โรงพยาบาลสุดแดนสยามสามทิศ

งานจัดจ้าง

การจะโน้มน้าวให้หมอเก่งๆ ที่รู้เลขทั้งไปหน้าและถอยหลัง ยอมรับว่าแต่ละงานมีวิชาชีพมีใบอนุญาตความเป็นผู้ชำนาญการ มีความแม่นยำในวิชาชีพของตนๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย

หมอจบมาเท่ากัน แต่เป็นหมอเก่งไม่เท่ากัน หมอด้วยกันรู้กันด้วยวิธีการต่างๆ แต่คนนอกต้องใช้ประสบการณ์ตรงกว่าจะรู้ หรือบางทีก็ไม่รู้ ฉันใด

นักบัญชีก็ฉันนั้น จบมาเท่าๆ กัน แต่เก่งไม่เท่ากัน และผู้อยู่ในวงการเดียวกันจะรู้ว่าใครเก่ง เก่งเรื่องอะไร

เพียงแต่ต้องหาคนเก่งคนนั้นให้เจอ ใช้คนให้ถูกกับงาน งานจะเดินเร็วและเป็นที่ยอมรับ หานักบัญชีเก่ง ต้องถามนักบัญชีที่ข้าพเจ้าคิดว่า เชื่อถือได้ แต่ในใจนึกไว้แล้วว่าต้องการ หนึ่งในบริษัทบัญชีระดับโลก

“ตา” เข้ามาตรงนี้ เพื่อให้ช่วยทำการบ้านว่า ใน Big Four นั้น บริษัทใดสอบบัญชีโรงพยาบาล หรือเคยวางระบบบัญชีให้โรงพยาบาลในเมืองไทยมาบ้าง

“ตา” เตือนว่า จะจ้างนักบัญชี ไม่จ้างบริษัทเท่านั้น ต้องระบุบุคคลรับผิดชอบงานด้วย

จำได้ดีทีเดียว เคยเจอมาแล้ว วันมารับงานดูดีทีเดียว แต่ตอนทำงาน งานหลุดไปอยู่ในมือจูเนียร์ ที่ไม่เก่งเลย งานออกมาไม่น่าประทับใจสักนิด แต่คราวนั้นไม่ได้มีหน้าที่จัดจ้างโดยตรง ได้เห็นเป็นบทจำ

  ในการประชุมครั้งนี้ ได้ชื่อบุคคลที่กรรมการบางคนเห็นว่าน่าจะทำหน้าที่นี้ได้ ประธานบอกแค่ว่า รู้มาว่าใน Big Four มี ๒ บริษัทที่ทำเรื่องโรงพยาบาลอยู่ ให้ถามด้วย

เราจะจ้าง Big Four เชียวหรือ

ไม่รู้ว่าใครจะมีคำถามนี้ไหม แต่คำตอบที่เตรียมไว้แล้วคือ กระทรวงเป็นระดับชาติ เรื่องที่เถียงกันก็เรื่องระดับชาติ ไม่เอาคนที่ทุกคนยอมรับและมีชื่อเสียงของตนเองค้ำยันมาใช้ เราจะจบปัญหาได้หรือ

เงินมีพอจ้างหรือ

เอ้อ ตรงนี้ไม่รู้ รู้แต่ว่าในคำสั่ง (อ้างคำสั่งที่ข้าพเจ้าร่างเอง) บอกว่าให้หาเงินมาจ้าง

เราจะจ้างผู้ที่คณะกรรมการมั่นใจว่าทำงานนี้ได้สำเร็จ

คุณหมอไม่ต้องทำเองหรอก รอรับผลงานที่คนเก่งวิชาชีพเขาทำมาให้ดูดีกว่า แล้วก็ให้ความเห็นในส่วนที่เขาขาดตกบกพร่องเรื่องเกี่ยวกับหมอและโรงพยาบาล

กระโดดข้ามไปตอนจบเลย

อาจารย์ที่ปรึกษา ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ช่วยรับงาน แจ้งว่างานนี้ต้องการคนมาก จ้าง Big Four ดีกว่า

หนึ่งในบิ๊ก ไม่ว่างรับงาน อีกบิ๊ก รับได้ และพร้อมเสนอข้อเสนอมา ตามเงื่อนไขที่กระทรวงจะร่างขึ้น

ตกลงว่า ใน ๓ เหลือ ๑ โดยปริยาย

ทีนี้เรื่องเงิน

ครั้งหนึ่ง สปสช. เคยปวารณาตนว่า สามารถใช้เงิน สปสช.จ้างได้หมด ข้าพเจ้าอยากใช้เงินจากทุนวิจัย ได้ปากก็เอ่ยขอไปแล้ว ๓ องค์กร แต่เอาเข้าจริง กระทรวงไม่ขอ  สปสช. ก็ไม่ขอ

