Conflict of Interest และวิธีบริหารจัดการ ตอน ๔ กฎหมายไม่ได้ห้าม 

             คนเรามักตัดสินเรื่องต่างๆ รอบตัวด้วยอคติ เป็นสองมาตรฐาน มีฉันทาคติ สิ่งใดเราหรือบุคคลที่เรารักใคร่ชอบพอเป็นผู้ทำ เราจะเข้าข้างและเห็นว่าสิ่งนั้นดูดี และมีโทสาคติ เมื่อคนอื่นทำสิ่งเดียวกันนั้น เรามองว่าน่าตำหนิ   จึงมักได้ยินผู้ถูกครหาอธิบายเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนที่เกี่ยวกับตนว่า “เรื่องนี้กฎหมายไม่ได้ห้าม” แต่ในขณะเดียวกันก็มักกล่าวโทษเวลาผู้อื่นทำเรื่องในทำนองเดียวกันนั้น  แล้วยังมีพวกโมหาคติ คือ ใจหลอกใจตัวเองให้เห็นสิ่งที่ไม่ดีไม่งามไม่สมควร ว่าเป็นสิ่งที่ดี งาม สมควร กฎกติกาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนไม่อาจบัญญัติได้ครบถ้วน เพราะ    ๑. คนที่อยากจะทำมักหาทาง “เลี่ยงบาลี” คือซอกแซก เลี่ยงกฎ เพื่อที่จะได้ผลประโยชน์ที่ตนปรารถนา จัดเข้าเป็นพวกที่มีโลภะนำทาง (เช่น ถ้าจะมีรายการเกี่ยวโยงกันก็ทำให้ไม่เกี่ยวโยงเพื่อที่จะได้หลุดข่ายของผลประโยชน์ทับซ้อนที่ระบุเป็นลายลักษณ์อักษรไว้  เช่น อาจจะให้คนรู้จักที่ไว้ใจหรือควบคุมได้ สั่งได้ ทำแทน รับแทนได้ เข้ามากระทำการแทนตน   เครือญาติทางผลประโยชน์ไม่มีความเกี่ยวพันทางสายโลหิตอาจจะเป็นเพื่อนสนิท​ หรือผู้ที่เคยอุปถัมภ์กันมา เลขานุการ คนรถ ก็ได้ หรือใช้บริษัทในเครือ ถ้ากฎหมายไม่ห้าม ถ้าห้ามก็ทำให้เป็นบริษัทนอกนอกคำจำกัดความว่าเกี่ยวโยง เสียก่อน)*  ๒. ผลประโยชน์ทับซ้อนบางอย่างเห็นได้แจ้งชัด แต่ไม่ชัดแจ้งอย่างเป็นทางการ  (ดูย่อหน้าสุดท้ายของตอนนี้)…

