CU 101: สหสาขาในงานออกแบบและการใช้งาน

คิดถึงศักยภาพอันมหาศาลของจุฬาฯ ที่ยังไม่ได้นำมาใช้อย่างสอดประสานเป็นงานเนื้อเดียวกัน เพื่อสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่า โดยเฉพาะอย่างย่ิงเมื่องานออกแบบกับการใช้งานดูจะไปกันคนละทิศทางอย่างน่าเสียดาย การทำงานที่จะรักษาหลักการแรกเริ่มไว้ให้ได้ ต้องการใจที่เทให้กับเป้าประสงค์และอุดมคติเดียวกัน พร้อมด้วยความสามารถที่เสมอกัน  อาคารที่สถาปนิกออกแบบ วิศวกรสร้าง ต่อจากนั้นต้องการนักกิจกรรม นักบริหาร นักการตลาด ฝ่ายซ่อมบำรุง หลากหลายสาขาเพื่อร่วมกันคิดสร้างชีวิตและความยั่งยืนให้กับสิ่งปลูกสร้างทุกอัน โดยแต่ละฝ่ายที่ทำงานต้องก้าวพ้นจากการติดกรอบแห่งวิชาเฉพาะเพื่อก้าวสู่ความสมบูรณ์ในทุกด้าน จากสยามวัน จามฯ สแควร์ ถึงอุทยาน ๑๐๐ ปี เราจะทำอะไรให้ดีกว่านี้ได้อีกบ้าง  ๑. ต้นไม้ สยามวัน (สยามสแควร์วัน) อาคารนี้ต้องการทำสวน ปลูกผัก บนหลังคาตึกเพื่อสร้างทางเลือกในการใช้พื้นที่โล่งแจ้งกลางแดดเปรี้ยงเพื่อสร้างสีเขียว ความเย็น และความพอเพียง แต่ระยะหลังนี้พื้นที่ค่อนข้างรกร้าง ดูเหมือนว่าอุดมคติของผู้อนุมัติแบบและผู้ออกแบบ ไม่ได้รับการสานต่อจากผู้บริหารอาคาร และคณะต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เรื่องนี้ขอสรุปว่าเป็นปัญหาเรื่องการบริหารจัดการ การกำหนดหน่วยงานผู้รับผิดชอบและการกำหนด KPI ให้สอดคล้องกับนโยบาย ตัวอาคารนั้นเล่า ตั้งใจให้เป็นศูนย์การค้ากลางแจ้งแบบสยามสแควร์เดิม ถ้ามีฝนตกก็มีวิธีกันฝนเฉพาะกิจ แต่แล้วตอนนี้กลับเต็มไปด้วยสิ่งมุงบังแบบถาวร  สถาปนิกออกแบบ กับสถาปนิกคุมงาน ว่ากันไปคนละทาง จนลืมหลักการเดิม พื้นที่กลางอาคาร ที่แบบเบื้องต้นจะมีต้นไม้ขึ้นทั่วไป เป็นไม้เลื้อย ไม้ต้นที่ดูแลง่าย  แต่ตอนออกแบบเน้นเสาสีสวยๆ ซึ่งน่าจะยากต่อการบำรุงรักษาต้นไม้  เพียงปีเดียวจาก…

