต จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติมากกว่า  โดยการคัดเลือกผู้ทำรายการต้องได้สมดุลระหว่างคนมืออาชีพเดิม กับคนหน้าใหม่แต่มีผลงานดีมีศักยภาพที่จะเติบโต วัดผลคุณภาพได้หลายทาง เช่น *สามารถขายรายการที่ผลิตได้ ให้กับสถานีอื่นทั้งในและต่างประเทศ ทั้งสถานีที่ทำเพื่อการค้าและในสถาบันการศึกษา  เพราะนี่คือจุดวัดความสามารถในการแข่งขันที่ดีที่สุด และไทยพีบีเอสก็คงไม่อาจจะอ้างได้ว่ายากไป เพราะประเทศเพื่อนบ้านก็ดูรายการโทรทัศน์ของเราและประเทศเรามีนักท่องเที่ยวเข้าประเทศเป็นสิบล้านคน น่าจะมีผู้สนใจเรื่องราวด้านต่างๆ ของไทย สุวรรณภูมิ หรืออาเซียน จำนวนไม่ใช่น้อย *สามารถขายแผ่น…

พีบีเอส คืออะไร

องค์การแพร่ภาพสาธารณะ ในสหรัฐฯ เป็น “บริการเพื่อสถานีสาธารณะ”  ในอังกฤษเป็น “การกระจายเสียงและแพร่ภาพเพื่อเป็นบริการสาธารณะ” ของไทยเป็น ?   เปิดอินเทอร์เน็ตผ่านๆ เพื่อ “คว้า” ความรู้มาตอบข้อสงสัยตนเองว่า  •พีบีเอสที่มีมาก่อนประเทศไทยมีเนื้อหาอะไรในรายการ (และแอบอยากรู้ว่า เน้น “ตรวจสอบรัฐบาล” แบบที่พูดๆ กันว่าเป็นภาระหน้าที่ของไทยพีบีเอส หรือเปล่า) •ใช้เงินจากไหนมาดำเนินงาน (ของเราใช้ส่วนหนึ่งของภาษีสรรพสามิตสุราและยาสูบ)  และมีรายได้อื่นมาจากที่ใดบ้าง  •ใครเป็นกรรมการ  •กิจการไปได้ดีไหม สู้สถานีที่เป็นกิจการหากำไรได้ไหม  •วัดความสำเร็จกันด้วยอะไร (อันดับผู้ชม?  รางวัล?  โพลล์?)  ข้อมูลหาง่ายมาก (ง่ายจนคนที่อยากจะค้นคว้าและอยู่ในวงการสื่อต้องมีข้อมูลความรู้มากกว่าผู้เขียนอย่างแน่นอน เว้นแต่ไม่สนใจอ่านหรืออ่านภาษาอังกฤษไม่ออก)   เลือกมาเพียง ๓ ประเทศ เพราะอ่านออกแต่ภาษาอังกฤษ  Public Broadcasting Service ในสหรัฐอเมริกา มีสถานีโทรทัศน์แบบพีบีเอสในท้องถ่ินจำนวนมาก (นับรวมสถานีของสถานศึกษาต่างๆ ด้วย)  Public Service Broadcasting (PSB) ในอังกฤษ มี BBC ที่มีชื่อรู้จักไปทั่วโลก PBS ของออสเตรเลียคือ…

ปฏิรูปไทยพีบีเอส: เริ่มที่ปรับโครงสร้างระดับกรรมการ

ครั้งที่แล้วพูดถึง governance ในไทยพีบีเอส และเสนอความเห็นว่า กรรมการชุดที่สรรหากรรมการนโยบาย เป็นผู้รับผิดชอบสูงสุดในฐานะตัวแทนประชาชนที่ได้รับมอบอำนาจตาม พรบ. มาเลือกกรรมการนโยบาย(เพื่อบริหารองค์กร)  ลำดับถัดมาคือกรรมการนโยบายที่ต้องรับผิดชอบกำหนดกรอบและดูแลให้องค์กรทำงานให้บรรลุผลตามที่ พรบ. ระบุไว้ว่าเป็นเป้าหมายของสถานี  (ดูเนื้อหาเป้าหมายในบทความที่แล้ว) ดังนั้นจึงจำเป็นต้องกำหนดบุคคลผู้เป็นกรรมการสรรหาอย่างระมัดระวัง  ส่วนผู้เข้ามาเป็นกรรมการสรรหาก็ต้องรู้ว่าตัวกำลังรับภาระอันสำคัญมากคือหาคณะบุคคลมาดำเนินงานให้ความฝันเรื่องทีวีสาธารณะเป็นจริงขึ้นมาให้ได้ กรรมการสรรหาที่กำหนดไวใน พรบ.วิเคราะห์ได้ว่าต้องการเปิดพื้นที่ให้สื่อสาธารณะกับ NGO เป็นผู้มีส่วนในการกำหนดนโยบายมากที่สุด โดยอิงให้มีข้าราชการระดับปลัดกระทรวงไว้ ๔ คน  การหาตัวแทนสื่อฯ และ NGO ใช้วิธีกำหนดตัวผู้เป็นประธานสหพันธ์ สมาคม ฯลฯ มาเป็นตัวแทนกลุ่ม  ลงเงินไปแล้ว ๒ หมื่นล้าน (สองพันล้านต่อปี คิดสิบปี) ผู้เขียนคิดว่าถึงเวลาหาวิธีที่ดีกว่านี้ได้แล้ว ข้อเสนอมี ๔ ด้านคือ ด้านองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหา วิธีเลือกกรรมการนโยบายและคุณสมบัติของกรรมการนโยบาย วิธีเลือกและคุณสมบัติของผู้อำนวยการ และวิธีการดำเนินการประชุมที่จะสร้าง accountability (ความรับผิดตามหน้าที่)  and transparency (ความโปร่งใส)  ซึ่งเป็นหัวใจของ good governance (การบริหารจัดการที่ดี มีธรรมาภิบาล) องค์ประกอบของกรรมการสรรหา ต้องมีจำนวนสัดส่วนชัดเจนและใกล้องค์ประกอบของสังคมอุดมคติที่ต้องการตามที่ระบุไว้เป็นเป้าหมายของสถานี   กรรมการที่มีอยู่ไม่ครอบคลุมพอเพียงจะบรรลุเป้าหมายนั้นได้ …

