ของฝากจากกรรมการสภามหาวิทยาลัย เรื่อง จริยธรรมในสถาบันอุดมศึกษา

      หัวข้อเรื่องจริยธรรมเป็นหัวข้อสำคัญมากในสถาบันระดับอุดมศึกษา

จริยธรรมเป็นข้อพึงปฏิบัติหรือกฎทางสังคมที่บังคับกับทุกคนที่อยู่ในระบบ ในสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งๆ ไม่ว่าจะเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นผู้วางนโยบาย ฝ่ายบริหารซึ่งเป็นผู้นำนโยบายไปปฏิบัติให้บรรลุผล คณาจารย์ และผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย ตลอดจนนักศึกษา ต่างคนต่างก็มีจริยธรรมในส่วนของตนที่จะส่งผลให้มหาวิทยาลัยในภาพรวมเป็นสถาบันที่น่าเชื่อถือศรัทธาในสังคม

สมัยนี้เรามีระเบียบและกติกาเขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรอยู่มากมาย เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีประมวลจริยธรรมของผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย คณะกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติมีจรรยาบรรณวิชาชีพวิจัยและแนวทางปฏิบัติ เป็นต้น แต่ปรากฏว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จะได้อ่านข่าวหรือได้ยินคำบอกเล่าว่า นักศึกษาแอบนำคำตอบเข้าไปในห้องสอบด้วยวิธีการที่แยบยลต่างๆ นานา  บัณฑิตไม่ได้คุณภาพ บางแห่งถึงกับกล่าวกันว่าจ่ายครบ จบแน่ อาจารย์ไม่สอนหรือสอนไม่เต็มตามเวลา ให้ความสำคัญกับงานพิเศษมากกว่างานสอนหรืองานในมหาวิทยาลัย ผลงานวิชาการไม่ได้คุณภาพ มีระบบเอื้อกันและกันในการประเมินคุณภาพผลงาน มีการลักลอกงานทางวิชาการ ฯลฯ ส่วนผู้บริหารบางคนก็มีการกระทำที่ส่อไปในทางมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ หรือมีการขัดแย้งกันในบทบาทหน้าที่ บางคนไม่มีความสามารถเหมาะสมกับงานตามหน้าที่หรือทำงานไม่เต็มตามหน้าที่ีที่พึงทำ กรรมการสภามหาวิทยาลัยก็ไม่พ้นข้อครหาบางข้อเช่นกัน

ทั้งหมดนี้ก่อให้เกิดคำถามว่า แล้วสมัยก่อนเป็นอย่างไร ยกเพียงเรื่องของอาจารย์ เราก็มีอาจารย์ที่เป็นที่เคารพ ทำงานวิชาการได้เป็นที่ประจักษ์ทั้งในและต่างประเทศ อบรมและให้การศึกษาจนนักศึกษาจำนวนหนึ่งเป็นบุคคลที่ทำคุณประโยชน์มหาศาลให้กับสังคม ฯลฯ

 

คำตอบเป็นสิ่งที่น่าค้นหา

ขอตั้งข้อสังเกตว่า คนในระบบอุดมศึกษาก้าวข้ามหรือเดินอย่างหมิ่นเหม่ต่อจริยธรรมในยุคนี้ มีสาเหตุอย่างน้อย 3 ประการที่สำคัญๆ คือ

  1. สังคมทุกวันนี้มองเห็นว่าการทำผิดระเบียบเป็นเรื่องโก้ เป็นเรื่องของอภิสิทธิ์ชน ถ้าเป็นอภิสิทธิ์ชนย่อมสามารถทำอะไรหลายๆ อย่างเหนือกฎ เหนือระเบียบที่ใช้บังคับกับคนทั่วไปได้
  2. ระเบียบ กฎเกณฑ์ และเป้าหมายที่กำหนดไว้ให้ทำ ได้ความสำคัญกว่าจิตสำนึก กฎใหม่และระเบียบใหม่หลายอย่างที่ออกมา เพื่อให้คนหมู่มากปฏิบัติไปในแนวเดียวกัน และเป้าหมายเป็นตัวเลขกลับขัดหรือแย้งกับประเพณีปฏิบัติที่สร้างความเป็นเลิศให้มหาวิทยาลัยมาในอดีต และไม่มีฝ่ายใดในระดับต่างๆ พยายามประสานข้อดีของทั้งสองด้านเข้าด้วยกัน แต่เลือกทำสิ่งที่สะดวกและง่าย แม้สิ่งที่ทำจะส่งผลกระทบในทางลบต่อคุณภาพของมหาวิทยาลัยและสังคม
  3. ความขี้ขลาด ขี้กลัว ที่จะทำให้สิ่งที่ถูกต้อง เพราะเกรงไปเองหรือเคยมีประสบการณ์ว่าตนและครอบครัวจะเผชิญอันตรายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หน้าที่การงาน วิชาชีพและอนาคตของตนอย่างโดดเดี่ยว ปราศจากผู้ช่วยเหลือ คุ้มครองหรือดูแล หรือได้รับความอยุติธรรมด้วยวิธีต่างๆ จากผู้ที่กล้าทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