ในความทรงจำ: มติ ตั้งพานิช – สถาปนิกจิตสาธารณะ

ตอนที่ ๒ ของบทความ ๒ ตอนจบ เพื่อรำลึกถึงคุณมติ ตั้งพานิช โรงแรมและอาคารพักอาศัย งานพัฒนาชิ้นหนึ่งที่ติดอยู่ในความทรงจำคือการพัฒนาที่ดินเชิงเขาใหญ่  สมัยนั้นเขาใหญ่มีเสน่ห์ตรงที่อากาศหนาวเย็นเกือบตลอดปี แม้แต่เดือนเมษายนตอนเที่ยงวันก็ยังได้ลมเย็นพัดมา  แต่ว่า “แถวนั้นไม่มีโรงแรมดีๆ เลย ไม่อยู่บ้านพักป่าไม้ก็ต้องกลับ”  จุลดิศเขาใหญ่เกิดขึ้นมาเพื่อสนองความต้องการนั้นของคนกรุงเทพ ที่ต้องการไปพักผ่อนแถวเขาใหญ่  คนสมัยนั้นคงจะจำได้ว่า ใครๆ ก็ต้องไปพักที่จุลดิศ ก็มีโรงแรมที่ดีอยู่แห่งเดียวทั้งถนนที่ขึ้นเขาใหญ่จากฝั่งถนนธนะรัชต์ เป็นบทบาทของสถาปนิกที่ไม่เร่ิมตอนงานออกแบบ แต่เริ่มตั้งแต่นำเสนอการใช้สอยที่ดินในรูปแบบธุรกิจที่เหมาะกับ location ด้วย    โรงแรม จุลดิศ เขาใหญ่ ช่วยเคาะเข้าไปดูเองนะ เพราะเขาบอกว่าภาพอาจมีลิขสิทธิ์ https://th.tripadvisor.com/Hotel_Review-g641719-d505255-Reviews-Juldis_Khao_Yai_Resort_Spa-Pak_Chong_Pak_Chong_District_Nakhon_Ratchasima_Province.html#photos;aggregationId=101&albumid=101&filter=7&ff=41124829  อีกอาคารหนึ่งที่คุณมติเคยพาไปดู (ถ้าจำไม่ผิดคืออาคารจุลดิศแมนชั่น  อาคารพักอาศัยขายเป็นคอนโดมิเนียม ที่ประตูน้ำ) เราขึ้นไปเดินดูตรงระเบียง เห็นพื้นที่โล่งกลางอาคาร  คุณมติอธิบายว่า ออกแบบอาคารเช่นนี้ทำให้อาคารโปร่ง  ลมถ่ายเทได้ อาคารจึงไม่อับทึบ อยู่สบาย     https://thaicozy.com/condo/juldis-mansion_bangkok อาคารสำนักงาน ๑. ใครจำได้บ้างว่า ครั้งหนึ่งบนถนนวิภาวดีรังสิต มีอาคารหลังหนึ่งในช่วงก่อสร้าง เขียนป้ายบนรั้วที่ ไซต์งานว่า D N A…

ในความทรงจำ: มติ ตั้งพานิช – สถาปนิก

บ้าน บ้านกลางกรุงเทพมหานครหลังนี้ นำไปสู่การรู้จักสถาปนิกชื่อ มติ ตั้งพานิช เจ้าของบริษัท design + develop  เมื่อรู้จักกันไปนานวันจึงรู้ว่าคุณมติเป็นมากกว่าสถาปนิกผู้ออกแบบบ้าน อันที่จริงการออกแบบบ้านเป็นงานจิ๊บๆ  ผลงานเด่นเป็นงานอาคารสูง และมิใช่สถาปนิกที่รับออกแบบเท่านั้น แต่เป็นสถาปนิกนักพัฒนาด้วย  อยากได้บ้านอิฐแดงอย่างนี้บ้าง เจ้าของบ้านบอกว่า ไม่ต้องเลย มันเปลืองค่าก่อสร้าง เพราะเท่ากับทำงานกำแพงสองครั้ง สร้างครั้งแรกก่ออิฐถือปูนแล้วต้องมาเรียงอิฐแดงซ้ำอีกครั้งหนึ่ง   ก่อนจะออกแบบบ้านให้ดิฉันนั้น จำได้ว่าคุณมติถามแค่ ๒ คำถามคือ ๑. ใช้บ้านทำอะไรบ้าง กับ ๒. เห็นหลังคาเป็นแบบไหน หลังจากร่ายยาวให้ฟังว่า อยู่กันสามคน พ่ออ่านหนังสือ เขียนหนังสือ ต้องมีมุมหนังสือให้พ่อ  แม่ทำกับข้าวเอง ต้องมีครัวที่ไม่ใช่ให้แม่ไปเป็นนางก้นครัว  ดิฉันเองอยู่ได้ทั่วไป และมีผู้ช่วยแม่อีกหนึ่งคน แม่ขอไม่นอนชั้นล่างทั้งๆ ที่ขาไม่ค่อยดี กลัวคนมาโผล่หน้าต่างห้องนอน ดิฉันนึกถึงบ้านแบบห้องแถวสองห้องที่เหลื่อมระดับกัน 1/2 ชั้น แม่จะได้เดินครึ่งชั้นก็ถึงห้องนอน หลังคาหรือ เวลาคิดถึงบ้านของตนเองไม่เคยเห็นหลังคาเลยค่ะ “ไม่เอาแอร์นะคะ”  เป็นคำแสดงความจำนงของผู้ขอให้ออกแบบ ครั้งต่อมาที่พบกัน คุณมติยกโมเดลบ้านมาให้ดู เป็นบ้านสีขาวหลังกระทัดรัด  เป็นกล่อง ๒…

