เยลเมื่อครบ ๓๐๐ ปี อธิการบดีพูดสิ่งนี้ จุฬาฯ เมื่อครบ ๑๐๐ ปี อธิการบดีจะพูดอะไร

CU100_profile

อีกไม่นานเกินรอ แค่วันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๐ จุฬาฯ จะฉลองยิ่งใหญ่ปิดศตวรรษแรกหลังจากที่มีการฉลองรูปแบบต่างๆ มาตั้งแต่ตอนเริ่มย่างเข้าปีที่ ๑๐๐ มาจนจะครบ ๑๐๐ แล้วเริ่มย่างก้าวสู่ศตวรรษที่สองของมหาวิทยาลัย เป็นปีที่ ๑๐๐ กับอีก ๑ วัน

ย่างก้าวสู่อนาคตสำคัญมาก สำคัญตรงที่ว่าเราจะเหหัวเรือของสถาบันไปทางไหน ในโลกที่กำลังเปลี่นแปลงอย่างรวดเร็ว แต่ก็มีความมั่นคงอยู่ลึกๆ ว่า ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร มีบางอย่างที่เป็นแก่นเป็นแกนเป็นเนื้อแท้ เฉกเช่นน้ำที่เปลี่ยนได้หลายรูปแบบ แต่คงคุณลักษณะแห่งน้ำไว้เสมอทุกรูปแบบของน้ำนั้น ไม่ว่าจะเย็น ร้อน หรือเจือด้วยสี กลิ่น หรือรสอื่นใด

เคยติดใจสุนทรพจน์ที่อธิการบดี Richard Levin กล่าวปิดศตวรรษที่ ๓ ขึ้นศตวรรษที่ ๔ ของมหาวิทยาลัยเยล ที่หน้าอาคารห้องสมุดของมหาวิทยาลัย เมื่อปี ค.ศ. 2001 จึงขอนำมาเล่าไว้ ณ ที่นี้ (ยังไม่นับผู้บริหารเงินทุนของเยล ที่ดิฉันชื่นชมมาก เพราะผลงานที่เยี่ยมยอดและหลักการการบริหารเงินที่อธิบายได้และผู้บริหารมั่นคงกับหลักการมาก)

ก่อนถึงสุนทรพจน์ ขอให้ข้อมูลสรุปสั้นๆ เพื่อให้รู้จักมหาวิทยาลัย

เยลเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำและมหาวิทยาลัยเก่าแก่ของสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่ที่เมือง New Haven มลรัฐ Connecticut  ข้อมูลจากเว็บไซต์ college data ระบุว่า มีนักศึกษาระดับปริญญาตรีรวม 5,532 คน เป็นชายกับหญิงในสัดส่วนใกล้เคียงกัน  ระดับบัณฑิตศึกษา 6,853 คน เป็นมหาวิทยาลัยที่เข้ายากที่สุดแห่งหนึ่งในระดับปริญญาตรี คือในจำนวนผู้สมัคร 30,236 คน ได้เข้าเพียง 7% เท่านั้น นักศึกษาต่างชาติจาก 89 ประเทศ คิดเป็น 10.6% ของนักศึกษาทั้งหมด

อาจารย์ทำงานเต็มเวลามี 1, 159 คน ขนาดของชั้นเรียนเกือบครึ่งหนึ่ง (44%) มีนักศึกษา 10 – 19 คน อีก 29% เป็นชั้นเรียนมีนักศึกษา 2- 9 คน ชั้นเรียนขนาดใหญ่เกินร้อยคนมี 3% ของจำนวนชั้นเรียนทั้งหมด 

ชื่อของเยลโดดเด่นมากเมื่อเอ่ยถึงวิชาด้านศิลปะ (และสังคมศาสตร์)

ส่วนอธิการบดีคนนี้ของเยล ก็เป็นผู้ที่มีสุนทรพจน์และคำพูดน่าอ้างถึงจำนวนมาก และเริ่มแสดงจุดยืนตั้งแต่วันแรกที่ได้รับการแนะนำตัวเป็นอธิการบดีต่อสาธารณชนรวมสื่อมวลชน เมื่อ ค.ศ. 1993

