ความทรงจำ 13 ตุลาคม 2559-2560

บทกลอนนี้ลงไว้ครั้งหนึ่งแล้วใน historyboxex.wordpress.com ณ รอยต่อแห่งยุคสมัย  ขอนำมาลงอีกครั้ง เพื่อทบทวนเหตุการณ์สำคัญยิ่งในชีวิตคนไทยในช่วงเวลานี้ ก่อนถึงวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๐  แล้ววันเวลาก็จะผ่านไปเหมือนเช่นที่เคยผ่านเสมอมา  หวังว่าสิ่งดีงามจะยิ่งแผ่ขยาย แทนที่จะเลือนไปตามความทรงจำ  ‘ในท่ามกลางทุกข์เทวษเหตุวิโยค’      ใจอมโศกระบายโศกเป็นงานศิลป์   ครูเพลงสร้างเสียงเพลงรวมศิลปิน     กวีจินตนาการผ่านกานท์กลอน   จิตรกรฝากฝีมือผ่านฝีแปรง               นักแสดงสมัครเล่นแปรอักษร    ต่างอาชีพต่างผลงานต่างขั้นตอน      เมื่อใจสอนเปลี่ยนใจเศร้าเป็นพลัง    ชาวประชาสรรค์คิดจิตอาสา             ทุกคนมาร่วมมือทำตามใจสั่ง    ทั้งรัฐราษฎร์หยาดน้ำใจไว้รอบวัง     บ้างสงบนั่งฟังธรรมทุกค่ำคืน    ทำอะไรอะไรไม่ให้ชีวิตว่าง                 ถึงมีกฎระเบียบบ้างไม่ขัดขืน…

มาตรา ๔๔ กับอุดมศึกษาไทย

ภาพถ่ายแถวลาดกระบัง ได้มาทางไลน์ เมื่อฤดูดอกไม้บาน ปี ๒๕๕๙   “ราชกิจจาฯ เผยแพร่คำสั่งหน.คสช.ที่ 29/2560 ให้ต่างชาติเปิดมหาวิทยาลัยในเขตเศรษฐกิจพิเศษ รองรับศูนย์กลางการศึกษาภูมิภาคอาเซียน เน้นสาขาขาดแคลน ระบุ ตั้ง“บอร์ดคพอต.”พิจารณามี“รมว.ศธ.”นั่งประธาน กรรมการมาจาก“ปลัดคลัง-ปลัดอุดฯ-ปลัดวิทย์ฯ-เลขาสภาพัฒน์-เลขาฯบีโอไอ-ประธานสภาอุดฯ-ประธานทปอ.-นายกสมาคมอุดมฯ”ขณะที่ผู้ทรงคุณวุฒิ 3 คนให้อำนาจ “รมว.ศธ.”แต่งตั้ง ส่วนเลขาธิการ กกอ. ทำหน้าที่เลขานุการ มี สกอ.เป็นฝ่ายธุรการ มีผลตั้งแต่ 26 พ.ค.60” กรุงเทพธุรกิจ   ทำไมต้องมาตรา 44 นพ.ธีระเกียรติ ให้เหตุผลไว้ว่า “ที่เสนอให้ใช้ ม.44 นั้น หากใช้หลักเกณฑ์ปกติตามที่ สกอ.กำหนด กว่าจะจดทะเบียนหาหุ้นส่วน ที่เป็นคนไทยก็จะไม่ทันการณ์”  คม ชัด ลึก 16 พ.ค. 2560 โดยส่วนตัว ดิฉันไม่ชอบการใช้ มาตรา 44 พร่ำเพรื่อ เพราะ (๑) สร้างอำนาจที่ไม่พึงปรารถนาและผู้ใช้อาจเพลิดเพลินในอำนาจจนเกินขอบเขตได้ (๒) ทำให้ข้าราชการและองคาพยพที่เกี่ยวข้อง “เกียร์ว่าง”…

