โรงพยาบาลสุดแดนสยามสามทิศ

เรื่องนี้เขียนเป็น diary ตามพัฒนาการความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาในระบบดูแลสุขภาพประชาชนของประเทศไทย ผ่านกระบวนการคิด และกระบวนการหาข้อมูล ตามหลัก สุ.จิ.ปุ.ลิ.  เร่ิมงานนี้ตั้งแต่มีนาคม ปี 2558 เสร็จเอามีนาคม 2559 รวมเป็นเวลา 1 ปีเต็มๆ แต่คงไม่เขียนทอดยาวไปทั้งปีหรอกค่ะ

ปัญหาการขาดทุน สาเหตุ และทางแก้

shutterstock_297972098

คืนวันอาทิตย์ที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ เวลา ๒๓.๓๑ น. ข้าพเจ้าปิดงานเขียนบทสุดท้าย และส่งไปให้เพื่อนร่วมงานช่วยรวมสำหรับการนำเสนอในวันรุ่งขึ้น

วันจันทร์ที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๘ มีการประชุมคณะกรรมการพิจารณาปัญหาสถานะทางการเงินและปรับปรุงระบบการเงินและบัญชีของหน่วยบริการในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นครั้งสุดท้าย โดยประธานคือข้าพเจ้าได้นำเสนอรายงานที่จัดทำขึ้นแล้ว และนำข้อคิดเห็นที่มีเพ่ิมเติมในที่ประชุมไปปรับแก้

งานแก้ไขมีไม่มาก แต่เวลาไม่ค่อยมีเนื่องจากเรื่องต่างๆ ที่ผัดผ่อนรอไว้ตั้งแต่คร่ำเคร่งเขียนงานนี้เริ่มทะยอยเข้ามาเรียกร้องเวลาเอากับข้าพเจ้า  ช่วงที่ต้องพิถีพิถันคือการเรียงภาพ เนื้อเรื่อง สารบัญ ภาคผนวก ให้ถูกต้องและสอดคล้องต้องกันหมดทั้งรายงาน แล้วส่งไฟล์ไปให้นิสิตช่วยงานทำหน้าที่ตรวจแก้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับงานเขียน รวมสะกดการันต์

งานทั้งหมดแล้วเสร็จพร้อมส่งออกให้กรรมการได้ดูอีกครั้ง ในเช้าวันจันทร์ต่อมา ถึงวันพุธที่ ๓๐ มีนาคม งานก็ส่งถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผู้แต่งตั้งคณะกรรมการ และได้สำเนาเรียนปลัดกระทรวงสาธารณสุข

โล่งใจที่งานเสร็จเสียทีหลังจากอยู่กับงานนี้มา ๑ ปีเต็ม

ยินดีให้กับตนเอง เพราะคิดว่าส่ิงที่นำเสนอในรายงานได้คิดใคร่ครวญอย่างจริงจัง และได้ผลงานที่ตนเองพอใจ

เป็นยังไงมายังไง นักเศรษฐศาสตร์ที่ทำงานด้านการเงินการลงทุนถึงมารับงานเกี่ยวกับกระทรวงสุขภาพของประเทศ ไม่น่าสนใจเท่ากับว่าย่างก้าวแห่งการเรียนรู้ตลอดระยะเวลา ๑ ปีที่ผ่านไป

เผื่อว่ากระบวนการเรียนรู้และกระบวนการคิดในระหว่าง ๑ ปีนั้น จะเป็นประโยชน์กับผู้อื่น ในงานอื่นได้บ้าง

คำขอร้องและการเจรจา

ค่ำวันนั้น

น่าจะเป็นวันอังคารที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ.​๒๕๕๘ ข้าพเจ้าได้รับโทรศัพท์จากคุณหมอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขอให้ช่วยเป็นประธานกรรมการดูเรื่องปัญหาโรงพยาบาลจำนวนมากในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงฯ ขาดทุนเรื้อรังและร้ายแรง ท่่านบอกว่าเป็นเรื่องข้อมูล ระบบบัญชี และเรื่องการเงิน ความไม่รู้เรื่องราวข้อขัดแย้งภายในหน่วยงานต่างๆ ใดๆ ก็ดีไปอย่าง เพราะข้าพเจ้าตอบตกลงไปอย่างง่ายๆ

เรื่องนี้มีกรรมการร่วมสองฝ่ายคือฝ่ายกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และฝ่ายสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

ท่านอีเมล์ข้อความคำสั่งแต่งตั้งมาให้ดู

วันนั้นเป็นวันที่หลานคนที่เป็นนักกฎหมายมานอนค้างด้วยพอดี จึงให้เขาดูและแก้ไข ประเด็นสำคัญคือ ไม่ต้องการแค่เรียกเอกสารหรือเชิญมาพบ แต่ขอออกไปพบ ไปดูงาน ณ โรงพยาบาลหรือสำนักงานได้ด้วย และขอให้มีเงินงบประมาณจ้างทีมทำงาน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้จัดหาเงินให้ เพราะจากประสบการณ์รู้ว่าไม่มีข้าราชการและหน่วยงานไหนมีเจ้าหน้าที่เพียงพอจะได้รับมอบหมายให้มาทำงานนี้เต็มเวลา อย่างมากก็เป็นงานช่วยในเวลาที่เจียดได้  ซึ่งมักไม่มีทั้งเจ้าหน้าที่และเวลา

คำสั่งแต่งตั้งลงวันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๘

สิ่งที่ลืมไปอย่างสำคัญในคำสั่งนี้ คือลืมตั้งชื่อย่อของคณะกรรมการฯ จึงต้องติดอยู่กับชื่อที่ยาวเกือบ ๒ บรรทัดไปตลอด ๑๒ เดือน!