สื่อมวลชนถามว่า “ท่านจะทำอะไรเป็นสิ่งแรก”

คำตอบคือ “พอจบการให้สัมภาษณ์ ผมจะไปพบกับนายกเทศมนตรีของเมืองนิวเฮเว่น ท่านนั่งอยู่ ณ ที่นี้ดวย และเริ่มหารือกันว่าจะร่วมมือกันทำอะไรได้บ้างที่จะทำให้เมืองนิวเฮเว่นแข็งแกร่งขึ้น” และงานด้านการพัฒนาชุมชนและเมืองรอบมหาวิทยาลัยโดยอาสาสมัคร และการร่วมมือกับภาคธุรกิจ  ภาครัฐผ่านข้ารัฐการของมลรัฐและของเมือง  พระ และภาคประชาชนผ่านผู้นำชุมชน ทำให้ชุมชนมีความเป็นอยู่ดีขึ้น ความเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยมีสูงขึ้น ย่านกลางเมืองดีขึ้น เกิดธุรกิจด้านไบโอเทคที่กำลังเติบโต  เป็นหุ้นส่วนกับโรงเรียนของรัฐในการปรับระดับการเรียนการสอน สัมพันธภาพระหว่างรัฐบาลท้องถิ่นกับมหาวิทยาลัยที่ได้ทำลงไป บัดนี้เป็นต้นแบบระดับชาติ

สุนทรพจน์อธิการบดีในงานครบ ๓๐๐ ปีก้าวสู่ศตวรรษที่สี่  พูดถึงอดีต เชื่อมโยงมาปัจจุบัน และมองต่อไปถึงสิ่งที่กำลังทำเพื่ออนาคตของมหาวิทยาลัยและของสังคม

http://archives.yalealumnimagazine.com/issues/01_12/levin.html

อันดับแรก ทบทวนตัวเลขในช่วง ๑๐๐ ปี จากวันครบ ๒๐๐ ปี มาถึงครบ ๓๐๐ ปีในวันนี้ว่า  นักศึกษาเพิ่มขึ้น  ๔ เท่า อาจารย์เพิ่ม ๘ เท่า หนังสือในห้องสมุดเพิ่ม ๓๐ เท่า และทุนสำหรับหาประโยชน์เพื่อการศึกษา (ปรับสำหรับเงินเฟ้อแล้ว) เพิ่มขึ้น ๑๒๐ เท่า จำนวนวิชาที่เปิดให้เรียนเพิ่มขึ้นจากไม่ถึง ๑๐๐ วิชา เป็นกว่า ๒,๐๐๐ หัวข้อวิชา  สอนภาษาต่างประเทศ ๕๒ ภาษา และวิชาที่เกี่ยวกับต่างประเทศ มีมากกว่า ๖๐๐ วิชา

ภาพ Sterling Memorial Library มาจาก Yale Alumni Magazine (download จากอินเทอร์เน็ต)sterling_vertical

อธิการบดีให้ผู้ฟังจินตนาการเยลที่เติบโตในอัตราเดิมไปในอีก ๑๐๐ ปีข้างหน้า โดยไม่ต้องเอ่ยถึงตัวเลขปัจจุบันเลย ก็ให้ภาพว่า ตอนนั้นเยลจะมีนักศึกษา 44,000 คน อาจารย์ เกินหมื่นคน และมีหนังสือในห้องสมุด 300 ล้านเล่ม  (เท่ากับว่าปัจจุบันมีหนังสืออยู่ 10 ล้านเล่ม) ฯลฯ แต่ก็รับว่าอนาคตเป็นสิ่งที่มองไม่ออก คาดชัดเจนไม่ได้ ทำนองเดียวกับเมื่อ 100 ปีที่แล้ว ก็จินตนาการเยลในปัจจุบันไม่ออก

