อุทยานจุฬาฯ ๑๐๐ ปี

pic-59_campus01_1

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะมีอายุครบ ๑๐๐ ปี ในปี พ.ศ. ๒๕๖๐

เนื่องในโอกาสดังกล่าว จุฬาฯ กำลังปรับเปลี่ยนที่ดินที่เคยใช้ประโยชน์เป็นอาคารพาณิชย์ให้กลายเป็นสวนขนาดพื้นที่ประมาณ ๒๐ ไร่

สวนสาธารณะเป็นสิ่งที่ทุกเมืองต้องมี และมีให้มาก   

ผลงานวิจัยในต่างประเทศแห่งหนึ่งพบว่า natural environment หรือสัมผัสจากธรรมชาติทำให้คนรู้สึกผ่อนคลายจากภารกิจในชีวิตประจำวันที่แบกรับไว้ ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น เยียวยาอาการเจ็บป่วยได้

การปลูกต้นไม้หลายขนาด หลายรูปทรง ใบไม้หลากสีสัน ดอกไม้หลากรูปแบบและสีสัน เป็นการเก็บความหลากหลายทางชีวภาพ (biodiversity) ไว้ในเมือง …ทั้งยังดึงดูดสัตว์ต่างๆ ให้มาอาศัยส่วนต่างๆ ของต้นไม้ ทั้งหมดนี้ช่วยทำให้ชีวิตของผู้คนและชีวิตของเมืองมีชีวาเป็นทวีคูณ

จุฬาฯ จัดประกวดแบบอุทยาน ๑๐๐ ปี (Centennial Park) เพื่อหาแนวคิดการออกแบบโดยแบ่งผู้เข้าประกวดเป็นสองกลุ่ม

กลุ่มนิสิตนักศึกษา ประกวดเพื่อให้ได้แสดงฝีมือ

แบบที่ได้ที่ ๑ เป็นของกลุ่ม Big Bang น่าสนใจตรงวงเวียนเล่นระดับ คนขี่จักรยานหรือเล่นโรลเลอร์เบลดคงชอบในความท้าทาย img_1651ที่พื้นที่เปิดให้ และน่าจะทำให้เกิดพื้นที่ต่างระดับระหว่างคนเดินกับจักรยานได้ด้วย

ถ้าใครมีที่อีกสักแปลงในจังหวัดที่มีเนินสูงๆ ต่ำๆ น่าจะนำแบบนี้ไปสร้างเป็นของจริงด้วย

กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพ ประกวดเพื่อนำมาใช้งานจริง แบบที่ชนะการประกวดเป็นของบริษัท  N7A + Landprocess

เป็นสวนเอียง มีส่วนลาดชันถึง ๓๐ องศา  (ยังไม่สามารถหาภาพเก่าในเว็บไซต์จุฬาฯ ได้ ถ้่าใครมีภาพช่วยเติมด้วยค่ะ เพราะมีส่วนที่ส่วนตัวคิดว่าน่าทึ่งและน่าติดใจคือ ตรงที่เป็นอาคารเขาทำเป็นแปลงนาข้าวขั้นบันได คือทำเป็นนากลางเมือง)

เมื่อนำมาจัดแสดงเดี่ยวที่จามจุรีสแควร์ ประกอบการสนทนา นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ นักผังเมือง นักภูมิสถาปัตย์ นักอนุรักษ์ต้นไม้ ท่ี่เป็นวิทยากรในวันนั้น ต่างชื่นชมกับทั้งความเอียง และการมีที่จอดรถ อาคารและลานกิจกรรม ผู้ชมผู้ฟังส่วนมากในวันนั้นก็ชอบเช่นเดียวกัน

ถาม: เอียงทำไม แบบแฟนซี จะเสียเงินโดยใช่เหตุ

ตอบ: การเอียงสวน ได้ประโยชน์ ๒ ต่อคือ

ก. เป็นมิตรต่อสภาพภูมิศาสตร์ของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่ลุ่มต่ำ ทำให้ช่วยชะลอน้ำฝนเวลาฝนตกหนัก ให้เวลาน้ำค่อยๆ ซึมลงใต้ดิน

ข. เป็นการใช้งานออกแบบมาควบคุมทางเข้าออก สวนนี้จึงไม่ต้องล้อมร้ัวแบบสวนสาธารณะที่เห็นทั่วไปในบ้านเรา

ของแถมคือ อาจจะจัดดนตรีกลางแจ้งได้ เพราะพื้นที่ลาดเอียงของสวน เป็นอัฒจันทร์ได้อย่างดี

ถาม: สร้างที่จอดรถทำไม เปลืองเงิน และต้องดูแลความปลอดภัย

ตอบ: ถ้าให้ไปจอดที่อื่น ที่ไหนก็ไม่แน่ เพราะที่ไหนๆ ก็ขาดแคลนที่จอดรถด้วยกันทั้งนั้น

พื้นที่ข้างๆ สวนด้านหนึ่งทำเป็นพื้นที่ให้มีปฏิสัมพันธ์กันระหว่างชุมชนกับบุคลากร

อาคารที่อยู่ปลายสวน ประกอบกับที่จอดรถ และลานกิจกรรม ช่วยกันเสริมให้สวนนี้มีความเป็นอิสระในตัวเอง ใช้งานได้ทุกฤดูกาล

สวนนี้จะปลูกต้นไม้ยืนต้นพื้นถิ่นที่อายุยืนๆ โดยต่อไปได้มีการขอให้ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ ของจุฬา เป็นผู้ดูแลว่ากำหนดชนิดต้นไม้ เพราะเป็นผู้รู้ดีที่สุด

นึกภาพไปอีก ๘๐ – ๙๐ ปีข้างหน้า ต้นไม้จะโตใหญ่อย่างสง่างามในสวนและรายถนนจุฬาฯ ซอย ๕ ให้เป็น green way 

นี่คือมรดกที่คนรุ่นนี้จะสามารถมอบต่อไว้ให้ถึงรุ่นหลาน รุ่นเหลน

เมื่อประกอบกับความสร้างสรรค์ในเชิงสถาปัตยกรรม และวิศวกรรม จึงเป็นการประกาศการก้าวไปข้างหน้าสู่ทศวรรษที่ ๒ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยไม่ทิ้งการสร้างความรู้ที่แปรเป็นการปฏิบัติให้กับสังคมและมหานคร และเป็นงานที่มีศักยภาพจะก้าวขึ้นเป็นผลงานอ้างอิงระดับสากล ถ้าไม่มีการฉุดและดึง แต่พร้อมใจกันผลักและดัน

เพื่อจุฬาฯ และประเทศไทย 

ฝันของสถาปนิกและวิทยากร พร้อมผู้ได้เห็นแบบ จะเป็นจริงหรือไม่ เพียงใด ต้องรอลุ้นการดำเนินการของฝ่ายบริหารของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชุดปัจจุบัน (ในเวลาที่เขียนหมายถึงชุดที่สิ้นสุดวาระไปเมื่อกลางปี พ.ศ. ๒๕๕๙)

ศิษย์เก่าท่านใดอยากลุ้นด้วย เชิญช่วยกันค่ะ

นวพร เรืองสกุล

ลงในสกุลไทย ฉบับที่ ๓๑๐๒ ปี พ.ศ. ๒๕๕๗

ปรับปรุงเพิ่มเติมเล็กน้อยเพื่อความชัดเจน เมื่อ ๒๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๙

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s