อุทยานจุฬาฯ ๑๐๐ ปี (ตอน ๒)

img_3120

หลักคิดของสวนคือ สวนที่อิงธรรมชาติ และก้าวหน้าในแนวคิดหลายๆ ศาสตร์ เพื่อแสดงต่อสังคมถึงสิ่งที่จุฬาฯ มี และเป็นการมองไปข้างหน้า สวนคือ statement ของจุฬาฯ ในศตวรรษที่ ๒ ไม่ใช่สวนที่ระลึกถึง ๑๐๐ ปีที่ผ่านมา ใน ๑๐๐ ปีแรก นิสิตจุฬาฯ มีบันไดพญานาค เป็นจุดสัญลักษณ์ นิสิตแทบจะทุกคนจะมีภาพกับบันไดนี้ คำถามคือใน ๑๐๐ ปีต่อไป จะมีอะไรใหม่ที่จะเป็นตัวเสริมสัญลักษณ์ให้รู้ว่านี่ก็อีกหนึ่ง landmark ที่เป็นจุฬาฯ

เมื่อนำเรื่องอุทยานจามจุรีเผยแพร่ออกไปเมื่อกลางเดือนธันวาคม มีผู้มาเล่าเรื่องสืบเนื่องให้ฟัง จึงขอนำมาบันทึกไว้ให้ต่อกัน

ข้อแรก มีการระดมทุนจากศิษย์เก่าเพื่อสร้างอุทยาน

ข้อสอง มีผู้บริจาคต้นไม้

ข้อสาม กำลังหาที่ตั้งพระบรมรูปรัชกาลที่ ๙

ข้อสี่ เห็นลงซีเมนต์ไปเยอะแยะ ไหนว่าจะเป็นพื้นที่สีเขียว

ข้อห้า ถามว่าพื้นที่สีขาวๆ ที่ล้ำเข้ามาในสวนในภาพที่โพสต์ครั้งที่แล้วคืออะไร กันไว้เป็นที่ปลูกสร้างอะไรหรือ

การระดมทุน

ยินดีมากที่ศิษย์เก่าพร้อมใจกันช่วยมหาวิทยาลัย และตนเองก็ได้ร่วมสมทบทุนไปด้วยแล้ว แม้จะไม่ทราบว่ามหาวิทยาลัยจะเอาเงินไปใช้ประโยชน์อย่างใดบ้าง

เรื่องนี้ทำให้นึกถึงตอนที่ประชุมพิจารณาแบบ  เคยเสนอให้อธิการบดีในสมัยนั้นระดมทุนจากศิษย์เก่าเป็นค่าก่อสร้างอาคารที่ปลายสวนติดถนนบรรทัดทองที่กำลังก่อสร้างอยู่ในเวลานี้ อาคารนี้เป็นที่จัดนิทรรศการและกิจกรรมต่างๆ  การระดมทุนก็เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของศิษย์เก่า และถ้ามีเงินเหลือก็เก็บไว้ใช้ในการสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ที่นิสิต อาจารย์ และบุคลากรจะมาจัดทั้งในอาคารและกลางแจ้ง ทำให้สวนมีชีวิตชีวา

การบริจาคต้นไม้

ถ้าเป็นการให้เงินบริจาคเพื่อสมทบการทำสวน การจัดการเรื่องดินและดูแลต้นไม้ ก็จะน่ายินดีมาก แต่ถ้ามีการยกต้นไม้ต้นโตๆ มาให้เป็นต้นๆ จะน่าตกใจมาก เพราะผิดคอนเซ็บที่วางกันไว้แต่แรกว่า

  1. ต้องการต้นไม้พื้นถิ่น ทั้งต้นไม้อายุยืน ต้นไม้ดอกสวย ฯลฯ ตามการกำหนดของภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ เพื่อเป็นโชว์เคสต้นไม้ไทยและศาสตร์ในด้านนี้ของจุฬาฯ
  2. ต้องการให้ปลูกต้นไม้ตั้งแต่ต้นไม้ยังเล็ก และค่อยๆ ดูต้นไม้เติบโตโดยอิสระและสง่างาม แบบ “ผ่านมาแล้วห้าสิบปี ต้นไม้นั้นสูงใหญ่ ลมแรงเท่าไรก็บรรเทา … แตกใบให้ร่มเงา คอยดูแลเรา … จะมีเพียงสัญญาในหัวใจ ต้นไม้ที่(พ่อ)ปลูก ต้องสวย ต้องงดงามและยิ่งใหญ่…”

สถาบันอุดมศึกษาเป็นที่บ่มเพาะคนให้สังคม ไม่ใช่สถานศึกษาแบบฉาบฉวยสุกเอาเผากิน  ถ้าเราไม่ชอบให้นักเรียนเรียนพิเศษเพื่อให้สอบได้ โดยไร้ความรู้ลึก ไร้ความคิดวิเคราะห์ ฉันใด เราก็น่าจะไม่สนับสนุนการปลูกต้นไม้ที่ขุดมาแบบต้นโตแล้ว ฉันนั้น เพราะต้นไม้แบบนั้นไร้รากแก้วและกระบวนได้มาของต้นไม้อาจจะหมายถึงการทำให้ต้นไม้อีกหลายๆ ต้นรอบด้านที่ขึ้นอิงอาศัยกันต้องบอบช้ำหรือตายไปด้วย   

คนที่สัญญาจะเดินตามรอยพ่อ ต้องคิดหนักทีเดียวเพื่อให้สิ่งที่พูด ตรงกับสิ่งที่ทำ และเพื่อให้เพลง “ต้นไม้ของพ่อ” ไม่ไร้ความหมาย แม้ “พ่อ” จะไม่ได้ปลูก การปลูกของเราเพื่อเป็นที่ระลึกถึง “พ่อ” ก็ควรจะยืนยาวเช่นกัน

ที่ตั้งพระบรมรูป

เล่ากันมาว่า มหาวิทยาลัยกำลังหาที่ตั้งพระบรมรูป รัชกาลที่ ๙ และคาดกันว่าน่าจะอยู่ในสวนนี้ โดยความเห็นส่วนตัว อยากเห็นพระบรมรูปอยู่ในอาคารสุดสวน หันหน้าเข้าหาพระบรมรูปสองรัชกาล การอยู่ในที่ร่มทำให้พระบรมรูปมีขนาดไม่ใหญ่โต แต่อยู่ได้สบายๆ แบบพอเพียงดังที่พระองค์ท่านเป็น และในชั้นนั้นทั้งหมดหรือบางส่วนควรจะมีกิจกรรมการทดลองและการให้ความรู้เรื่องธรรมชาติ สังคมและสิ่งแวดล้อม ตามแนวคิดของพระองค์ท่าน

ทำได้เช่นนี้ก็จะเป็นปฏิบัติบูชา ที่เลิศกว่าอนุสาวรีย์ใหญ่ๆ ที่มีเพื่อให้คนไปกราบไหว้บูชาด้วยอามิส แต่ลืมเรื่องการปฏิบัติเสียสิ้น

ซีเมนต์กับสวน

ได้ไปดูที่สวนด้วยตนเองเมื่อมีผู้อยู่อาศัยในอาคารสูงแถวนั้นมาเล่าว่า ลาดซีเมนต์กันเป็นการใหญ่ ประเด็นนี้จำได้ว่าได้เคยเสนอให้กำหนดว่า พื้นที่นี้ไม่ทำสวนแต่ฉาบๆ แค่เอาดินมาโรยหน้า แต่จะต้องเป็นพื้นที่ซับน้ำ (คือน้ำไหลลงสู่ดินได้ ) อย่างน้อยๆ ก็เกินครึ่งหนึ่งของพื้นที่  เมื่อเห็นแบบสุดท้ายก็ยังมีซีเมนต์เพียงเท่าที่เป็นอาคาร และใต้อาคารเป็นอาคารจอดรถ เผื่อแผ่ให้กับร้านค้าที่ได้สัมปทานที่ดินไป แต่ไม่ได้สร้างที่จอดรถ 

ได้ข้อมูลเพิ่มมาว่า จะทำบ่อที่ดาดด้วยซีเมนต์ แทนบ่อธรรมชาติ ด้วยเหตุผลทางเทคนิคบางประการที่ทำให้ต้องแก้ไขกันด้วยวิธีนี้ ทำให้สงสัยว่าเป็นปัญหาที่ดิน หรือปัญหาที่น้ำ หรือปัญหาใด   ถ้าเป็นปัญหาที่ดิน การแก้ปัญหาให้ตรงประเด็นจะเป็นตัวอย่างที่จับต้องได้ของการเดินตามรอยพระบาทของพระองค์่ท่าน ที่ทรงสนพระทัยเรื่องดินจนกระทั่งวันที่ ๕ ธันวาคม ได้กลายเป็นวันดินของโลก 

โดยความรู้แบบคนแอบฟังมาจากที่ต่างๆ โดยตนเองไม่มีความรู้พื้นฐานใดเลย รู้มาว่า

  1. บ่อน้ำปูด้วยพลาสติกแบบที่ใช้ตอนทำอีสานเขียว ไม่เวิร์ค เพราะผิดธรรมชาติของระบบนิเวศน์
  2. การทำบ่อน้ำที่น้ำใส ลมพัดเย็นตลอดปี ต้องเป็นบ่อสามระดับเพื่อให้อุณหภูมิของน้ำถ่ายเทได้  คือมีส่วนที่ลึก ส่วนปานกลางและส่วนที่คล้ายกับชายน้ำ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทดลองทำและเป็นความรู้แพร่หลายในโลกแล้ว

ในฐานะศิษย์เก่า จึงได้แต่สงสัยดังๆ ว่า ตอนนี้พื้นที่ชุ่มน้ำมีเหลือเท่าใด และลอจิกของการดาดซีเมนต์เป็นเช่นไร คุณภาพของบ่อในอนาคตจะเป็นเช่นไร แต่ก็เชื่อว่ามหาวิทยาลัยน่าจะมีคำตอบที่ดี สมกับที่ตั้งสโลแกนหรือปณิธานไว้ว่า คือแหล่งอ้างอิงของแผ่นดิน และเป็นเสาหลักของแผ่นดิน

พื้นที่สีขาวที่ล้ำเข้ามาในเขตสวน

คือพื้นที่ที่ในสมัยอธิการบดีคนที่แล้วเป็นประธานคณะกรรมการทรัพย์สินจุฬาฯ ได้ตกลงให้เช่าระยะยาวทำศูนย์การค้า และตอนนี้ศูนย์การค้านั้นก็เปิดดำเนินการแล้ว  หวังว่าหมดสัญญาเช่าเมื่อใด อธิการบดีคนที่จะอยู่ในตำแหน่งในเวลานั้น จะนำคืนกลับมาเป็นสวน ใครที่อยากได้พื้นที่สวนที่เป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสสวยๆ ระหว่างนี้ก็ได้แต่ช่วยกันร้องเพลงรอ และช่วยกันเตือนไม่ให้ลืมเลือนเมื่อถึงวันหมดสัญญาเช่า

นวพร เรืองสกุล

๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๙

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s