Conflict of Interest และวิธีบริหารจัดการ ตอน ๓   Arm’s Length Principle

กรรมการสภามหาวิทยาลัยท่านหนึ่ง ถูกกล่าวหาว่า มีผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะเป็นกรรมการสภาแล้วให้บริษัทก่อสร้างของตัวเองมารับงานของมหาวิทยาลัย กรรมการท่านนั้นทำกิจการรับเหมาก่อสร้างอยู่ในท้องถิ่นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย ที่อาสาทำงานดังกล่าวของมหาวิทยาลัยก็เพราะเห็นว่าทำมานานแล้ว ไม่เสร็จสักที และราคาที่จะจ้างทำต่อก็แพง จึงรับทำให้ในราคาทุน ท่านคิดว่าท่านกำลังช่วยมหาวิทยาลัยเท่าที่ท่านจะทำได้  ท่านถามว่า “ผมผิดตรงไหน” เข้าใจได้ในเรื่องความเสียใจที่ความตั้งใจดีกลายเป็นไฟร้อนกลับมาลวกตน แต่จะโทษใครก็ไม่ได้เพราะเมื่อมองจากภายนอก รายที่สุจริตกับรายใช้ตำแหน่งหน้าที่เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบเพื่อตนและพรรคพวกเพื่อนพ้อง มองดูก็คล้ายกัน คือเป็นกรรมการแล้วให้บริษัทของตัวเองมารับงานในมหาวิทยาลัย การทำเช่นนี้ เรียกกว่า การทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน อย่างไรก็ตาม ถ้าสุจริตใจ ทุกกรณีมีทางออก รายการเกี่ยวโยงที่บริหารจัดการให้เหมาะสมเป็นเรื่องที่พ้นข้อติฉินเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนได้ โดยใช้ Arm’s Length Principle    ผลประโยชน์ทับซ้อนคืออะไร มีผู้กล่าวไว้ว่า “กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานที่รับค่าจ้าง กินเงินเดือนของบริษัทหรือองค์กร มีหน้าที่รับผิดชอบทำงานทุกธุรกรรมเพื่อผลประโยชน์ขององค์กรหรือนายจ้างเป็นหลัก ถ้าใครก็ตามใช้อำนาจหน้าที่หาประโยชน์จากงาน หรือธุรกรรมนั้นไม่ว่าจะให้ตนเอง ส่วนตัว หรือญาติมิตรพวกพ้อง ทำให้องค์กรไม่ได้ผลประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วย หรือทำให้องค์กรเสียหาย นี่คือผลประโยชน์ทับซ้อน” ยกตัวอย่างในงานจัดซื้อ ถ้าซื้อคอมพิวเตอร์ล็อตใหญ่ให้องค์กรเรียบร้อยแล้วสั่งซื้อเพิ่มให้พนักงานเป็นดีลเดียวกัน เพื่อให้พนักงานได้คอมพิวเตอร์มาใช้ในราคาขายส่ง และผู้ขายเองก็เต็มใจเพราะได้ยอดขายสูงขึ้น ก็ไม่มีความทับซ้อน แต่ถ้าซื้อคอมพิวเตอร์ให้องค์กรในราคาหนึ่ง แล้วขอซื้อเป็นของส่วนตัวในราคาที่ถูกกว่า หรือขอเป็นของแถมให้กับตนเองไปใช้ที่บ้าน เป็นการทำให้องค์กรเสียหาย นับว่าประโยขน์ส่วนตนดีแต่ประโยชน์ต่อองค์กรไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ถือว่าเป็น conflict of…

Conflict of Interest

I found this article that I wrote in 1984 while serving as a bank supervisor in the capacity of the Deputy Director of Bank Supervision and Examination Department at the Bank of Thailand.  I found that the idea then and now is along the same line.  The issue is timeless. Nawaporn Ruangksul Conflict of interest…

Conflict of Interest และวิธีบริหารจัดการ ตอน ๒ Disclosure 

กรณีที่เคยเกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยของรัฐ  One level up มีคู่หูตามมาอีกชุดหนึ่งที่อาจจะจำเป็นต้องหยิบมาใช้ร่วมกัน เพื่อให้ได้มาซึ่ง “ความโปร่งใส” (transparency) ในการทำงานและคุ้มครองผู้ที่อาจได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ คือ การเปิดเผยข้อมูล  (disclosure)  การใช้ราคาตลาดเพื่อตัดสินการทำธุรกรรมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (arm’s length principle)   ในกรณีที่การทำรายการเป็นเงินจำนวนน้อย เป็นเรื่องง่ายๆ เกี่ยวข้องกับบุคคล ๑ – ๒ คน ไม่มีผลกระทบที่มีนัยสำคัญต่อองค์กร  แต่ละองค์กรก็ต้องมีวิธีบริหารจัดการเช่นกัน เช่น การขออนุมัติผู้บังคับบัญชาลำดับถัดไป เป็นต้น คือกลับไปเรื่อง one level up อีกครั้ง แต่ถ้าเป็นเรื่องใหญ่ๆ ต้องมีกระบวนการมากกว่านั้น กรณี one level up  ตั้งภรรยาเป็นที่ปรึกษาส่วนงาน  โดยไม่รับเงินเดือน ผู้อำนวยการอีกคนหนึ่ง ตั้งภรรยาเป็นที่ปรึกษาในส่วนงานที่ตนเป็นผู้อำนวยการอยู่  ภรรยาเป็นคนที่มีผลงานเด่นมาก เข้าข่ายเป็นดาวรุ่ง และตุณสมบัติพร้อมที่จะเป็นรองผู้อำนวยการหรือที่ปรึกษาได้แน่นอน และเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้เข้ามาแสวงหาประโยชน์ส่วนตน จึงตกลงกันให้ภรรยาทำงานโดยไม่รับเงินเดือนในส่วนงานนี้  แม้กระนั้นก็ยังมีข้อครหา เพราะพนักงานทั้งส่วนงานรู้สึกว่า พวกตนไม่อยู่ในสายตา  มีการคิดและปรึกษากันแค่สองสามีภรรยาเสมือนส่วนงานเป็นกิจการในครอบครัว บางคนมองว่าภรรยาเข้ามายุ่มย่ามในกิจการของสามี  ผู้อำนวยการชี้แจงว่า…