ไทยพีบีเอส ผิดที่โครงสร้างหรือเปล่า

  ติดปีกความคิด ติดอาวุธความรู้ น่าจะเป็นคำขวัญเต็มๆ ของไทยพีบีเอส สถานีนี้เป็นความหวังของผู้ที่อยากเห็นทีวีสาธารณะที่ให้ความรู้กับประชาชนผู้ชมโดยไม่ต้องห่วงการหาโฆษณา ทำตามที่ “ตลาด” สั่งอาจจะไม่เหมาะกับ need ของสังคม ตอนเริ่มต้นทีวีช่องนี้เป็นช่องขวัญใจของเด็กและผู้สูงอายุ (บางคน) ด้วยภาพยนต์สารคดีเรื่องสัตว์ต่างๆ  ดนตรีกวีศิลป์ที่ไพเราะและเปี่ยมด้วยเนื้อหา ทีวีซีรีส์ที่ได้สาระและบันเทิง แต่เกือบ ๑๐ ปีผ่านไป สถานีนี้กลายเป็นความสิ้นหวังสำหรับบางคน เพราะอะไร พินิจแล้ว คิดว่าปัญหาหลักอยู่ที่โครงสร้างการบริหารจัดการในไทยพีบีเอส (Governance structure at TPBS) พระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 ตั้ง ส.ส.ท. หรือที่รู้จักกันในชื่อไทยพีบีเอส (Thai Public Broadcasting Service) ให้มีคณะกรรมการนโยบาย (ซึ่งเปรียบได้กับคณะกรรมการของบริษัทหรือรัฐวิสาหกิจ) ซึ่งเป็นผู้ตั้งคณะกรรมการบริหาร. ผู้อำนวยการ และสภาผู้ชมฯ เป้าหมายของสถานี ๑. สนับสนุนการพัฒนาสังคมที่มีคุณภาพและคุณธรรมบนพื้นฐานของความเป็นไทย ผ่านทางบริการข่าวสารที่เที่ยงตรง รอบด้าน สมดุล และซื่อตรงต่อจรรยาบรรณ ๒.ผลิตข่าวสาร สารประโยชน์ด้านการศึกษาและสาระบันเทิง เน้นความหลากหลายในมิติต่างๆ ปราศจากอคติทางการเมืองและผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ และยึดถือผลประโยชน์สาธารณะ ๓.…