แต่ทุกครั้งที่มีการเฉลิมฉลอง ก็ควรสรุปว่า ณ เวลาปัจจุบันมหาวิทยาลัยอยู่ตรงไหน และกำลังมุ่งหน้าไปไหน


อธิการบดีชี้ให้ศิษย์เก่าผู้มาร่วมงานเห็นว่า  มีห้าด้านสำคัญที่เยลและมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศมีต่อสังคมอเมริกัน

หนึ่ง ให้การศึกษาพลเมืองและผู้นำที่คิดเป็น คือมีความคิดอิสระและคิดเชิงวิพากษ์ได้

สอง เป็นต้นแบบของเสรีภาพทางการแสดงออก และเสรีภาพในการสอบถามและค้นหาเรื่องราวต่างๆ ในประเทศที่ผดุงเสรีภาพว่าเป็นแกนของสังคม

สาม เป็นจักรกลเพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและความรุ่งเรืองของประเทศ

สี่ โอบอุ้มและพัฒนาชุมชนรอบตัว

ห้า ส่งเสริมสร้างความเข้าใจอันดียิ่งขึ้นระหว่างผู้คนและประชาชาติในโลก เรื่องนี้จะมีความสำคัญยิ่งขึ้นในวันข้างหน้า

สำหรับข้อ ๑ อธิการบดีชี้ให้เห็นว่า การศึกษาระดับปริญญาตรีที่เน้นการศึกษาแบบศิลปวิทยา (liberal education) ดังที่ระบุไว้ในรายงาน ค.ศ. 1828 (หรือเมื่อเกือบ 200 ปีมาแล้ว) ยังคงเป็นแนวทางการให้การศึกษาที่มีคุณค่า เพราะเป็นการศึกษาที่เพิ่มความสามารถทั้งด้านลึกและด้านกว้างให้กับผู้เรียน  และเปิดให้ผู้เรียนได้คุ้นเคยกับหลักคิดของวิชาต่างๆ ที่สำคัญๆ ของมนุษย์  อาจารย์ทุกสถาบันการศึกษาในแนวนี้ในปัจจุบันเน้นการฝึกความสามารถในการคิด (discipline of the mind) ให้กับนักศึกษา

วิธีการเรียนการสอนเปลี่ยนแปลงไป จากท่องจำในทศวรรษ 1930 และ 1940 เป็นการสัมมนา ห้องเรียนของนักศึกษาในทศวรรษ 1960 เปิดโอกาสให้ได้นำเสนอความคิดและแสดงความเห็นสนับสนุนจุดยืนของตน ในปัจจุบันการเรียนการสอน การให้ทำรายงานและการสอบ วัดนักศึกษาที่คุณภาพของการวิเคราะห์และการยกประเด็นขึ้นมาโต้แย้งถกเถียงกันมากกว่าความสามารถในการจำข้อมูล

บัณฑิตของเยลเป็นผู้สามารถให้เหตุผล มีความคิดพินิจนึก และมีความเห็นที่เป็นอิสระเป็นตัวของตัวเอง เป็นบัณฑิตที่มีความสนใจใคร่รู้และมีศักยภาพและความยืดหยุ่นที่จะปรับตัวในโลกของงานและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปทุกวัน เป็นบัณฑิตที่มีจินตนาการที่จะนำความคิดไปก่อให้เกิดผลในเชิงปฏิบัติ  เยลสร้างบัณฑิตที่เป็นพลเมืองและเป็นผู้นำที่สามารถจะคิดอย่างชัดเจนในประเด็นสาธารณะและมีน้ำหนักในการแสดงความเห็นในเรื่องต่างๆ อันเป็นลมหายใจของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบอเมริกัน

เยลกำลังลงทุนอย่างมากเพื่อสนับสนุนการวิจัยวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ การแพทย์และเรื่องสิ่งแวดล้อม เพื่อมาเสริมวิชาการด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ที่เด่นอยู่แล้ว และยังได้ลงทุนเพิ่มให้สาขามนุษย์ศาสตร์แข็งแกร่งต่อไป เช่น  ลงทุนในด้านวิจิตรศิลป พิพิธภัณฑ์ และการพัฒนาชุมชน