Conflict of Interest และวิธีบริหารจัดการ ตอน ๑. One level up

ภาคเอกชน ระบบราชการ และการเมือง เข้าใจคำว่า ความขัดแย้งในผลประโยชน์ / ผลประโยชน์ทับซ้อน (conflict of interest) หรือความขัดแย้งในบทบาทหน้าที่ (conflict of role) แตกต่างกันอย่างมาก ในภาคเอกชน คำนี้มีความหมายชัดเจน  มีการถกแถลงกันสม่ำเสมอ รวมทั้งมีวิธีบริหารจัดการที่แน่นอนพอสมควร สำหรับผู้ที่อยู่ในระบบราชการ คำนี้เป็นคำสะดวกที่หลากความหมาย และอาจจะคนละความหมายกับเอกชน รวมทั้งวิธีบริหารจัดการก็ต่างออกไป ส่วนภาคการเมืองนั้น  คำนี้ใช้แบบเลือกปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ  คือใช้กล่าวหาฝ่ายตรงกันข้ามเท่านั้น ถ้าฝ่ายตนทำเรื่องทำนองเดียวกัน ก็จะมีคำอธิบายกล่าวแก้ต่อสาธารณชนอย่างที่ตนและพรรคพวกฝ่ายตนฟันธงเองว่า  “สมเหตุสมผล” ผลประโยชน์ทับซ้อนเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาตอนนี้ (๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๐) เมื่อมีรายงานข่าวเรื่องประธานกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ตั้งธิดาของตนเป็นรองเลขาธิการของตน รับเงินเดือน 47,500 บาท  (อ้างอิงข่าว voice ทีวี) เรื่องของการเมือง ขอบคุณผู้ที่เสาะหาความสัมพันธ์มาได้ และยกเป็นประเด็นขึ้นมา เรื่องนี้น่าจะมีน้ำหนักและนำไปสู่การตั้งประเด็นให้ขบคิดและนำไปสู่การหาทางจัดการกับปัญหาลักษณะเดียวกันโดยหาวิธีปฏิบัติที่เป็นกลาง (คือเหมาะสมไม่ว่าจะเป็นใคร ฝ่ายใด) แต่น่าเสียดายที่ประเด็นถูกลดทอนลงด้วยวัฒนธรรมใหม่ ๒ อย่างในสังคมเราเวลานี้ คือ ๑. พูดแบบส่อเสียด เยาะเย้ย ถากถาง…

