กระบวนการสร้างนักอ่าน ตอนรายชื่อหนังสือสำหรับเด็ก

ตอน 3.JPG

วัยเด็กเป็นวัยช่างจำ และด้วยความเชื่อส่วนตัวที่ว่า การอ่านเปิดโลกกว้างให้กับผู้อ่าน การสร้างนิสัยในการอ่านจะต้องเกิดในวัยเด็ก  จึงมักจะแนะนำหนังสือให้พ่อแม่หาไว้ให้ลูกๆ อ่าน โดยดึงจากความรู้และประสบการณ์ตนเองในวัยเด็กมาเป็นแนวทาง

โดยส่วนตัวทุกคนที่เป็นผู้ใหญ่ก็คงมีรายชื่อหนังสืออยากให้เด็กอ่าน แม้ว่าจะดูโบราณแต่เชื่อว่าไม่ล้าสมัย เจตนาก็เพื่อให้รุ่นเรากับรุ่นหลังได้มีเรื่องสนทนากันได้ด้วยหัวข้อที่รู้ร่วมกัน และแนะนำหนังสืออ่านสนุกให้เด็กที่อาจจะไม่สนใจอ่าน หรือไม่รู้ว่าจะซื้อหนังสืออะไรมาอ่านดี ได้มีหนังสือแนะนำไปวางอยู่ใกล้ๆ มือ

นิสัยการอ่านต้อง “สร้าง” และสร้างยิ่งเร็วยิ่งดี แต่ก็ไม่มีอะไรการันตีว่า โตขึ้นแล้วนิสัยนี้จะคงอยู่หรือเลือนหายไป

เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งเคยเล่าว่า หลานชายอยากจะร่วมวงสนทนากับอาและป้า จึงเริ่มอ่านหนังสือกำลังภายในและหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นที่ป้าสะสมไว้ แล้วก็ชวนคุยตามประสาเด็กที่นึกว่าตัวเองโตแล้ว (เพราะตามอ่านหนังสือเล่มเดียวกับผู้ใหญ่)  ป้าๆ ก็เอ็นดู ทั้งช่วยชี้แนะเรื่องและร่วมวงคุยไม่ให้เขารู้ตัวว่า เขายัง ‘เด็ก’  บัดนี้หนุ่มนั้นโตเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว และเริ่มมีความสนใจของตนเอง แต่ไม่ทิ้งการอ่าน

หลานสาวคนหนึ่ง มาที่บ้านจะเจอตาและป้านั่งอ่านหนังสือจนชินตา ตอนที่ยังอ่านหนังสือไม่ออก เขาเลียนกิริยาการนั่งอ่านหนังสือของผู้ใหญ่ แต่ถือหนังสือกลับหัว เพราะที่บ้านไม่มีหนังสือสำหรับเด็กเล็กและในวัยนั้นยังอ่านหนังสือไม่ออก  ในวัยสิบขวบหลานคนนี้ อ่านเรื่องชุด บ้านเล็กฯ  จบหมดแล้ว 

ในสมัยนี้เนื่องจากคุณปู่ติดไลน์ คุณป้าติดเฟซฯ  เด็กเล็กรุ่นนี้จึงก้มหน้าอยู่กับสมาร์ทโฟน ซึ่งเขาอาจจะเลือกอะไรก็ได้ในโลกอันไพศาล (ซึ่งสมัยก่อนเลือกไม่ได้ เพราะต้องมีหนังสือนั้นๆ อยู่ในบ้านก่อนจึงจะเลือกได้เท่าที่มี) 

หนังสือแนะนำส่วนตัว

เคยแนะนำหนังสือให้แม่ของเด็กเพื่อซื้อให้ลูกอ่าน และผู้ได้รับคำแนะนำกลับมาเล่าให้ฟังว่า ได้ผลดี เด็กชอบอ่านหนังสือและอ่านให้คนอื่นฟังด้วย เท่าที่จำได้คือ

นิทานอีสป ครบชุด

เจ้าหญิงผู้พิพากษา หนังสือแปลจากนักเขียนเมียนมาร์ สร้างให้ตัวเอกเป็นเด็กผู้หญิง ให้ความรู้เรื่องกฎหมายพื้นฐาน ด้วยตัวอย่างเกี่ยวกับชีวิตรอบๆ ตัวที่ใครๆ ก็อาจจะประสบได้

หนังสือภาพให้ความรู้รอบตัวเรื่อง แมลง เพราะเห็นว่าเด็กต่างจังหวัดน่าจะสนใจเรื่องใกล้ตัวที่แตะต้องได้  หนังสือเล่มนี้กลายเป็นหนังสือที่พี่อ่านให้น้องๆ ฟัง เพราะเด็กทุกคนเห็นภาพก็สนใจ จึงอยากรู้เรื่องเพ่ิมเติมตามที่หนังสือเล่า

