“นักเขียนฝึกหัด” กับคุณนิลวรรณ ปิ่นทอง

Book Notice ชื่อหนังสือ น้ำหมึกหลากสี   72 ปีแห่งการเขียนและเรียนรู้ เล่ม ๒ ตอน “นักเขียนฝึกหัด”​ ผู้เขียน นวพร เรืองสกุล ผู้จัดจำหน่าย  ศูนย์หนังสือจุฬาฯ 0 2255 4433 http://www.chulabook.com สำนักพิมพ์  KnowledgePlus 08 1825 8929 ราคา 189 บาท หนังสือเล่ม ๒ ในชุด น้ำหมึกหลากสี ที่ทำนองจะเป็นอัตชีวประวัติ แต่ก็ไม่เชิง เพราะมีแต่ส่วนที่เป็นงานเขียนเป็นหลัก เล่มแรกเล่าถึงการเรียนและการเขียนในวัยเด็กจนจบโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา  เล่มสองนี้ เล่าเรื่องตอนที่เข้าเป็นนิสิตคณะอักษรศาสตร์ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2505 ก็ 55 ปีมาแล้ว มีบันทึกประจำวันที่วิพากย์วิจารณ์ทั้งเรื่องเดินขบวนทวงเขาพระวิหาร และเรื่องการเชียร์รักบี้และฟุตบอลประเพณีในสมัยนั้น  ซึ่งแตกต่างจากสมัยนี้อย่างสิ้นเชิงในเรื่องวิธีเล่นสนุกของเด็กวัยไม่ถึงยี่สิบ และนึกแปลกใจตนเองว่าแม้แต่สมัยนั้นก็เป็นนักวิจารณ์แล้ว แม้ว่าจะแอบวิจารณ์เงียบๆ ไว้ในสมุดบันทึกประจำวันก็ตาม  ในบันทึกยังเล่าเรื่องการสอบชิงทุนไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา และค้นเจอข้อสอบที่สอบในสมัยนั้น จึงคัดบางส่วนมาลงไว้ให้คนรุ่นใหม่ดูว่า ข้อสอบแบบที่เคยสอบเรียกว่า ยากหรือง่าย นอกจากนั้นก็มีเรื่องการเรียนและงานกับการเที่ยวช่วงปิดภาคฤดูร้อนสมัยเป็นนักศึกษาที่สหรัฐอเมริกา …

เยลเมื่อครบ ๓๐๐ ปี อธิการบดีพูดสิ่งนี้ จุฬาฯ เมื่อครบ ๑๐๐ ปี อธิการบดีจะพูดอะไร

อีกไม่นานเกินรอ แค่วันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๐ จุฬาฯ จะฉลองยิ่งใหญ่ปิดศตวรรษแรกหลังจากที่มีการฉลองรูปแบบต่างๆ มาตั้งแต่ตอนเริ่มย่างเข้าปีที่ ๑๐๐ มาจนจะครบ ๑๐๐ แล้วเริ่มย่างก้าวสู่ศตวรรษที่สองของมหาวิทยาลัย เป็นปีที่ ๑๐๐ กับอีก ๑ วัน ย่างก้าวสู่อนาคตสำคัญมาก สำคัญตรงที่ว่าเราจะเหหัวเรือของสถาบันไปทางไหน ในโลกที่กำลังเปลี่นแปลงอย่างรวดเร็ว แต่ก็มีความมั่นคงอยู่ลึกๆ ว่า ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร มีบางอย่างที่เป็นแก่นเป็นแกนเป็นเนื้อแท้ เฉกเช่นน้ำที่เปลี่ยนได้หลายรูปแบบ แต่คงคุณลักษณะแห่งน้ำไว้เสมอทุกรูปแบบของน้ำนั้น ไม่ว่าจะเย็น ร้อน หรือเจือด้วยสี กลิ่น หรือรสอื่นใด เคยติดใจสุนทรพจน์ที่อธิการบดี Richard Levin กล่าวปิดศตวรรษที่ ๓ ขึ้นศตวรรษที่ ๔ ของมหาวิทยาลัยเยล ที่หน้าอาคารห้องสมุดของมหาวิทยาลัย เมื่อปี ค.ศ. 2001 จึงขอนำมาเล่าไว้ ณ ที่นี้ (ยังไม่นับผู้บริหารเงินทุนของเยล ที่ดิฉันชื่นชมมาก เพราะผลงานที่เยี่ยมยอดและหลักการการบริหารเงินที่อธิบายได้และผู้บริหารมั่นคงกับหลักการมาก) ก่อนถึงสุนทรพจน์ ขอให้ข้อมูลสรุปสั้นๆ เพื่อให้รู้จักมหาวิทยาลัย เยลเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำและมหาวิทยาลัยเก่าแก่ของสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่ที่เมือง New…

