KPI หมุดหมายสู่เป้าหมาย

KPI  Key Performance Indicator คุณอาทิวราห์ คงมาลัย วิ่งจากใต้สุด สู่เหนือสุดที่เชียงราย เป็นการวิ่งเพื่อระดมทุนซื้อเครื่องมือแพทย์ให้โรงพยาบาลในต่างจังหวัดหลายแห่ง เป้าหมายอยู่ที่ไหน อยู่ที่ “วิ่ง”  หรืออยู่ที่ “เงิน” ที่จะต้องการระดมให้ได้ หรืออยู่ที่ “เครื่องมือแพทย์ที่อยากจะซื้อ” หรืออยู่ที่ “จำนวนโรงพยาบาล” ที่ต้องการมอบเงินหรือเครื่องมือแพทย์ให้ ดิฉันคิดว่า เป้าหมายของคุณอาทิวราห์อยู่ที่ “วิ่ง” ทิศทางคือจากใต้สุดของประเทสไทย ขึ้นถึงเหนือสุดของประเทศไทย การตั้งเป้าทำให้เริ่มวางแผนเพื่อให้ได้ตามเป้า เช่น วิ่งกี่กิโลเมตร เส้นทางไหนบ้าง ใช้เวลากี่วัน ประเมินศักยภาพและความแข็งแรงของตนเองว่า น่าจะวิ่งได้เฉลี่ยวันละกี่กิโลเมตร  ต่อจากนั้นก็ลงมือฝึกซ้อม เตรียมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง จัดทีมงานให้พร้อมก่อนกำหนดวันวิ่ง ดูๆ ก็ไม่เห็นมีอะไร เป็นสามัญสำนึกทั่วๆ ไป  แต่จริงหรือที่ว่า “ไม่มีอะไร”  และถ้าจะให้องค์กร “วิ่ง” สู่เป้าหมายใด เราคิดและทำแบบนี้หรือเปล่า ลองดู “สามัญสำนึก” แบบอื่น หารยาวลงมาเลย ตัวเลขเฉลี่ยต่อวัน คือเป้าหมายต่อวันที่ต้องทำให้ได้ สมมติว่าต้องวิ่งทั้งหมด 500 กิโลเมตร วิ่ง…

สยามสแควร์ ยุคที่ ๓:  Tower & Theatre

(ทางเท้าบนถนนพระรามที่ ๑ เมื่อจัดระเบียบแล้ว) จะรื้อหรือไม่รื้อโรงภาพยนตร์สกาลา เป็นข้อกังขาที่สร้างเรื่องลือได้เป็นระยะๆ  เพราะทางจุฬาฯ ลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็เพียงแบ่งรับแบ่งสู้  ไม่ได้พูดชัดเจนว่าจะไม่รื้อ และยังไม่มีหลักที่ชัดเจนว่าจะทำอะไรกับพื้นที่ตรงนั้นให้ดูดี เป็นศรีสง่ากับจุฬาฯ หรือสมกับที่สยามสแควร์เคยโด่งดังตั้งแต่ยุคที่ ๑ ดังขนาดที่ว่าอาคารสถานประกอบการฝั่งตรงข้ามกับสยามสแควร์ ล้วนขึ้นต้นด้วยคำว่า สยาม ทั้งสิ้น คือ สยามดิสคัฟเวอรี สยามเซ็นเตอร์ และสยามพารากอน  (เดิมมีโรงแรมก็ชื่อ สยามอินเตอร์คอนติเนนตัล) และขอร้องเถอะค่ะ คนที่ชอบเรียกชื่อสยามสแควร์วัน เป็น SQ 1 โปรดทราบด้วยว่า ทางสำนักงานจัดการทรัพย์สินตั้งใจเก็บชื่อสยามไว้ค่ะ ได้ยินเสียงย่อว่า สยามวัน ครั้งใดก็ดีใจมากๆ เลยว่า จุฬาฯ สามารถตั้งชื่อโดยเก็บคำว่า “สยาม” ไว้ได้ ๓๑ พฤษภาคมนี้ กลุ่มอาคารในล็อคเดียวกับโรงภาพยนตร์ลิโด้ ก็จะไปแล้ว สกาลาจะยืนอยู่ได้อย่างไร เป็นประเด็นอีกครั้งหนึ่ง  เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้ ขาดการดูแลอย่างมืออาชีพและการใช้งานอย่างสม่ำเสมอ ความทรุดโทรมก็ย่ิงปรากฎ และข้อที่กล่าวว่า “ทรุดโทรมจนน่าทุบทิ้ง” ก็จะยิ่งดังขึ้นๆ ทุกที https://www.facebook.com/search/top/?q=cu%20property%20สํานักจัดการทรัพย์สิน%20จุฬาฯ ในวันนี้จึงจะขอนำเสนอแนวคิดเพื่อสร้างสยามสแควร์ให้กลับมาโด่งดัง เป็นศูนย์กลางของคนรุ่นใหม่ เป็นแหล่งรวมของงานสร้างสรรค์อีกครั้ง เผื่อว่าจะช่วยให้ฝ่ายบริหารของจุฬาฯ…