แท็กซี่โอเค ที่ไม่โอเค

กรมการขนส่งทางบกเปิดตัวรถแท็กซี่ วีไอพี และแท็กซี่ โอเค ไปแล้ว ยังไม่ได้ลองขึ้นเลย  แต่ฟังข่าวก็เกิดข้อกังขาว่า การพัฒนา app. และจัดให้มีแท็กซี่โอเค เป็นกิจโดยตรงของกรมฯ หรือเปล่า  กรมการขนส่งฯ ควรทำหน้าที่ผู้กำกับกติกา (regulator) มากกว่าเป็นผู้ประกอบการ (operator) ไม่ใช่หรือ แต่ทำไมจึงรักแท็กซี่ เชียร์แท็กซี่จนออกนอกหน้า ทำผิดก็ไม่ว่าอะไร ปล่อยผู้ใช้บริการดูแลตนเองตามยถากรรม แล้วตอนนี้ยังจะเข้าไปพัฒนาระบบงานเพื่อสร้างแท็กซี่รุ่นใหม่ไฮโซอีก ทำให้แท็กซี่รุ่นธรรมดากลายเป็นบริการด้อยคุณภาพ แบบนี้สวัสดิภาพของผู้ใช้แท็กซี่ธรรมดาจะอยู่ตรงไหน หน้าที่ของกรมการขนส่งทางบก ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2545 ได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของกรมการขนส่งทางบกดังนี้ กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม มีภารกิจเกี่ยวกับการจัดระบบ การจัดระเบียบการขนส่งทางบก โดยการกำกับ ดูแล ตรวจสอบ ตรวจตรา ให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประสานและวางแผน ให้มีการเชื่อมต่อกับระบบการขนส่งอื่นๆ เพื่อให้ระบบการขนส่งทางบกเกิดความคล่องตัว สะดวก รวดเร็ว ทั่วถึง และปลอดภัย โดยให้มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้   ๑. ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก กฎหมายว่าด้วยรถยนต์…

พระปกเกล้า sky park (โครงการสะพานด้วน-สวนลอยฟ้า)

สภา กทม อนุมัติงบประมาณโครงการก่อสร้างเพื่อปรับปรุงโครงสร้างทิ้งร้างที่ขนานกับสะพานพระปกเกล้า เมื่อ 31 มกราคม 2561  แม้จะมีเสียงท้วงติงบ้างใน กทม ก็ดูจะพอเป็นพิธีเพื่อความรอบคอบ ข่าวนี้เป็นข่าวดีเงียบๆ ธรรมดาๆ  แต่สำหรับนักผังเมือง และผู้รักจะเห็น กทม งดงามขึ้น นี่เป็นข่าวชวนดีใจอย่างเอิกเกริกทีเดียว  โครงการนี้นำโครงสร้างทิ้งร้างของโครงการรถไฟฟ้าลาวาลินมาใช้ ถ้าเป็นโครงการสร้างใหม่ที่จู่ๆ ก็เฟื่องจะทำสวนลอยฟ้าข้ามแม่น้ำระยะทางรวมทั้งสิ้น 280 เมตร คงโดนคัดค้านระงมว่าทำอะไรให้สิ้นเปลืองขนาดนั้น ร่ำรวยนักหรือ  แต่นี่เรามีโครงสร้างทิ้งร้างอยู่แล้วก็เหมือนได้ฐานรากมาฟรีๆ   การแปลงความผิดพลาดครั้งอดีตให้งามและมีประโยชน์ใช้สอยจริงสำหรับประชาชนคนเดินถนน ด้วยปัญญาความคิดสร้างสรรค์  น่ายินดีจริงๆ  วิวเส้นขอบฟ้าของกรุงเทพฯ จากสวนแห่งนี้จะงดงามเพียงใด ต้องลองจินตนาการตามภาพของสถาปนิกไปพลางๆ จนกว่าจะเห็นของจริงอีก ๒ ปีข้างหน้า กลับไปหาโครงการรถไฟฟ้าลาวาลิน เรื่องนี้มีผู้เขียนสรุปไว้แล้ว ดูได้ใน https://thestandard.co/news-thailand-lavalin-skytrain http://archive.li/MlDwz#selection-512.0-512.1 กล่าวโดยสรุป เราชาวกรุงเทพฯ เคยเกือบจะมีรถไฟฟ้าใช้เป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อแก้ปัญหาจราจรของเมืองใหญ่ เริ่มศึกษากันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522  ห้าปีผ่านไป ก็จะเริ่มลงมือและกะจะเสร็จ พ.ศ. 2529  ถึงปี พ.ศ. ได้บริษัทลาวาลิน มาประมูลสร้าง ลงนามเมื่อปี 2533…

Green Economy คือความยั่งยืนของโลกใบนี้ ตอนที่ ๑. การจัดการทรัพยากรและเรื่องของขยะ

