ชีพจรท้องถิ่น มองผ่านสิ่งพิมพ์

IMG_7797

 

ไม่ได้ไปต่างจังหวัดจริงๆ จังๆ มาหลายปี เมื่อปลายปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ได้โอกาสไปหลายอำเภอ แต่ละอำเภอเป็นอำเภอริมจังหวัด ตั้งแต่บ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ด่านซ้าย จังหวัดเลย ศรีณรงค์ จังหวัดสุรินทร์ และอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เป็นต้น

การตื่นตัวของคนท้องถ่ินเพื่อพัฒนาเมืองเก่าที่อยู่อาศัยมาแต่ตั้งเดิม เริ่มเป็นกระแสในการพัฒนาเมืองในประเทศไทยที่รับรู้และสังเกตเห็นได้ค่อนข้างชัด

หลายกิจการมีหนุ่มสาวที่เรียนจบระดับอุดมศึกษาเป็นผู้ประกอบการ โดยเลือกเองว่าอยากกลับไปทำธุรกิจของตนเองในบ้านเกิดมากกว่าเป็นพนักงานรับเงินเดือนในเมืองหลวง

พลังหนุ่มสาวเหล่านั้นกำลังสร้างเมืองอันมีเอกลักษณ์ให้กับบ้านเกิดของตนเอง

 

ในขณะที่ท้องถ่ินยังอาจไม่มีรถโดยสารประจำทาง เพราะติดที่ “เจ้าพ่อ” กับ “องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น” ที่ต้องทำงานร่วมกัน แต่ในสิ่งที่ไม่ต้องพึ่งสัมปทานจากผู้มีอำนาจ กิจการกำลังเติบโต

ชีพจรท้องถิ่นวัดได้จากสื่อสิ่งพิมพ์

ได้เห็นหนังสือประเภทนิตยสารรายเดือนทำขึ้นแจกฟรีในหลายจังหวัด แค่ที่ผ่านตาในปี พ.ศ. ๒๕๕๘  คือ นิตยสารเลาะ ของอิสานเหนือ จันท์ยิ้ม ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด จันทบุรี Check In ของสุราษฎร์ธานี เป็นต้น

แต่ก่อนนี้ นิตยสารแบบนี้เห็นมีที่เกาะสมุยกับภูเก็ต ฝรั่งทำให้นักท่องเที่ยวฝรั่งอ่าน แต่คราวนี้เราเห็นนิตยสารคนไทยทำ เพื่อนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นไทยของเราเอง

การปรากฏตัวของนิตยสารท้องถ่ินแสดงให้เห็นว่า

  1. หาบรรณาธิการ และผู้จัดพิมพ์ ในท้องถิ่นได้
  2. ได้โฆษณาในท้องถิ่นมากพอ และต่อเนื่อง ซึ่งหมายความว่า ในท้องที่ต้องมีธุรกิจที่มีรายได้มากพอจะสนับสนุนโฆษณา
  3. มีนักเขียน และช่างภาพประจำถิ่น สองอย่างนี้สื่ออินเทอร์เน้ตน่าจะเป็นตัวช่วยที่สำคัญ คือหาข้อมูลเขียนหนังสือได้ง่ายขึ้น และกล้องดิจิทัลก็ทำให้การถ่ายภาพไม่ใช่เรื่องยากเย็นอีกต่อไป

 

สไตล์ที่คล้ายกันคือ นิตยสารท้องถิ่นมักใช้หัวคอลัมน์หรือพาดหัวเป็นภาษาอังกฤษ หรือบางทีก็ใช้ภาษาอังกฤษกับภาษาไทยคู่กัน (ภาษาไทยก็ไพเราะแต่ขอมีภาษาอังกฤษอีกหน่อย)  โดยที่เนื้อหาทั้งหมดเป็นภาษาไทย คงเห็นเพียงสิ่งพิมพ์จากเชียงใหม่ เช่น Compass ที่มีเนื้อหาคู่กันทั้งไทยและอังกฤษ

นิตยสารท้องถ่ินสะท้อนเรื่องราวของท้องถิ่นได้ใกล้ชิดกว่า ทำให้นักธุรกิจและบุคคลที่เป็นที่รู้จักในท้องถิ่น และสิ่งต่างๆ ที่สำคัญในท้องถ่ิน เช่น สถานที่น่าเที่ยว ร้านค้า และร้านอาหารได้มีโอกาสเปิดเผยตัว อันเป็นสิ่งที่สื่อระดับประเทศละเลยหรือไม่มีพื้นที่ให้

การได้มีโอกาสแสดงตัวตน แสดงความเห็นและบอกเล่าความเป็นมาของชีวิตและธุรกิจ และสร้างสไตล์การค้าของตนเอง เป็นสิ่งที่ทำให้แต่ละท้องถ่ินมีความแปลกแตกต่างกัน

ประเทศจะเข้มแข็งได้มากก็ด้วยมีท้องถ่ินที่เข้มแข็ง มีหลายๆ สมองช่วยกันคิด หลายๆ แรงช่วยกันทดลองสร้างนวัตกรรมสินค้าและธุรกิจขึ้นมา

นอกจากนิตยสารแล้ว ลองหันมามองดูหนังสือพิมพ์บ้าง

ในประเทศใหญ่เช่นสหรัฐอเมริกาที่ท้องถิ่นแข็งแกร่ง มีหนังสือพิมพ์ประจำเมืองสำคัญๆ  ดังเช่นที่ผู้อ่านสกุลไทย ได้เรียนรู้จากบันทึกวันวาร เรื่อง “โจเซฟ พูลิตเซอร์”

หนังสือพิมพ์เป็นกระบอกเสียงให้ทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายประชาชน และนักข่าวที่ดีเป็นผู้คอยสอดส่องการทำงานของฝ่ายบริหารและนักการเมืองท้องถิ่น ตลอดจนรายงานความเป็นไปในท้องถิ่น ทำให้ข้อมูลต่างๆ ด้านสังคมและการเมืองไหลไปได้กว้างไกล

หนังสือพิมพ์ทำยากสำหรับเมืองขนาดเล็ก เพราะหนังสือพิมพ์ต้องลงทุนสูง ต้องมีทีมนักข่าวและการทำงานที่รวดเร็วทันเหตุการณ์

กทม. มีงบประมาณรายจ่าย ปี ๒๕๕๙ มากกว่ากระทรวงเล็ก ๙ กระทรวงรวมกัน หรือมีงบฯ เท่ากับงบฯ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบวกกับกระทรวงแรงงาน ขอบเขตงานของ กทม. ดูแลเฉพาะในพื้นที่เมืองหลวงก็จริง แต่งานที่รับผิดชอบมีครบทุกด้านในชีวิตของประชาชน แต่คน กทม. ไม่มีหนังสือพิมพ์เพื่อ กทม. และคน กทม. ในขณะที่คนเชียงใหม่มี เชียงใหม่นิวส์

เมื่อไม่มีหนังสือพิมพ์ของท้องที่ คนใน กทม. จึงขาดคนเป็นหู เป็นตา เป็นเสียงแทนตน และขาดช่องทางได้รับข้อมูลข่าวสารระดับท้องถิ่นไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งๆ ที่โดยพื้นที่แล้วมีศักยภาพจะมีหนังสือพิมพ์ท้องถ่ินของตนเองได้

นวพร เรืองสกุล

ลงพิมพ์ในสกุลไทย คอลัมน์เศรษฐศาสตร์ชาวเมือง เล่มที่ 3199

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s