ลักลอกงานทางวิชาการ

เรื่องลักลอกงานทางวิชาการเป็นเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็ก นักวิชาการต่างประเทศให้ค่าของความคิด บอกว่าเรื่องใหญ่และสั่งสอนนักศึกษาด้วยการเตือนนักศึกษาทุกเทอม หรือทุกครั้งเมื่อทำสาระนิพนธ์ ตามทฤษฎีที่ว่า ถ้าเตือนใกล้ๆ เวลาที่จะทำ โอกาสที่คนจะทำผิดโดยเจตนาจะน้อยลง อาจารย์ในมหาวิทยาลัยไทยมักทำให้เห็นเป็นเรื่องเล็กทำนองว่า “ขอหยิบมาใช้ไม่กี่ประโยค หวงอะไรกันนักหนา” และลงมือทำให้นิสิตนักศึกษาเห็นเป็นแบบอย่างเสียด้วย  เช่น เอางานวิทยานิพนธ์ของลูกศิษย์ไปใช้ โดยไม่ให้เครดิตและไม่ถือว่าร่วมเขียน หยิบงานของอาจารย์ผู้น้อยในภาควิชาเดียวกันไปเป็นของตนโดยพลการ ลอกงานระดับนานาชาติก็เคยได้ยินแว่วๆ มา แบบปิดกันให้แซด ละครเวทีของคณะไอซีที มหาวิทยาลัยศิลปากร ที่โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ เรื่อง คำเชือดเชิญ  เมื่อเร็วๆ นี้ พาดพิงเรื่องนี้ไว้เหมือนกัน  เนื้อหาหลักของเรื่องดัดแปลงมาจากเรื่องฆาตกรรมลึกลับของอะกาธา คริสตี้ แต่ในละครท่ีนำมาแสดงเป็นภาษาไทยแต่งขึ้นใหม่จากโครงคิดนั้น ได้วางตัวละครตัวหนึ่งเป็นนักเขียนชื่อดังมือรางวัล แต่เบื้องหลังรางวัลคือความตายของนักเขียนหนุ่มคนหนึ่งที่ตัวละครตัวนี้ขโมยงานมา เป็นการฆ่าเพื่อปิดปาก  น่าเสียดายว่าเนื้อเรื่องไม่ได้ชูประเด็นความผิดเรื่องขโมยความคิดว่าเป็นเรื่องร้ายแรง โดยมีความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาเข้ามาแซมซ้อน แต่ก็แสดงให้เห็นว่า ผิดเรื่องที่ ๑ นำพาไปสู่ผิดเรื่องที่ ๒ ทำไมในแวดวงวิชาการระดับอุดมศึกษา มีการลอกงานกัน ทั้งๆ ที่ทุกคนก็รู้ว่าผิด เพราะเงื่อนไขการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการหรือ  ตำแหน่งสำคัญมากต่ออนาคตของอาจารย์หนึ่งคน จนอาจารย์ยอมที่จะแลกชื่อเสียง (ที่อาจเสียไปจากการถูกจับได้) กับตำแหน่งและเงินทอง(ที่ได้มาจากการคว้างานของผู้อื่นมาใช้) เชียวหรือ    หรือว่าเพราะไม่เคยมีใครถูกจับผิดอย่างเป็นทางการ เนื่องจากทำกันหลายคน ถ้ายกหนึ่งคนขึ้นมา ก็จะเป็นการลูบหน้าปะจมูก…