ประชุมครั้งที่ ๑

๙ เมษายน ๒๕๕๘

หมอทั้งนั้นเลย ยกเว้นผู้แทนส่วนราชการคือ ผู้แทนสำนักงบประมาณ ตรวจเงินแผ่นดิน และกรมบัญชีกลาง อย่างน้อย ๒ ใน ๓ นี้ก็เป็นนักบัญชีละ

ใครๆ เขาก็รู้จักกันมาก่อนทั้งนั้น แล้วข้าพเจ้ารู้จักใครบ้างล่ะ

อ้อ รู้จักรองเลขาธิการ สปสช. กับผอ ฝ่ายฯ จาก สปสช. ที่ทำหน้าที่เลขานุการ เพราะ

(๑) คุณหมอเป็นเลขานุการ คณะกรรมการ ตอนจัดตั้งสำนักงาน สปสช. 

โอ้โฮ เราเกี่ยวกับ สปสช.มาตั้งแต่องค์กรนี้ยังไม่เกิดเลยนะ  ที่ได้รับเชิญเพราะเป็นเลขาธิการของ กบข. ซึ่งประสบความสำเร็จด้วยดีเป็นที่รู้จักทั่วไปแม้ผู้ไม่อยู่ในวงข้าราชการ เขาชวนไปดูว่าน่าจะบริหารสำนักงานอย่างไรดี

(๒) ข้าพเจ้าเคยเป็นกรรมการ ในอนุกรรมการตรวจสอบ ที่คณะกรรมการ สปสช. แต่งตั้ง  ครั้งนั้นได้สร้างความใหม่ให้กับงานตรวจสอบ เพราะนำเสนอผลงานในรอบสี่ปี เป็นหนังสือ ๑ เล่ม ชื่อ เรื่องเด่นที่เห็นมา  เนื้อหากล่าวถึงเรื่องดีๆ ที่น่าใช้เป็นแบบอย่าง แทนการจับผิดชี้เรื่องบกพร่อง พวกนั้นบอกไปแล้วตั้งแต่ตรวจพบ ไม่ต้องรอมาประมวลรวมเล่มอีกครั้ง ใครๆ ก็ไม่ชอบให้ยกเรื่องผิดพลาดมาย้ำแล้วย้ำอีก  จริงไหม

การประชุมเริ่มพูดกันเรื่องปัญหา และวิธีที่จะทำงานต่อไป แล้วก็มีใครคนหนึ่งถามว่า เลขามี ๒ คน แบ่งงานกันอย่างไร จึงตัดสินว่าให้ คุณหมอ ผอ กลุ่มประกันสุขภาพ สำนักงานปลัดฯ (สนป.) เป็นเลขาฯ ที่ ๑ และคุณหมอจาก สปสช. เป็นเลขาฯ ที่ ๒ งานของส่วนงานไหน เลขาฯ คนนั้นก็รับไปตามเรื่องมา งานที่ไม่เกี่ยวกับส่วนงานใด ก็ให้เลขาฯ ที่ ๑ เป็นคนแบ่ง

ประชุมที่ไหนดี สปสช. ก็มีห้องประชุม  สธ. ก็มีห้องประชุม ต่างคนต่างพร้อม กรรมการสะดวกที่ไหนมากกว่าหรือเปล่า

กรรมการไม่ว่ากระไร งั้นก็… สรุป

สลับกันไปเรื่อยๆ ดีไหม ถ้าไม่สะดวกก็ให้เลขาฯ ทั้งสองตกลงกันเอง  แล้วแจ้งกรรมการ

คราวหน้าประชุม 28 เมษายน เราจะเร่ิมฟังประเด็นปัญหาจากทั้งสองฝ่าย อย่าลืมนะว่า ประธานไม่รู้เรื่องอะไรเลย ช่วยปูพื้นด้วยค่า

ทุกวันที่ไม่มีประชุม ก็มีการติดต่อกันผ่านไลน์กลุ่มทำงาน มีประธานกับเลขาฯ และผู้ช่วยของเลขาฯ ตามที่เห็นสมควร ติดต่อกันเรื่องใดจะได้รู้ร่วมกันหมดในกลุ่มสมาชิก

ไลน์ชืื่อ Happy Hospital

ทำงานไปได้ไม่กี่วัน คุณหมอเลขาฯ คนที่ ๑ ก็แจ้งมาว่า ได้รับคำสั่งให้ย้ายไปส่วนงานอื่น

“อ้าว แล้วไงล่ะ ไม่ห่วงงานนี้เหรอ”

“ไม่เป็นไรครับอาจารย์ อาจารย์เป็นคนยุติธรรม ผมไม่ห่วงครับ”

(ถอนหายใจเฮือก)  การได้รับความไว้วางใจเป็นภาระอันหนักนะ คุณหมอไม่รู้เหรอ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s