Green Economy เศรษฐกิจสีเขียวคือความยั่งยืนของโลกใบนี้ ตอนที่ ๒. เศรษฐกิจชุมชน

เศรษฐกิจสีเขียวในด้านบวก จะช่วยให้ท้องถิ่นไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ทันโลก ทันสมัย หรือกระทั่งล้ำสมัยได้  โดยยังรักษาเอกลักษณ์ดีๆ ของวัฒนธรรมไทยไว้ได้ด้วย ในบ้านเราทุกวันนี้ ทั้งผู้ผลิต ผู้บริโภค และภาครัฐ เริ่มให้ความสนใจกับเรื่องการใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติอย่างมีคุณภาพอยู่บ้าง แม้จะยังค่อนข้างน้อย ดังจะเห็นได้ว่า เราใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายยากขึ้นทุกวัน ยกตัวอย่างเรื่องอาหารที่เราซื้อ  ซื่ออาหารได้ของแถมคือ ผงชูรส ยาปฏิชีวนะ  สารเคมีที่ไม่เหมาะจะบริโภคหรือนำเข้าสู่ร่างกาย  พลาสติกที่ใช้เป็นหีบห่อบรรจุภัณฑ์ และ “โรค” ต่างๆ อันเกิดจาการบริโภคสิ่งเหล่านี้ ทุกคนจึงต้องคิดอย่างมากว่าเราจะเอายังไงต่อไปกับการใช้ชีวิตแต่ละวัน ประเทศพัฒนาแล้วที่เร่ิมหวนคือสู่ธรรมชาติอย่างจริงจังคือกลุ่มประเทศในยุโรปตอนเหนือ  ที่มีวัฒนธรรมของการอยู่เมืองเล็ก และวัฒนธรรมของชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข็มแข็ง เป็นตัวของตัวเอง  นอกจากนี้มีคนอีกไม่น้อยที่นั่งเครื่องบิน (enegy waste) มาแสวงหาหรือชื่นชมวิถีชีวิตแบบ low carbon คือไม่สิ้นเปลืองพลังงานน้ำมันหรือไฟฟ้ามากนัก ดังเช่นชีวิตในชนบทของไทยและประเทศเพื่อนบ้านของเรา ขอเสนอแนะบางประการ ๑. การพัฒนาท้องถิ่นควรอิงอยู่กับธรรมชาติและวัฒนธรรมเดิม ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย หรือยารักษาโรค พัฒนาโดยเน้นให้สะอาดสะดวก ถูกสุขอนามัย ไม่สิ้นเปลืองทรัพยากร เพื่อให้ได้ชีวิตที่มีคุณภาพ ยกตัวอย่างที่พักอาศัยหรือที่พักแรมเพื่อนักท่องเที่ยว  บ้านลักษณะไทยที่โปร่งโล่งลมพัดผ่าน ใต้ถุนเย็นสบาย เสาสูงพ้นน้ำหน้าน้ำ ควรเป็นต้นแบบของการออกแบบอาคารพักอาศัยยุคใหม่ มากกว่าการลอกเลียนแบบบ้านจากเมืองใหญ่หรือจากบ้านฝรั่ง (ให้สังเกตด้วยว่าเมื่ออังกฤษมาสร้างบ้านที่สิงคโปร์ ก็ออกแบบบ้านลักษณะบังกาโล…

Green Economy คือความยั่งยืนของโลกใบนี้ ตอนที่ ๑. การจัดการทรัพยากรและเรื่องของขยะ

โลกเราเต็มไปด้วยขยะ แค่พลาสติกอย่างเดียวก็ท่วมท้น เวรกรรมเหลือเกินที่คนเราสามารถผลิตได้ถูก แข็งแรง ทนทาน จนกระทั่งระบาดยิ่งกว่าผักตบชวา  ที่ทิ้งแค่ให้พ้นหูพ้นตาไปลอยฟ่องอยู่ในมหาสมุทรเป็นกลุ่มเป็นก้อน (เรียกว่า gyre) ก็ขนาดทวีปออสเตรเลียนั่นแล้ว  สัตว์น้ำจะอยู่ยังไง   บางตัวโดนพลาสติกพันธนาการจนตายไปเพราะขาดอาหาร ไม่นับพวกที่กินเข้าไปโดยนึกว่าเป็นอาหารอีก  แถมพลาสติกจิ๋วๆ ยังลอยฟ่องเข้าไปอยู่ปะปนในอาหารปลา พร้อมๆ กับมลพิษอื่นๆ แล้วสัตว์โลกที่ชื่อว่าคนก็ย้อนกลับไปบริโภคสิ่งที่ตนเองทิ้งลงไปในน้ำนั่นเองอีกทอดหนึ่ง เป็นวัฎฎะกันไป https://youtu.be/3FVDW6Uq3cI   plastic ocean https://youtu.be/7y6cvg_-6Lo  10 worst pollution https://youtu.be/YFZS3Vh4lfI  6 re.. to deal with waste from consumption การจัดการกับขยะ ต้องการทั้งการป้องกันไม่ให้มีขยะ และการจัดการกับขยะที่เกิดขึ้นแล้ว เรื่องขยะๆ ก็เขียนไปหลายครั้งแล้ว เช่น https://thaidialogue.wordpress.com/2015/03/18/taiwan-law/ https://thaidialogue.wordpress.com/2015/08/19/garbage/ https://thaidialogue.wordpress.com/2012/03/22/การแยกขยะ/ ส่วนเรื่องเกี่ยวกับการทำธุรกิจหรือดำรงชีวิตอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและธรรมชาติ เคยพูดไปแล้วเมื่อปี พ.ศ. 2554 ดังที่บันทีกไว้ในบล็อกแล้ว https://thaidialogue.wordpress.com/2011/10/04/เขียวทั้งแผ่นดิน-2/    2011 เมื่อสถาบันพัฒนาเมืองด้วยการสนับสนุนจากมูลนิธิในประเทศเยอรมันจัดสนทนาเรื่องนี้…