 

แล้วเราจะทำอย่างไรกันต่อไป

เป็นไปได้หรือไม่ว่าการมีระเบียบและกติกาที่มากเกินไป รัดรึงเกินไป สร้างแรงกดดันให้ทำตามระเบียบ โดยทิ้งจิตสำนึกไว้ต่างหาก ระเบียบที่น้อยลงแต่เน้นที่เจตนารมณ์หรือคุณค่าจะเหมาะสมกว่าหรือไม่

จริยธรรมนั้นทำได้ไม่ยาก คือทุกคนทำงานตามหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ ตัววัดง่ายๆ ว่าสิ่งที่ทำจะดีหรือไม่ดีคือถามตนเองว่า

สิ่งที่เราทำนั้นเรารับได้ บอกเล่าให้ครอบครัวและลูกหลานฟังได้อย่างภาคภูมิใจหรือไม่ทั้งวันนี้และวันหน้า

สิ่งที่ทำนั้นวิญญูชนคือผู้รู้ผิดชอบชั่วดี ความเหมาะ ความควร สรรเสริญได้หรือไม่ และ

สิ่งที่เราทำลงไปนั้น ถ้าเป็นผู้อื่นทำต่อเรา ต่อลูกหลานของเรา และต่อองค์กรหรือกิจการของเรา เราจะรับได้อย่างยินดีหรือไม่

จริยธรรมจะเกิดมีขึ้นได้เมื่อตนเองมี (ถ้าเป็นผู้อยู่ในระดับเป็นผู้ที่ผู้อื่นจะทำตามได้ ก็ต้องทำตัวเป็นแบบอย่าง) เมื่อตนมีแล้วก็สอนให้ผู้อื่นมี เตือนให้ผู้อื่นระลึกถึงจริยธรรมที่พึงมี และยืนยันหรือบังคับใช้จริยธรรมที่พึงมีกับทุกคนอย่างเสมอหน้ากัน

จริยธรรมก็เช่นเดียวกับนามธรรมอื่นๆ คือ เป็นรูปธรรมต่อเมื่อมีการปฏิบัติ และจำได้ต่อเมื่อมีการพูดย้ำเตือนกันสม่ำเสมอ มีการคิดทบทวนเป็นระยะๆ และถกกันอย่างลึกซึ้งและกว้างขวางถึงเจตนาและสิ่งที่พึงเป็น อันเป็นวิธีป้องกันมากกว่าจะแก้ไข เมื่อมีผู้ก้าวล่วงจริยธรรมไปแล้วทั้งโดยรู้หรือไม่รู้เท่าถึงการณ์

        นางสาวนวพร  เรืองสกุล ปัจจุบันอายุ 72 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีศิลปศาสตรบัณฑิต (วิชาเอกเศรษฐศาสตร์) ที่ Goucher College รัฐ Maryland และระดับปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศที่ University of California, Los Angeles (UCLA) ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยทุนธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วได้ทำงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทย โดยได้รับโอกาสให้ทำงานในหลายฝ่ายงานและเป็นผู้บุกเบิก เช่น เป็นผู้บริหารกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเป็นคนแรก หลังจากที่ทำงานในธนาคารแห่งประเทศไทยนานถึง 18 ปี ได้ลาออกและร่วมงานกับธนาคารพาณิชย์เอกชนในระดับบริหาร ต่อมาได้ดำรงตำแหน่งสำคัญ ได้แก่ เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.), ประธานกรรมการธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน), ประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต) และกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ปัจจุบันเป็นกรรมการสาขาสังคมวิทยา สภาวิจัยแห่งชาติ, ที่ปรึกษาคณะกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ประธานคณะกรรมการจริยธรรมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยศิลปากร ท่านเป็นนักเขียนอิสระที่มีบทความและผลงานมาอย่างยาวนาน มีผลงานเขียนที่เป็นหนังสือหลายสิบเล่ม ล่าสุดท่านได้รับรางวัลนักเขียนบทความดีเด่นกองทุนหม่อมราชวงศ์อายุมงคล โสณกุล ประจำปี 2558

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s