CU 101: สหสาขาในงานออกแบบและการใช้งาน

คิดถึงศักยภาพอันมหาศาลของจุฬาฯ ที่ยังไม่ได้นำมาใช้อย่างสอดประสานเป็นงานเนื้อเดียวกัน เพื่อสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่า โดยเฉพาะอย่างย่ิงเมื่องานออกแบบกับการใช้งานดูจะไปกันคนละทิศทางอย่างน่าเสียดาย การทำงานที่จะรักษาหลักการแรกเริ่มไว้ให้ได้ ต้องการใจที่เทให้กับเป้าประสงค์และอุดมคติเดียวกัน พร้อมด้วยความสามารถที่เสมอกัน  อาคารที่สถาปนิกออกแบบ วิศวกรสร้าง ต่อจากนั้นต้องการนักกิจกรรม นักบริหาร นักการตลาด ฝ่ายซ่อมบำรุง หลากหลายสาขาเพื่อร่วมกันคิดสร้างชีวิตและความยั่งยืนให้กับสิ่งปลูกสร้างทุกอัน โดยแต่ละฝ่ายที่ทำงานต้องก้าวพ้นจากการติดกรอบแห่งวิชาเฉพาะเพื่อก้าวสู่ความสมบูรณ์ในทุกด้าน จากสยามวัน จามฯ สแควร์ ถึงอุทยาน ๑๐๐ ปี เราจะทำอะไรให้ดีกว่านี้ได้อีกบ้าง  ๑. ต้นไม้ สยามวัน (สยามสแควร์วัน) อาคารนี้ต้องการทำสวน ปลูกผัก บนหลังคาตึกเพื่อสร้างทางเลือกในการใช้พื้นที่โล่งแจ้งกลางแดดเปรี้ยงเพื่อสร้างสีเขียว ความเย็น และความพอเพียง แต่ระยะหลังนี้พื้นที่ค่อนข้างรกร้าง ดูเหมือนว่าอุดมคติของผู้อนุมัติแบบและผู้ออกแบบ ไม่ได้รับการสานต่อจากผู้บริหารอาคาร และคณะต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เรื่องนี้ขอสรุปว่าเป็นปัญหาเรื่องการบริหารจัดการ การกำหนดหน่วยงานผู้รับผิดชอบและการกำหนด KPI ให้สอดคล้องกับนโยบาย ตัวอาคารนั้นเล่า ตั้งใจให้เป็นศูนย์การค้ากลางแจ้งแบบสยามสแควร์เดิม ถ้ามีฝนตกก็มีวิธีกันฝนเฉพาะกิจ แต่แล้วตอนนี้กลับเต็มไปด้วยสิ่งมุงบังแบบถาวร  สถาปนิกออกแบบ กับสถาปนิกคุมงาน ว่ากันไปคนละทาง จนลืมหลักการเดิม พื้นที่กลางอาคาร ที่แบบเบื้องต้นจะมีต้นไม้ขึ้นทั่วไป เป็นไม้เลื้อย ไม้ต้นที่ดูแลง่าย  แต่ตอนออกแบบเน้นเสาสีสวยๆ ซึ่งน่าจะยากต่อการบำรุงรักษาต้นไม้  เพียงปีเดียวจาก…