ในข้อที่ ๒ ที่ว่าด้วยเสรีภาพในการแสดงออก  อธิการบดีกล่าวเรื่องนี้ภายใต้กระแสความตระหนกเรื่องเหตุการณ์ 9/11 (กันยายน 2001) โดยเตือนสติให้มองอย่างรอบด้าน และชั่งอย่างรอบคอบระหว่างเสรีภาพกับความปลอดภัยภายในด้านหนึ่ง กับการฑูต เศรษฐกิจและการทหารอันเป็นเรื่องภายนอกประเทศอีกด้านหนึ่ง   และเน้นย้ำว่าการศึกษาศิลปวิทยาที่สร้างคนที่คิดเป็น เป็นเรื่องสำคัญ เพราะเชื่อว่าคนที่คิดวิเคราะห์เป็นจะตกอยู่ในการครอบงำของอคติยากกว่า จะเปิดใจยอมรับสิ่งต่างๆ ที่แตกต่างได้มากกว่า

คำกล่าวเตือนสติที่สำคัญคือ ไม่ควรกลัวที่จะแตกต่างจากเสียงส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่ควรจะยินดีที่จะแตกต่างเพียงเพื่อจะแตกต่าง  ทุกคนต้องคิดอย่างสร้างสรรค์ คิดอย่างจริงจังและรอบด้าน ในอันที่จะเผชิญกับเหตุการณ์ใหม่ๆ ที่กำลังเกิดขึ้น และในขณะเดียวกันก็เปิดใจกว้างรับฟังความคิดที่แตกต่าง

(ข้อสาม เป็นเรื่องการศึกษาวิจัย ฯลฯ ซึ่งเยลและมหาวิทยาลัยชั้นนำอื่นๆ ของสหรัฐอเมริกาอยู่แถวหน้า

ข้อสี่ ได้กล่าวถึงไปแล้วก่อนหน้านี้)

ประเด็นในข้อ ๕ คือความตั้งใจที่ทำมาแล้วและจะทำให้ยิ่งขึ้นไปคือ การดูดหัวกะทิจากทั่วโลกมาเรียนที่เยล ด้านหนึ่งคือการมีวิชาในหัวข้อเรื่องระหว่างประเทศจำนวนมาก  อีกด้านหนึ่งคือนักศึกษา ปัจจุบันนี้ 30% ของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาไม่ใช่พลเมืองอเมริกัน ทางด้านการรับนักศึกษาใหม่เร่ิมรับนักศึกษาต่างชาติด้วยระบบที่ไม่สนใจว่านักศึกษาจะมีเงินจ่ายค่าเล่าเรียนหรือไม่ ดูกันที่ความสามารถอย่างเดียว (need-blind admission) และให้การสนับสนุนทางการเงินเต็มตามที่ต้องใช้ อธิการบดีบอกว่านี่คือประวัติบันทึกผลงาน ณ ปีปิดศตวรรษที่ ๓ 

“Yale should be a college of choice for the very best and brightest students from across America and around the world, regardless of financial circumstances. We want all of our students to make the most of Yale — academically and beyond — without worrying about excessive work hours or debt.”

Announcement of new financial aid package, 2008

ศตวรรษที่ ๓ ในประวัติของมหาวิทยาลัย ถือว่าเยลมีบทบาทในประเทศอย่างสูง และเห็นหนึ่งในสถาบันระดับอุดมศึกษาที่ดีที่สุด 

งานข้างหน้าคืออะไร

นี่คือคำประกาศปิดท้ายสุนทรพจน์ของอธิการบดีมหาวิทยาลัยเยล เมื่อปี ค.ศ. 2001

And here is the task before us: to educate thinking citizens and leaders, to preserve free inquiry and free expression, to generate new knowledge that improves health and spreads prosperity, to encourage realization of the human potential latent within our cities, and to reach out to the world to provide a foundation for mutual understanding and peace. Hoc virtutis opus. This is the work of Yale’s fourth century. When our successors gather here 100 years from now, may they look with favor on what we have accomplished.   