เออ เขาคิดคนละแบบกับเรา

ข้าพเจ้าชอบเอาเงินคนอื่นมาใช้ โดยเฉพาะอย่างย่ิงเมื่อเห็นว่างานนี้น่าจะได้ประโยชน์ตรง และทันที แต่คนขอไม่ชอบขอ งานเขียนขอมักยาว กระบวนการเยิ่นเย้อ  ไม่ทันเวลาที่ต้องการใช้ และได้ผลมามักชี้ไปให้วิจัยโน่น นี่ นี่ นั่น ต่อไปอีก 

นี่คงเป็นอีกคำอธิบายที่ว่า ทำไมงบวิจัยของประเทศไทยน้อยจัง ก็คนที่เขาต้องใช้ผลวิจัยด่วน เขาไม่มีเวลาไง

พลิกล็อกเมื่อ สปสช. ถูกติงโดย สตง. ว่าใช้เงินไปจ้างวิจัยเรื่องปัญหาของผู้ให้บริการนี่ มันนอกเรื่องนะ

พลิกล็อกอีกครั้ง เมื่อ สธ. สามารถแคะกระปุกหางบประมาณมาจัดจ้างได้

รู้เบื้องหลังมาว่า ท่านผู้มีอำนาจใช้เวลาคิดหนัก เพราะกระทรวงไม่เคยจ้างงานแบบนี้มาก่อน และจ้างในเวลาที่อยู่ระหว่างรักษาการเสียด้วย ในที่สุดเพื่อประโยชน์ของราชการ ก็ตัดสินใจอนุมัติให้จ้าง

จ้างใคร มาทำอะไรบ้าง–

จ้างสถาบันของอุดมศึกษาเพื่อวิจัย ไม่มีปัญหา

จ้างบริหารโครงการก็คุ้นๆ

อันที่คิดหนักที่สุดคือจ้างบริษัทนี่แหละ

คุณหมอใน สนป. ต้องทำงานที่ไม่เคยทำ คือ เลือกที่ปรึกษาด้านการเงินและบัญชีกันในที่ประชุม และไปขอความรู้เรื่องการจ้างที่ปรึกษาจากกระทรวงการคลัง แม้จะติดขัดด้วยระเบียบต่างๆ ด้านจัดซื้อจัดจ้างจากฝ่ายงานที่มีหน้าที่ออกกฎ  คณะกรรมการฯ ตัวแทนจากส่วนงานต่างๆ ได้ช่วยคุณหมอ จนงานลุล่วงไปได้ทีละขั้น ทีละเปลาะ

อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นประเด็นคือ จะจ้างมา audit ไม่ใช่หรือ เรื่องนี้คุยกันยาว ข้าพเจ้าดูร่างคำสั่งเอง พยายามทบทวนความจำว่าตอนเขียนต้องการอะไรแน่ และยืนยันว่า “ตรวจสอบข้อเท็จจริง” ที่เขียนไว้ในคำสั่ง คือ ต้องการ verify ข้อมูล   identify ปัญหา ไม่ใช่ยืนยันความถูกต้องของงบการเงิน ซึ่งจะซ้ำซ้อนกับ สตง.

ในใจข้าพเจ้ารู้ว่า ตั้งผู้สอบไปตรวจสอบเมื่อใด ส่วนงานที่อาการดีๆ อยู่ก็ยังมีอาการ “เกร็ง” 

นี่อาการของโรงพยาบาลก็แย่อยู่แล้ว พอร้องขอความช่วยเหลือ แทนที่จะส่งทีมไปช่วยเหลือ กลับถูกตรวจสอบว่าจริงไหม

ราคาเป็นตัวช่วยคนที่ไม่อยากให้ออดิท เพราะออดิทแพงตรงค่าลายเซ็นของผู้สอบบัญชีที่แสดงความเห็น ในขณะที่ สธ. น่าจะต้องการงานที่ปรึกษาเพื่อประเมินและเสนอแนะระบบการจัดทำข้อมูล

โชคดีจริงๆ ที่ตัดสินใจไมตรวจสอบ แต่ใช้วิธีประเมินระบบ ทำให้ทีมทำงานได้รับความร่วมมือที่ดีมากในทุกระดับ โรงพยาบาลที่กำลังมีปัญหารู้สึกว่ามีคนมาช่วย แทนจะมีคนมาตรวจสอบ (ซึ่งมักแปลว่า มาจับผิด)

นี่คือ turning point ในด้านอารมณ์

————–

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s