Cassini: ตัวอย่างด้านการบริหารจัดการ

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2560 ยานอวกาศ Cassini ล่วงลับอย่างล้ำค่าเมื่อตนเองถูกเผาไหม้ไปขณะล่วงเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของดาวเสาร์ด้วยความเร็ว 76,000 ไมล์/ชั่วโมง   Cassini เดินทางและสำรวจอวกาศมาแล้ว 20 ปี และเปิดความรู้ใหม่เกี่ยวกับสุริยจักรวาลในหลายๆ ด้านให้กับมนุษยชาติ  ข้อมูลนาทีสุดท้ายที่ส่งกลับมายังศูนย์อวกาศในโลกมนุษย์ก่อนตนเองจะดับสูญไป เปิดยุคใหม่ให้กับการสำรวจอวกาศ  การเข้าไป “เห็น” ดาวเสาร์เป็นครั้งแรกเป็นการกระโดดคว้าความรู้ทางวิทยาศาสตร์ครั้งใหญ่สำหรับศตวรรษที่ 21 หลังจากที่มนุษย์เราได้กระโดดคว้ามาครั้งหนึ่งแล้วในการเดินทางสู่อวกาศและการไปเดินบนดวงจันทร์ในศตวรรษที่ 20   เมื่อ 4 ตุลาคม ค.ศ. 1957 Sputnik ของสหภาพโซเวียต ออกพ้นโลกสู่ห้วงอวกาศได้  Yuri Gagarin เป็นมนุษย์คนแรกที่ได้ขึ้นไปสู่อวกาศ และเห็นโลกของเราจาก “นอกโลก” หนึ่งเดือนต่อมา อเมริกันก็ส่ง Alan Shepard ขึ้นไปบ้าง และประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคนเนดี้ ได้ตั้งเป้าหมายแห่งชาติตั้งแต่ 25 พฤษภาคม 1961  ว่าจะส่งคนไปยังดวงจันทร์ให่ได้ก่อนสิ้นทศวรรษ นักวิทยาศาสตร์ นักการเมือง อเมริกันพร้อมใจกันทำให้พันธกิจนี้เป็นจริง คนทั่วโลกได้เห็นการถ่ายทอดสด Neil…

ปัจฉิมนิเทศ (ภาคขยาย ๒)–พัฒนาตนเองจาก feedback: ตัวอย่างจากการเขียน

สมัยเรียนหนังสือ เมื่อเขียนลายมือไม่สวย จะโดนคัดลายมือ เขียนตามคำบอก ถ้าสะกดผิด โดนคัดคำศัพท์นั้นซ้ำ 5 – 10 ครั้ง ถ้าคัดแล้วยังผิดอีก ต้องคัดซ้ำมากขึ้น เช่น ๒๐ ครั้ง กระทั่งตัวสะกดตัวนั้นลงไปอยู่ในจิตใต้สำนึก ให้สายตาและมือจำได้ด้วย เขียนเรียงความ คุณครูแก้สำนวนให้ หรืออย่างน้อยก็มีวงแดงๆ ให้เห็นว่าสำนวนนี้ไม่ถูกต้อง ไม่รื่นหู ฯลฯ เขียนบทร้อยกรอง คุณครูเขียนกำกับคำแก้มาให้เป็นทางเลือกที่ฟังดีกว่าที่เราเขียนไป ถ้าเรียนรู้ที่จะดูและจำ  ก็คือวิธีการพัฒนาตนเอง น่าแปลกที่ทุกคนรับได้เมื่อเป็นนักเรียน แต่เมื่อโตขึ้นมา มีการมีงานทำ บางครั้งเราละเลยไม่ใส่ใจใช้การแก้งานเป็นการพัฒนาตนเอง บางคนบางคราวถึงกับขัดเคืองใจก็มี พนักงานคนหนึ่งเจอหัวหน้าขัดเกลาหรือเขียนบันทึกเสนอใหม่ กลับนึกแค่ว่า ‘เราเขียนคนละสไตล์กับหัวหน้า หัวหน้าจะเขียนอะไรก็เขียนไปตามใจเถอะ’ โดยไม่มองว่า ทำไมแก้ และสไตล์ไหนจึงจะ  ‘ผ่าน’(ไม่นับหัวหน้าที่แกล้งผู้น้อยด้วยการให้แก้แล้วแก้เล่าเพียงเพื่อสำแดงอำนาจข่มให้ผู้น้อย ‘ลง’ให้กับตัว อันเป็นการสำแดงปมด้อยมากกว่าปมเด่น)  พนักงานอีกคนหนึ่งที่เคยรู้จัก เธอท่องจำแบบขึ้นต้นและลงท้ายหนังสือที่เป็นทางการเอาไว้เลย และท่องย่อหน้าเปิดกับย่อหน้าปิดที่ใช้ซ้ำๆ กันด้วย แล้วนำไปปรับใช้ตามโอกาส เป็นการเรียนด้วยตนเองตามวิสัยบัณฑิต ไม่มีใครสัั่ง หรือบังคับประดุจยังเป็นนักเรียน สองคนนี้เรียนรู้ต่างกันและผลงานในระยะยาวก็ต่างกัน สำหรับดิฉันเองนั้น ครั้งแรกๆ ที่เริ่มเขียนบทความส่งให้อาจารย์ คุณนิลวรรณ…

เก็บความทรงจำของยุคสมัยไว้ใน blog:  historyboxes.wordpress.com

                                                                                   ภาพ:  Puckpan Tipayamontri  สิงหาคม ๒๕๖๐ ขอแจ้งข่าวว่า กำลังขึ้น blog คู่ขนานกับ thaidialoque.wordpress.com ชื่อ blog ตามหัวเรื่องนี้ เหตุจาก…