[Hoc virtutis opus:  this is the work of virtue, this is the work of courage]

  อีกร้อยปีนับจากวันนี้เมื่ออนุชนที่รับไม้ต่อจากเรามารวมตัวกัน ณ ที่นี้  จะภูมิใจในสิ่งที่เราได้ทำกระทำสำเร็จ

L1100995อีกไม่กี่วัน นิสิตจุฬาฯ ทั้งอดีตและปัจจุบัน คณาจารย์ บุคลากร และสังคม คงจะได้ยินอธิการบดีของจุฬาฯ วาดแนวทางแห่งอนาคตสำหรับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระหว่างนี้ก็เตรียมตัวเตรียมใจไปพลางๆ ก่อน

นวพร เรืองสกุล

20 มีนาคม 2560

อธิบายภาพ

ภาพที่ ๑ และ ๓  หัวเสาเอกลักษณ์ไทยที่ไม่เหมือนที่ใด และเพดานย่อมุมไม้สิบสอง สื่อถึง ๑๒ เดือน วิชาต่างๆ คือรายละเอียดแต่รวมลงเป็นองค์ประกอบใหญ่อีกชั้นหนึ่ง   จากอาคารมหาจุฬาลงกรณ์ (สมัยหนึ่งเป็นอาคารเรียนของคณะอักษรศาสตร์)

Advertisements

One thought on “เยลเมื่อครบ ๓๐๐ ปี อธิการบดีพูดสิ่งนี้ จุฬาฯ เมื่อครบ ๑๐๐ ปี อธิการบดีจะพูดอะไร

  1. เมื่อวานนี้ทำย่อหน้าสุดท้ายตกหายไป และวรรคตอนที่ copy มากระโดดชอบกล จึงจ้ดใหม่และส่งใหม่ค่ะ ขออภัยด้วย
    นวพร 26 มีนาคม 2560

    ถ้าคุณเป็นอธิการบดี จะพูดอะไรในวันที่ 26 มีนาคม 2560
    คําท้านี้สืบเนื่องมาจากบทความ “เยลเมื่อครบ 300 ปี อธิการบดีพูดสิ่งนี้ จุฬาฯ ครบ 100 ปี อธิการบดีจะพูดอะไร”
    ขอใช้ความคิดและข้อเสนอแนะที่เคยพูดในที่ประชุม กรรมการสภามหาวิทยาลัย และเคยเขียนเกี่ยวกับอุดมศึกษามาประมวลและกลั่นกรอง เป็นข้อเสนอที่ท้าทายให้สมกับคําท้า (ที่ไม่ต้องทําเอง เพราะอายุพ้นเกณฑ์ไปแล้ว)

    หนึ่ง เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ที่เป็นเลิศในเอเซีย
    ติดอันดับ 1 ใน 5 มหาวิทยาลัยที่เป็นเลิศของเอเซียโดยคง เอกลักษณ์ของความเป็นไทย มีรากของวัฒนธรรมไทยและ ภูมิรู้เดิมของไทย. เป็นแหล่งอ้างอิงของแผ่นดินในศาสตร์ ต่างๆ ที่เลือกแล้ว เรื่องเหล่านี้เป็นนโยบายสภา. และคณาจารย์ก็ได้ระดมความคิดจากทุกศาสตร์ มองทั้งอนาคตของมหาวิทยาลัยและจุดแข็งของความรู้ที่คณาจารย์มี นําเสนอเป็นเอกสารเพื่อจุฬาฯ พึง ทําเพื่อก้าวไปข้างหน้าอย่างน้อยก็สองทศวรรษหน้าแล้ว จึงเป็นเรื่องที่จะนําไปปฏิบัติเพื่อธํารงความเด่นด้านวิชาการต่อไป