โลกเราเต็มไปด้วยขยะ แค่พลาสติกอย่างเดียวก็ท่วมท้น เวรกรรมเหลือเกินที่คนเราสามารถผลิตได้ถูก แข็งแรง ทนทาน จนกระทั่งระบาดยิ่งกว่าผักตบชวา  ที่ทิ้งแค่ให้พ้นหูพ้นตาไปลอยฟ่องอยู่ในมหาสมุทรเป็นกลุ่มเป็นก้อน (เรียกว่า gyre) ก็ขนาดทวีปออสเตรเลียนั่นแล้ว  สัตว์น้ำจะอยู่ยังไง   บางตัวโดนพลาสติกพันธนาการจนตายไปเพราะขาดอาหาร ไม่นับพวกที่กินเข้าไปโดยนึกว่าเป็นอาหารอีก  แถมพลาสติกจิ๋วๆ ยังลอยฟ่องเข้าไปอยู่ปะปนในอาหารปลา พร้อมๆ กับมลพิษอื่นๆ แล้วสัตว์โลกที่ชื่อว่าคนก็ย้อนกลับไปบริโภคสิ่งที่ตนเองทิ้งลงไปในน้ำนั่นเองอีกทอดหนึ่ง เป็นวัฎฎะกันไป https://youtu.be/3FVDW6Uq3cI   plastic ocean https://youtu.be/7y6cvg_-6Lo  10 worst pollution https://youtu.be/YFZS3Vh4lfI  6 re.. to deal with waste from consumption การจัดการกับขยะ ต้องการทั้งการป้องกันไม่ให้มีขยะ และการจัดการกับขยะที่เกิดขึ้นแล้ว เรื่องขยะๆ ก็เขียนไปหลายครั้งแล้ว เช่น https://thaidialogue.wordpress.com/2015/03/18/taiwan-law/ https://thaidialogue.wordpress.com/2015/08/19/garbage/ https://thaidialogue.wordpress.com/2012/03/22/การแยกขยะ/ ส่วนเรื่องเกี่ยวกับการทำธุรกิจหรือดำรงชีวิตอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและธรรมชาติ เคยพูดไปแล้วเมื่อปี พ.ศ. 2554 ดังที่บันทีกไว้ในบล็อกแล้ว https://thaidialogue.wordpress.com/2011/10/04/เขียวทั้งแผ่นดิน-2/    2011 เมื่อสถาบันพัฒนาเมืองด้วยการสนับสนุนจากมูลนิธิในประเทศเยอรมันจัดสนทนาเรื่องนี้…

ต้นแบบทางเลือกของสวนสาธารณะของชุมชน: อุทยานจุฬาฯ 100 ปี  (The Creative Community Park of 2017)

ไปชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรคิ ร. ๙ ที่อาคารนิทรรศการในอุทยานจุฬาฯ ๑๐๐ ปี (คืออาคารที่ตั้งอยู๋ติดกับถนนบรรทัดทอง) เป็นนิทรรศการ ๓ ส่วนคือ ส่วนห้องที่มีอ้างอิง ส่วนนิทรรศการภาพ และส่วนแสดงโครงการสำคัญๆ ที่เป็นโครงการในพระราชดำริด้วยเทคนิคแบบ 4D เป็นรอบๆ   ตอนที่ไปเป็นรอบ ๑๑.๐๐ น. ในขณะที่สองย่ายังงงอยู่กับเครื่องมือเครื่องไม้ในห้องอ้างอิง  หลานน้อยนักเรียนประถม ๕ กลับใช้งานอย่างคล่องแคล่ว เลือกดูความรู้จากจอ และเปิดเพลงพระราชนิพนธ์เพราะๆ ให้ย่าฟัง ระหว่างรอเวลาเปิดแสดงแสง สี เสียง ฉายภาพเล่าเรื่องด้วยเทคนิค 4D เทคนิคน่าตื่นเต้นสำหรับคนที่ไม่เคยเห็น แต่ถ้าเคยเห็นมาก่อนแล้ว เช่นที่ สวนป่ากลางเมือง ของกลุ่ม ปตท. แถวบึงกุ่ม ก็จะไม่ตื่นเต้นนัก แถมดูนานๆ จะเวียนหัวเอาเสียด้วย พอดีวันที่ไปดูมีช่างภาพจากสื่อประเทศจีนมาร่วมชมด้วย ก็ขอแสดงความยินดีที่นิทรรศการเป็นที่สนใจ  ตัวเองและเพื่อนร่วมงานรุ่นหลังกลับได้ไอเดียบรรเจิดขึ้นมา หลังจากชมเทคนิคนี้​ ผสมกับที่ได้ยินมาว่าจุฬาฯ ดำริจะสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์มาประดิษฐานไว้ในสวน พระบรมรูปใหญ่ๆ ดูล้าสมัย และทำให้สวนชุมชนที่ไม่ใหญ๋นักกลับคับแคบลงไป จะดีกว่าและทันสมัยกว่าไหมนะ ถ้าจะยิงแสงเลเซอร์พระบรมฉายาลักษณ์ขึ้นไปบนท้องฟ้าสัก ๑๕ นาทีทุกค่ำ (หรือหนึ่งค่ำในหนึ่งสัปดาห์)…