B/E Debacle

ในระยะนี้มีข่าวว่าตั๋วแลกเงิน (bill of exchange หรือย่อว่า B/E ซึ่งเป็นตราสารแสดงความเป็นหนึ้อย่างหนึ่ง) ของบางบริษัทมีปัญหาชำระเงินไม่ได้ตามกำหนด จึงขอให้ผู้จัดการกองทุนคนหนึ่งช่วยเขียนเล่าเพื่อสร้างความเข้าใจ ตั๋วแลกเงินเร่ิมเป็นที่นิยมหลังจากที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนแห่งหนึ่งนำมาใช้เป็นช่องทางหารายได้ให้ผู้ถือหน่วย  มี บลจ. อีกหลายๆ แห่งทำตามและบุคคลธรรมดาก็ทำบ้าง คนเรามีความชำนาญในการวิเคราะห์ความเสี่ยงประเภทนี้ไม่เท่ากัน  โปรดติดตามอ่านประเด็นที่ควรคำนึงถึงจากคุณอรุณ ปาวา ได้เลยค่ะ บทความเป็นภาษาอังกฤษตามความถนัดของผู้เขียนไม่น่าจะเป็นอุปสรรคต่อการทำความเข้าใจเพื่อป้องกันเงินออมที่แต่ละคนมีนะคะ B/E Debacle Eventually, No Risky Deed Goes Unpunished Recently, a spate of negative news hit the headlines of the Thai financial press as B/E issuers defaulted on their payments to investors. For now, let’s set aside…

ประวัติศาสตร์สังคมที่บันทึกไว้ในนวนิยาย…วรางคณา นวนิยายของ ‘สราญจิตต์’

จำเรื่อง วรางคณา ได้เพียงเลาๆ แต่คิดถึงจนอยากอ่านอีกครั้ง เล่าโครงเรื่องเท่าที่จำได้ให้เพื่อนนักอ่านประจำรุ่นฟัง ก็ไม่มีใครตอบรับ เขาคงไม่ติดใจเหมือนเรา ในที่สุดก็ตามหาจนพบ เป็นหนังสือใหม่ (แต่กรอบเพราะความอาวุโส ต้องหยิบจับอย่างระมัดระวังมาก) ได้มาจากร้านขายหนังสือเก่าในเว็บ นวนิยายเรื่องนี้ลงพิมพ์ในนิตยสารศรีสัปดาห์ ในนามปากกา สราญจิตต์ (ม.ล. จินตนา นพวงศ์) รวมเล่มครั้งแรก พ.ศ.​2499 เล่มที่ได้มาพิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2522 อ่านใหม่จึงรู้ว่าที่จำได้กับที่ผู้เขียนเขียนไว้นั้นห่างกันไกล ที่จำได้ไม่พลาดคือ ตัวเอกฝ่ายหญิงเป็นฝาแฝดที่บุคลิกต่างกัน ชื่อบุษบงกับบุษกร บุษกรคนใจดีไปพบชายคนหนึ่งเจ็บหนักอยู่ในกระท่อมของเพื่อนบ้านริมสวนของญาติผู้ใหญ่ของตน  สายสร้อยข้อมือประดับเพชรรูปไพ่มีบทอยู่ในเรื่องด้วย ที่เหลือ ความทรงจำแต่งเติมเรื่องให้เอง เช่น คิดว่าพระเอกจำนางเอกได้เพราะสายสร้อยไพ่เส้นนี้ แต่กลายเป็นว่าคนอ่านจำผิด แม้แต่คำแปลชื่อเรื่องก็จำไม่ได้ ต้องพึ่งพจนานุกรมอีกครั้ง  วรางคณา ไม่ใช่ชื่อนางเอก  วรางคณาแปลว่า หญิงผู้ประเสริฐ​ อ่านเรื่องนี้ใหม่ในวัยเกษียณ (คล้ายกับอ่านเวนิสวาณิช ตอนอายุมากแล้ว และเคยเขียนเล่าไว้แล้ว) ความทรงจำเกี่ยวกับประวัติศาสตร์สังคมของคนกรุงเทพฯ​ สมัยนั้นกลับมาโลดแล่นในมโนจักษุ  สำหรับผู้อ่านสมัยนี้ถือเป็นความรู้ย้อนยุค เช่น สาวทันสมัยในสมัยนั้นนุ่งกระโปรงบานกว้าง ลายฉวัดเฉวียน  สมัยนั้นกระโปรงบางตัวทั้งย้วยทั้งจีบรูด ถ้าเป็นกระโปรงจีบรอบตัวเกินวงกลม   บางคนใส่เป็ตติโค้ทหลายชั้นให้กระโปรงบานพองคงรูป บุษกรซื้อผ้าตัดเสื้อจากพาหุรัดไปฝากเพื่อน  สมัยพ.ศ.…