โรงภาพยนตร์สกาลา 1

IMG_1461 ไปดูภาพยนตร์เรื่อง The Sound of Music ที่โรงภาพยนตร์สกาลา เพื่อรำลึกถึงความหลัง และเพื่อให้หลานตัวน้อยๆ เห็นหนังจอใหญ่ แทนดูจากจอคอมพิวเตอร์ที่บ้าน สิ่งที่ยังประทับใจอยู่คือล้อบบี้ของโรงภาพยนตร์ ที่มีโคมระย้าดวงโต จำได้ว่าในเวลานั้นเจ้าของโรงทุ่มเงินทำให้โรงนี้เป็นโรงที่โอ่อ่างดงามที่สุดในภูมิภาค ความงดงามยังอยู่ แต่อนาคตของโรงไม่แน่นอน ดังที่คุณนันทา ตันสัจจา เคยให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งที่พาดหัวว่า “ตัวไม่อยู่ ขอให้โรงหนังอยู่” ว่า สัญญาจะหมดมกราคม 2560 ข้อเสนอให้เก็บอาคารโรงภาพยนตร์สกาลาไว้เป็นมรดกทางสถาปัตยกรรม ผ่านทางเวปไซต์ Change.org ที่มีผู้ร่วมลงชื่อเกินหมื่นคน ในเวลาอันรวดเร็ว ต่อมามีรายงานการให้สัมภาษณ์รองอธิการบดีฝ่ายทรัพย์สินของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ว่า จะต่อสัญญาถึง มกราคม 2563 เพราะว่ายังไม่รู้ว่าจะพัฒนาเป็นอะไร เป็นโครงการใหญ่เกินจะทำเอง ต้องให้เอกชนมาเสนอแนวคิด และต้องทำตามพระราชบัญญัติร่วมทุน ต้องจ้างคนมาศึกษาก่อนว่าทำอะไรจะเหมาะสมที่สุด ท่านยังได้กล่าวต่อไปว่า ไม่อยากให้คนโฟกัสไปแต่ที่สยามสแควร์ ยังมีที่อีกหลายแห่งเช่นสามย่าน สวนหลวง เรื่องโรงภาพยนตร์สกาลาเปิดประเด็นให้ตั้งข้อสังเกตได้หลายประการ เรื่องนี้เป็นเรื่องชาวเมือง และเป็นเรื่องเศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ มนุษย์ศาสตร์ และธุรกิจ ผสมผสานอยู่ในเรื่องเดียวกัน เป็นกรณีที่น่าสนใจจะยกขึ้นมาส่องดูหลายๆ แง่มุม เรื่องการต่อสัญญา เป็นที่รู้กันดีว่า ถ้าหากสัญญาเช่าใกล้ครบกำหนดผู้เช่าจะไม่ปรับปรุงพื้นที่ เพราะไม่สามารถถอนทุนได้ทัน ตึกที่สัญญาไม่แน่นอนหรือไม่นานพอจะทรุดโทรม ดังที่เราเห็นพื้นที่ส่วนใหญ่หลังสามย่านหรือแถวสวนหลวง ที่ผู้เช่าเดิมย้ายออกไปผู้เช่าใหม่ทำกิจการที่พร้อมถอนสมอได้ในทันที เช่น อู่ซ่อมรถแบบไม่ต้องใช้เครื่องจักรดีๆ แพงๆ เราจะเห็นดงตึกที่มีน้ำมันเครื่องเป็นคราบและลามมาเปื้อนล่ื่นอยู่บนถนนจนน่าจะเป็นอันตรายต่อผู้ขับขี่จักรยานยนต์ และน่าสืบค้นมากทีเดียวว่าน้ำมันเครื่องเหล่านี้ลงไปในดิน ลงไปในท่อระบายน้ำด้วยหรือเปล่า และไปทำปฏิกิริยาหรือมีผลอย่างไรต่อท่อน้ำทิ้งของ กทม. และคุณภาพของดินในบริเวณนั้นที่มีน้ำมันเครื่องปนเปื้อนมายาวนาน จุฬาฯ ในฐานะเสาหลักของแผ่นดิน และแหล่งอ้างอิงของแผ่นดินมีการศึกษาผลกระทบต่อสภาพแวดล้้อมจากการกระทำนี้ไว้บ้างหรือไม่ ถ้าต่อสัญญาโรงภาพยนตร์ ๓ ปี ผู้เช่าก็คงลงทุนเท่าที่จะคุ้มค่ากับเวลา ๓ ปี ไม่เหมือนครั้งแรกที่ลงทุนได้เต็มที่เพราะสัญญาเช่า ๓๐ ปี ดังนั้นถ้าสกาลาโทรมลงไปจนน่ารื้อ คงไม่มีใครสืบสาวหาดูว่าที่โทรมลงไปนั้นเป็นเหตุที่เกิดจากฝ่ายเจ้าของที่ดิน เรื่องการพัฒนาพื้นที่ ถ้าคำให้สัมภาษณ์ได้รับการถ่ายทอดมาถูกต้องทั้งหมด ก็แปลว่าจุฬาคิดขึ้นโครงการใหญ่ โดยตั้งใจรอให้นายทุนมาเสนอ กลุ่มทุนในประเทศไทยมีกี่กลุ่มก็พอเห็นอยู่ และการพัฒนาของเอกชนก็ต้องให้ได้คุ้มที่สุด จึงเชื่อว่าต้องขึ้นตึกสูงเต็มพื้นที่แน่นอน ส่วนการศึกษาความเป็นไปได้นั้นเท่าที่เคยมีประสบการณ์มาด้วยตนเอง ผู้ศึกษาจะนำเสนอตามโจทย์ที่ผู้ว่าจ้างต้องการ การมีพื้นที่สวนกว่า ๒๐ ไร่ เพื่อทำอุทยาน ๑๐๐ ปี ที่ประชาสัมพันธ์กันอยู่ในปีนี้ เป็นนโยบายของเจ้าของที่ดิน ไม่ใช่การนำเสนอของผู้จะพัฒนาที่ดิน เป้าหมาย จุดประสงค์ วิสัยทัศน์ต้องมาก่อนยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ กุศโลบาย เพ็ญพรรณ โกวิทางกูร เขียนไว้ใน Change.or ว่า “ต่อลมหายใจสกาล่า 3 ปี ไม่ใช่ทางออก แต่แค่ ‘พักยก’… เพราะเป้าหมายหลักของการรณรงค์ไม่ใช่แค่การต่อสัญญาเช่า (ซึ่งไม่อยากให้เข้าใจว่า เราต้องการรณรงค์เพื่อเอื้อประโยชน์ให้นักธุรกิจ) แต่เราเห็นว่าจุฬาฯ ควรตั้งคณะกรรมการและมีแผนการอนุรักษ์สกาล่า เพราะตระหนักและมองเห็นคุณค่าด้านสถาปัตยกรรม และริเริ่มโครงการใช้ประโยชน์ของอาคารนี้อย่างยั่งยืนในอนาคต ไม่ใช่ฝากความหวังไว้กับภาคเอกชนรายใหม่ที่จะเข้ามาบริหารต่อ อาจจะดียิ่งขึ้นหากพวกเรา ช่วยกันคิด เสนอแนะแนวทางและโครงการต่างๆ เพื่อสนับสนุนสกาล่าให้มีชีวิต และมีความหมายสำหรับคนรุ่นหลัง เพราะเราไม่ต้องการให้จุฬาฯ เก็บอาคารสกาล่าไว้เป็นแค่อนุสาวรีย์ของโรงหนังเท่านั้น ทั้งยังไม่มีหลักประกันใดๆ ได้ว่าเมื่อจุฬาฯ เปลี่ยนคณะผู้บริหาร นโยบายรื้อทิ้งสกาล่าจะไม่ถูกหยิบยกขึ้นมาอีก…” จุฬาฯ ยังไม่ได้ขยับในทิศนี้อย่างเห็นได้ชัด ส่วนสกาลาขยับแล้ว ด้วยการนำภาพยนตร์ดียุคเก่ามาฉาย แม้จะรอบเดียวในหนึ่งเดือน ก็ถือเป็นบททดสอบสำหรับผู้สนับสนุน ถ้าได้ความร่วมมือสามประสาน จากฝ่ายมหาวิทยาลัย ที่เป็นเจ้าของที่ มีนิสิต มีภาควิชาเกี่ยวกับศิลป การละคร และภาพยนตร์อยู่ในมือ ฝ่ายผู้ประกอบการ และฝ่ายผู้ชม ก็นับว่ายอดเยี่ยม ถ้าหากว่าเสาหลักของแผ่นดินผู้เป็นเจ้าของที่ดินและมีนิสิตอยู่ในมือยังเฉยๆ และปล่อยให้สยามสแควร์ส่วนเก่ารกรุงรังยิ่งขึ้นทุกที เราผู้ที่ห่วงใยอยากเก็บอาคารหลังนี้ และบรรยากาศส่วนหนึ่งของสยามตรงนี้ไว้ เป็นที่ระลึกที่มีชีวิต ก็ต้องยอมเหนื่อยพยายามร่วมคิด ร่วมช่วยกัน ตามความสามารถที่มี

นวพร เรืองสกุล ดัดแปลงจากเรื่องที่ลงในคอลัมน์ เศรษฐศาสตร์ชาวเมือง สกุลไทย เล่มที่ 3225 ปี พ.ศ. 2559

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s