ในความทรงจำ: มติ ตั้งพานิช – สถาปนิก

บ้าน บ้านกลางกรุงเทพมหานครหลังนี้ นำไปสู่การรู้จักสถาปนิกชื่อ มติ ตั้งพานิช เจ้าของบริษัท design + develop  เมื่อรู้จักกันไปนานวันจึงรู้ว่าคุณมติเป็นมากกว่าสถาปนิกผู้ออกแบบบ้าน อันที่จริงการออกแบบบ้านเป็นงานจิ๊บๆ  ผลงานเด่นเป็นงานอาคารสูง และมิใช่สถาปนิกที่รับออกแบบเท่านั้น แต่เป็นสถาปนิกนักพัฒนาด้วย  อยากได้บ้านอิฐแดงอย่างนี้บ้าง เจ้าของบ้านบอกว่า ไม่ต้องเลย มันเปลืองค่าก่อสร้าง เพราะเท่ากับทำงานกำแพงสองครั้ง สร้างครั้งแรกก่ออิฐถือปูนแล้วต้องมาเรียงอิฐแดงซ้ำอีกครั้งหนึ่ง   ก่อนจะออกแบบบ้านให้ดิฉันนั้น จำได้ว่าคุณมติถามแค่ ๒ คำถามคือ ๑. ใช้บ้านทำอะไรบ้าง กับ ๒. เห็นหลังคาเป็นแบบไหน หลังจากร่ายยาวให้ฟังว่า อยู่กันสามคน พ่ออ่านหนังสือ เขียนหนังสือ ต้องมีมุมหนังสือให้พ่อ  แม่ทำกับข้าวเอง ต้องมีครัวที่ไม่ใช่ให้แม่ไปเป็นนางก้นครัว  ดิฉันเองอยู่ได้ทั่วไป และมีผู้ช่วยแม่อีกหนึ่งคน แม่ขอไม่นอนชั้นล่างทั้งๆ ที่ขาไม่ค่อยดี กลัวคนมาโผล่หน้าต่างห้องนอน ดิฉันนึกถึงบ้านแบบห้องแถวสองห้องที่เหลื่อมระดับกัน 1/2 ชั้น แม่จะได้เดินครึ่งชั้นก็ถึงห้องนอน หลังคาหรือ เวลาคิดถึงบ้านของตนเองไม่เคยเห็นหลังคาเลยค่ะ “ไม่เอาแอร์นะคะ”  เป็นคำแสดงความจำนงของผู้ขอให้ออกแบบ ครั้งต่อมาที่พบกัน คุณมติยกโมเดลบ้านมาให้ดู เป็นบ้านสีขาวหลังกระทัดรัด  เป็นกล่อง ๒…

หนังสือออกใหม่: น้ำหมึกหลากสี เล่ม ๓

  ตั้งใจออกหนังสือนี้เป็น ๔​ เล่มชุด ตามช่วงเวลาของชีวิต  เน้นเรื่องงานเขียนประกอบกับบริบทสังคมสมัยนั้นๆ เท่าที่จะบรรจุลงได้ในหนังสือสำหรับอ่านพอเพลิน เล่มแรก เป็นช่วงชีวิตแต่เด็กจนโต จบชั้นมัธยม  บ้านและโรงเรียนบ่มให้อ่านเป็น เขียนเป็น เล่มที่ ๒ เป็นช่วงเก็บสะสมประสบการณ์ จากการเรียนในต่างประเทศ การทำงาน และเริ่มเขียนหนังสือเพื่อถ่ายทอดความรู้และงานสู่คนทั่วไป  เขียนหนังสือได้เพราะ “ฝีมือ”  และ “สาระ” ที่พอจะเร่ิมเข้ามาผสมกัน  เล่มที่ ๓ อยู่ในวัยทำงาน ทำงาน ทำงาน  งานเขียนช่วงนี้กว้าง และหลากหลาย  ความเป็น “วิชาการ” มีเท่าที่คนไม่ชอบงานวิชาการจะทำได้     เล่มที่ ๔ เป็นวัยเกษียณ ยังอยู่ในขั้นเรียบเรียง จุดเด่นของเล่ม ๓ คือการเล่าเรื่องในช่วงวัยที่เป็นผู้บริหารระดับกลางถึงระดับสูงว่า ทำอะไรมาบ้าง ทำอย่างไร มีข้อคิดและมีอะไรน่าเล่าให้คนรุ่นหลังฟังพอเป็นตัวอย่างบ้าง ผิดกับเล่มสอง ซึ่งตอนนั้นเป็นผู้เรียนรู้  เล่ม ๓ นี้อยู่ในวัยที่จะต้องเป็นผู้คิด วางแผน นำเสนอ และตัดสินใจ  เช่น การสร้างตลาดซื้อคืน  การอนุญาตการเปิดใช้เอทีเอ็มครั้งแรกในประเทศไทย การกำกับธนาคารพาณิชย์ทั้งในและต่างประเทศ…