หนังสือที่ตัวเอกของเรื่องเป็นเด็ก เช่น ลูกไพร ของน้อย อินทนนท์  และชุดบ้านเล็กฯ ของลอร่า อิงกัลล์ส ไวล์เดอร์  ที่ ‘สุคนธรส’ แปล เพราะทำให้เห็นค่าความสำคัญของการช่วยกันทำงานด้านการเกษตรและการดูแลบ้านเรือนด้วยกันทั้งครอบครัว  เรื่องนี้ตัวเอกก็เป็นหญิง สวนเด็กผู้ชายก็จะสนใจตอน เด็กชายชาวนา

สกว. ได้ทำโครงการวิจัยคัดเลือกหนังสือดีที่เด็กและเยาวชนไทยควรอ่าน 100 เล่ม ออกเผยแพร่เมื่อ พ.ศ. 2543 โดยมีจุดมุ่งหมายการกระตุ้นให้เด็กและเยาวชนไทยรักการอ่านหนังสือมากขึ้น มีหนังสือหลายเล่มที่เคยเป็นหนังสือเรียนของรุ่นปู่ ย่า ตา ยาย ป้า น้า อา ได้แก่  ดอกสร้อยสุภาษิต  “เรณู-ปัญญา” เที่ยวรถไฟ  นกกางเขน  นิทานอีสป  ลูกสัตว์ต่างๆ  อุดมเด็กดี 

สกอ. มีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกว่า

  1. เป็นหนังสือเล่ม ประเภทบันเทิงคดี (นิทาน นิยาย เรื่องสั้น บทกวี) ที่เขียนขึ้นเอง โดยไม่จำกัดยุคสมัย
  2. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีเนื้อหาสาระที่ส่งเสริมความเข้าใจชีวิตและสังคม เสริมสร้างภูมิปัญญา จินตนาการ และค่านิยมที่ดี มีศิลปะในการเขียนที่ดี มีความงาม ความไพเราะ ความสะเทือนอารมณ์ อ่านได้สนุกเพลิดเพลิน
  3. มีเนื้อหา ท่วงทำนอง ภาพประกอบที่สามารถสนองความสนใจของนักอ่านกลุ่มเด็กและเยาวชนได้อย่างเหมาะสมกับวัย กระตุ้นจินตนาการและการเรียนรู้เกี่ยวกับชีวิตและโลกที่ผู้อ่านรู้สึกเชื่อมโยงด้วย
  4. เป็นการวางพื้นฐานในการอ่านวรรณคดีที่เป็นแบบฉบับ (คลาสสิก) ของไทย หรือช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจชีวิตและสังคมวัฒนธรรมไทยทั้งในอดีตและปัจจุบันเพิ่มมากขึ้น

ผู้สนใจอยากทราบชื่อหนังสือทั้ง 100 เล่ม เข้าไปดูได้ใน http://www2.eppo.go.th/tank/100-kids.html

การอ่านเกิดได้ด้วยเงื่อนไขแวดล้อมบางประการ ดังที่ได้กล่าวไปแล้วในตอนที่ ๑ เช่น

  • มีผู้ชี้แนะชักชวน (แม้ในวัยเป็น ส.ว. ก็ยังต้องการ book reviewer ที่น่าเชื่อถือ ช่วยเป็นตา คัดกรองให้ก่อน) 
  • เมื่อมีหนังสือนั้นๆ ให้ซื้อ หยิบ หรือยืม ได้ไม่ยาก เช่นหาซื้อได้ในท้องตลาด หรือยืมอ่านได้จากห้องสมุดโรงเรียน และห้องสมุดชุมชนใกล้บ้าน
  • ผู้ใหญ่ให้เวลา เปิดโอกาส ชักชวนหรือเล่าเกริ่นนำให้อยากรู้ เพื่อให้เริ่มอ่าน (แต่ไม่ใช่บังคับ เซ้าซี้ หรืออธิบายความยืดยาวว่าการอ่านมีประโยชน์อย่างไร)
  • มีพื้นที่สังคมให้ได้ขยายความคิดหลังจากอ่านแล้ว เช่น ชมรมหนังสือในโรงเรียน ในมหาวิทยาลัย หรือในชุมชน เป็นต้น การอ่านจะได้กลายเป็น “โรคติดต่อ” ที่พึงปรารถนา

คุณล่ะคะ คุณมีรายชื่อหนังสือสัก 2-3 เล่มก็อยากให้ลูกๆ หลานๆ ได้่อ่านไหม และเปิดเวลาคุยกับลูกๆ หลานๆ เรื่องหนังสือหรือสิ่งที่เขาสนใจอ่านมาบ้างหรือเปล่า

นวพร เรืองสกุล  มกราคม 2560

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s