CU100 บันทึกไว้เตือนความจำ

ขอขอบคุณท่านที่ถอดเนื้อความนี้ และเพื่อนที่ส่งมาให้ทางไลน์ ขอนำมารวมไว้เป็นบันทึกเตือนความจำของเหตุการณ์วันที่ ๒๕ และ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๐ พระสัมโมทนียกถาสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานในพิธีบำเพ็ญกุศลวาระ ๑๐๐ ปีแห่งการประดิษฐานจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ ศาลาพระเกี้ยว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยวันเสาร์ ที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๐ ขออำนวยพร คุณหญิงนายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ท่านอธิการบดี, คณะผู้บริหาร, คณาจารย์, บุคลากร, นิสิตเก่าและนิสิตปัจจุบัน ทุกท่าน. อาตมภาพรู้สึกชื่นชมยินดี ที่ได้มาอยู่ท่ามกลางสาธุชนชาวจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทุกท่าน  ในวาระที่มหาวิทยาลัยจะเจริญอายุครบ ๑๐๐ ปี  การที่ท่านพร้อมเพรียงกันมาบำเพ็ญกุศลฉลองมหาวิทยาลัย และตั้งจิตอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  สองพระองค์ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐของประชาชาติไทย และโดยเฉพาะของชาวจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในวันนี้ นับได้ว่าเป็นประเดิมแห่งการสมโภชมหาวิทยาลัยอันจะมีต่อไปในวันพรุ่งนี้ กล่าวได้ว่าทุกท่านเป็นคนดี เพราะธรรมพื้นฐานอันเป็นภูมิของสัตบุรุษคนดี คือความกตัญญูกตเวที ท่านทั้งหลายทราบดีแก่ใจแล้วว่าพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนาโรงเรียนมหาดเล็กขึ้นด้วยพระราชประสงค์ใด อาตมภาพขอย้ำเตือนในมงคลวาระนี้อีกครั้งหนึ่งว่า เพราะทรงพระราชปรารถนาความเจริญวัฒนาแก่ประเทศชาติ ด้วยหลังจากทรงปฏิรูประบบราชการในแผ่นดินสยาม จนอาจเรียกได้ว่าพลิกแผ่นดินให้สยามเป็น “อารยประเทศ” แล้ว ก็ต้องทรงสร้าง “อารยชน” ให้บังเกิดขึ้นเป็นกลจักรสำคัญแห่งระบบราชการของพระองค์ โรงเรียนมหาดเล็กที่ทรงสถาปนาขึ้นนั้น คือสถานบ่มเพาะข้าราชการรุ่นแรกๆ ของสยามตามพระบรมราโชบาย…

เหตุเกิดที่ไทยพีบีเอส

ไทยพีบีเอสนำเงินไปลงทุนซื้อหุ้นบริษัทซีพีเอฟเป็นการผิดจรรยาบรรณสื่อ!   เรื่องลามเลยไปถึงการประชุมอันยาวนานของคณะกรรมการนโยบายฯ จบลงด้วยการลาออกของผู้อำนวยการ เรื่องใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอ  วิญญาณของผู้บริหารเงินทุนถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาสำรวจปัญหา  เพื่อตอบคำถามที่ว่า… เอาเงินภาษีของประชาชนไปทำงี้ได้ไง  ทำผิดกฎหมายหรือเปล่า (คำถามมาตรฐาน) ผู้บริหารต้องรับผิดชอบ  บริษัทนี้มีปัญหากับ “สังคม” คุณไม่รู้หรอกหรือ วิญญาณสื่อของคุณหายไปไหน ไปสนับสนุนบริษัทแบบนี้  ต่อไปนี้สถานีจะขาดความเป็นอิสระ ฯลฯ ก่อนอื่น ขอเรียนว่าข้อมูลข่าวสารได้มาจากการติดตามข่าวผ่านสื่อ ทั้งข่าวเล่า (คือมีผู้ติดตามอ่านแล้วมาสรุปให้ฟัง) และข่าวเขียน (แปลว่าอ่านเอง) บวกกับการสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องกระบวนการทำงาน ข้อสังเกตและความเห็นมีดังนี้   ข้อ ๑ ตามหลักการบริหารเงิน การหารายได้อย่างเหมาะสมแทนการทิ้งเงินไว้เปล่าๆ เป็นความรับผิดชอบอย่างหนึ่งของผู้บริหาร ดร. สมเกียรติ ตั้งกิจวาณิชย์ ประธานทีดีอาร์ไอ ได้เขียนอธิบายหลักการพร้อมวิธีปฏิบัติขององค์กรสาธารณะไว้แล้วใน facebook คณะกรรมการนโยบายฯ ตำหนิการทิ้งเงินไว้เป็นเงินฝากธนาคารมาอย่างต่อเนื่อง แทนที่จะนำเงินไปหาผลประโยชน์อื่นเพื่อให้มีรายได้งอกเงยขึ้นมา  จนกระทั่งฝ่ายบริหารอยู่นิ่งไม่ได้ต้องลงมือทำอะไรสักอย่างในเรื่องการลงทุน เพราะถ้าไม่ทำก็แปลว่าไม่รับผิดชอบ (ถ้าลงทุนผลีผลามก็ต้องรับผิดชอบเหมือนกัน แต่คนละประเด็น) ขั้นตอนการลงทุนของผู้บริหารเงินทุนโดยทั่วไปคือ นำเสนอกรอบการลงทุนให้คณะกรรมการพิจารณา  กรอบคือหลักเกณฑ์ว่าจะลงทุนในตราสารประเภทใดบ้าง ในสัดส่วนเท่าใด ระดับความเสี่ยงที่กรรมการหรือองค์กรรับได้คือแค่ไหน และสาระอื่นๆ ที่ประกอบกันขึ้นเพื่อประกอบการพิจารณาตัดสินใจลงทุน ในระบบการทำงานจะต้องชัดเจนว่า ใครตัดสินใจ ใครอนุมัติฯลฯ…