    สอง คุณภาพของอาจารย์และนักศึกษา
    อาจารย์ที่เป็นเลิศ เป็นที่ยอมรับระดับนานาชาติ สามารถไปสอนในมหาวิทยาลัยชั้นนําในต่างประเทศได้ และมีอาจารย์ที่เป็นเลิศในโลกมาเยือนและสอน นักเรียนและนักศึกษาที่มีศักยภาพ เมื่อเป็นนิสิตแล้วย่อมได้โอกาสเข้าเรียนวิชาต่างๆ ภายใน กรอบกําหนดให้เป็นผู้มีความรู้ลึกและกว้าง ใส่ใจในการหาความรู้ และมีความคิด
    อย่างมีเหตุผล และไม่ถูกกีดกันด้วยปัจจัยอื่นเว้นแต่ความสามารถของตน. คุณภาพนิสิตที่จบจากจุฬาฯ ต้องเท่าๆกันไม่ว่าจะมหาวิทยาลัยจะเลือกรับเข้าด้วยวิธีใด. และสามารถยืดอยู่เทียบเท่ากับนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนําของโลกได้

    สาม เป็นเลิศในโลกในสาขาวิชาที่เลือก
    ประเทศไทยมีจุดเด่นที่มหาวิทยาลัยสามารถนํามาเป็นศาสตร์ที่เด่นในระดับโลกได้ จึงควรให้ความสําคัญมากขึ้น เช่น
    จากฐานวัฒนธรรม วิชาพุทธศาสนา ภาษาและวรรณคดีไทย บาลี สันสกฤต
    จากสภาพภูมิศาสตร์ เรื่องเกี่ยวกับ CLMV ลุ่มน้ําโขง ทั้งประวัติศาสตร์ ภาษา วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อม ฯลฯ เรื่องในสาขา tropical marine biology เรื่องปลาน้ําจืด เรื่องพืชและสัตว์ในเขตร้อน และ เรื่องโรคใน เขตร้อน ทั้งหมดนี้มีขอบเขตกว้างขวางและเป็นประโยชน์ต่อโลก ซึ่งไทยอยู่ในสถานะที่จะสร้างประโยชน์ให้กับโลกได้มาก ทั้งสมุนไพร สัตว์มีพิษ การผลิตวัคซีน เป็นต้น
    เสริมความเป็นเลิศบางสาขาด้วยฐานความสามารถของอาจารย์เฉพาะบุคคลที่เป็นเลิศในโลกในสาขาของตน โดยไม่ละเลยปัญหาของประเทศด้วย เช่น ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง เป็นต้น
    เมื่อเราเด่นเป็นเลิศแล้ว โอกาสในการดึงนักศึกษาและ อาจารย์ที่เด่นในโลกมาสนใจเรียนและวิจัยในประเทศไทย ก็ตามมา และเปิดให้นิสิตทุกคนได้มีปฏิสัมพันธ์กับนักศึกษา นานาชาติได้อย่างเป็นปกติ

    สี่ ขอสืบสานพระราชปณิธานให้สําเร็จ
    เมื่อตั้งจุฬา ทรงเร่งให้เริ่มเพราะเห็นความสําคัญของอุดมศึกษา แม้จะทําได้ไม่เต็มตามที่คาดหวังของการเป็นทํานองเดียวกับมหาวิทยาลัยชั้นนําของอังกฤษ บัดนี้ประเทศไทยมีมหาวิทยาลัยจำนวนมากแล้ว จุฬาต้องหันมาลงทุนเรื่องคุณภาพและการบ่มเพาะบัณฑิตยิ่งขึ้น มหาวิทยาลัยจะเริ่มวางแผนสร้าง residential college ที่สระบุรี ให้นิสิตจุฬาทุกคนต้องผ่านประสบการณ์ของการอยู่ร่วมกัน 1 เทอม เพื่อเรียนรู้และมีประสบการณ์รอบด้านในการเป็นสมาชิกของสังคม
    นวพร เรืองสกุล 25 มีนาคม 2560

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s