แท็กซี่โอเค ที่ไม่โอเค

กรมการขนส่งทางบกเปิดตัวรถแท็กซี่ วีไอพี และแท็กซี่ โอเค ไปแล้ว ยังไม่ได้ลองขึ้นเลย  แต่ฟังข่าวก็เกิดข้อกังขาว่า การพัฒนา app. และจัดให้มีแท็กซี่โอเค เป็นกิจโดยตรงของกรมฯ หรือเปล่า  กรมการขนส่งฯ ควรทำหน้าที่ผู้กำกับกติกา (regulator) มากกว่าเป็นผู้ประกอบการ (operator) ไม่ใช่หรือ แต่ทำไมจึงรักแท็กซี่ เชียร์แท็กซี่จนออกนอกหน้า ทำผิดก็ไม่ว่าอะไร ปล่อยผู้ใช้บริการดูแลตนเองตามยถากรรม แล้วตอนนี้ยังจะเข้าไปพัฒนาระบบงานเพื่อสร้างแท็กซี่รุ่นใหม่ไฮโซอีก ทำให้แท็กซี่รุ่นธรรมดากลายเป็นบริการด้อยคุณภาพ แบบนี้สวัสดิภาพของผู้ใช้แท็กซี่ธรรมดาจะอยู่ตรงไหน หน้าที่ของกรมการขนส่งทางบก ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2545 ได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของกรมการขนส่งทางบกดังนี้ กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม มีภารกิจเกี่ยวกับการจัดระบบ การจัดระเบียบการขนส่งทางบก โดยการกำกับ ดูแล ตรวจสอบ ตรวจตรา ให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประสานและวางแผน ให้มีการเชื่อมต่อกับระบบการขนส่งอื่นๆ เพื่อให้ระบบการขนส่งทางบกเกิดความคล่องตัว สะดวก รวดเร็ว ทั่วถึง และปลอดภัย โดยให้มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้   ๑. ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก กฎหมายว่าด้วยรถยนต์…

Bitcoin Billionaire

<a href=”https://www.freepik.com/free-vector/vector-illustration-of-a-golden-bitcoin-on-a-white-background_1320623.htm“>Designed by Freepik</a>     ได้รับคำถามมาว่า การเติบโตของการเก็งกำไรในบิทคอยน์ มีผลอย่างไรต่อเศรษฐกิจ คำถามทำให้ต้องพลิกตำราเศรษฐศาสตร์ในสมอง (ตำราที่เป็นเล่มไม่มีแล้ว และตำราใหม่ก็คงอ่านไม่เข้าใจเพราะอุดมด้วยสมการ)  แต่ก็ลองดูก่อน จนกว่าจะหาพบการวิเคราะห์ของนักเศรษฐศาสตร์มืออาชีพ ขอดูประเด็นต่อไปนี้ คือ 1. fundamental 2. cryptocurrencies 3. propensity to consume/to save 4. wealth effect 5. asset bubble 6. income disparity 7. if…… ๑. โดยพื้นฐาน บิทคอยน์เป็นเงินสกุลหนึ่ง แต่จุดที่แตกต่างกับเงินสกุลอื่นๆ ในโลกก็คือ บิทคอยน์เป็นเงินที่ไม่มีประเทศใดเป็นเจ้าของ ดังนั้น ไม่ว่าอัตราแลกเปลี่ยนของบิทคอยน์จะขึ้นสูงหรือลงต่ำอย่างไร ไม่มีรัฐบาลไหนมีอิทธิพลกำหนดอุปทานของเงินสกุลนี้ได้ และไม่มีรัฐบาลไหนเดือดร้อนถึงผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยนของบิทคอยน์ที่จะมีต่อดุลการค้า ในขณะที่ถ้าเป็นเงินสกุลของตนเอง ค่าเงินที่สูงทำให้ราคาสินค้าส่งออกแพงขึ้นเมื่อเทียบกลับเป็นเงินสกุลของคู่ค้า ดุลการค้าจะมีปัญหา นี่พูดเฉพาะด้านค่าเงินสูงขึ้น ถ้าค่าเงินลดต่ำลง ผลจะกลับกันกับที่กล่าวมาแล้ว ในอีกมุมหนึ่ง บิทคอยน์นับว่าเป็นสกุลเงินของตลาดเสรี คือปลอดจากการควบคุมของธนาคารกลางของประเทศใด และไม่ยึดโยงกับเศรษฐกิจของประเทศใด ไม่อ้างอิงการผลิตสินค้าใดๆ แต่อิงกับอุปสงค์ของการใช้เงินสกุลนี้ในระดับหนึ่ง…