สสส. กับสุขภาวะของสังคม

IMG_5962

พลันที่มีคำวิจารณ์และความคิดที่จะทบทวนบทบาทของ สสส. เราก็จะได้ยิน Conspiracy theory ของบริษัทบุหรี่ ตามมาติดๆ

ไม่ใช่ว่า ทฤษฎีนี้จะไม่มีความจริง และทุกวันนี้ก็ขอขอบคุณ สสส. ที่ทำให้บ้านเมืองปลอดควันบุหรี่ค่อนข้างมาก แม้ว่าในคอนโดมิเนียมที่อยู่ จะมีสิงห์อมควันวัยหนุ่ม เดินพ่นควันหรือไม่ก็ยืนพ่นควันปุ๋ยๆ อยู๋บนระเบียงห้องชุดของเขาก็ได้แต่ทำใจ

แต่ทฤษฎีนี้คงใช้พร่ำเพรื่อไม่ได้ และใช้อธิบายทุกเรื่องไม่ได้

ควรที่ สสส. จะหันกลับมาสำรวจตัวเองด้วยว่า สิ่งที่ทำนั้น ตรงตาม core duty ของการตั้งองค์กรหรือยัง ทำได้ดีแค่ไหน มีอะไรที่ทำเพิ่มได้อีกบ้าง

ดังที่ผู้ใหญ่ในรุ่นก่อตั้งองค์กรเคยเตือนเอาไว้ ครั้งที่เปิดที่ทำการใหม่ที่ทุ่งมหาเมฆว่า อย่าลืมเป้าหมายหลัก แล้วหันไปสนใจกิจกรรมรองๆ จนเสียหลักการ

ส่วนที่ควรสำรวจตนเองมี ๒ ด้านคือ ด้านผลงาน และด้านการทำงาน

ด้านผลงาน

ผลงานเรื่องเหล้าและบุหรี่ที่ได้ทำมาแล้ว มีตัวเลขบ่งชี้ว่า ทำงานได้ผลดี ทั้งกิจกรรมหลักและกิจกรรมส่วนเสริมที่ช่วยให้ผู้บริโภคหันเหจากการบริโภคสิ่งเสพติดสองสิ่งนี้ แต่ก็มีหลายคนที่เฝ้ามองผลงานของ สสส. อย่างชื่นชม เริ่มแสดงความเป็นห่วงว่า ตอนนี้งานประชาสัมพันธ์หรือรณรงค์เรื่องบุหรี่ค่อนข้างแผ่ว สำหรับคนรุ่นใหม่

แต่สำหรับผลงานด้านอื่นๆ ที่มีโครงการแผนงานกว่า ๑๐ โครงการ เป็นเรื่องที่ต้องสำรวจดูว่า โครงการใดเป็นส่วนเสริมที่สำคัญของงานหลัก โครงการใดไม่มีก็ไม่เป็นไรนัก ผลงานต้องวัดผลได้ชัดเจนเช่นเดียวกับเรื่องเหล้าและบุหรี่ มิใช่มีเพียงกิจกรรมตามกำหนดเท่านั้น

ภาคีเครือข่ายต่างๆ ที่ สสส. จัดตั้งขึ้น และโครงการต่างๆ ที่ทำไปนั้น มีตัวเลขกำหนดหรือไม่ว่าควรมี impact แค่ไหน และสามารถยืนอยู่ได้ด้วยตนเองในเวลาเท่าใดนับแต่ก่อตั้ง เพื่อมิให้เงินที่ลงไปเป็นการสูญเปล่ากับคนจำนวนน้อยที่เข้าถึงแหล่งเงินใน สสส. เท่านั้น

ถ้า สสส. กำหนดเป้าหมายหลักๆ น้อยเรื่อง และระดมสรรพกำลังไปในทางนั้นๆ น่าจะได้ผลต่อสังคมเป็นรูปธรรมมากกว่าการทำเรื่องเล็กๆ น้อยๆ นับสิบๆ เรื่อง

ด้านการทำงาน

สสส. ควรสำรวจตัวเองว่า การทำงานทุกวันนี้มีขั้นตอนเยิ่นเย้อไปหรือไม่ ใช้คนได้ประสิทธิภาพหรือไม่ และมีความเที่ยงธรรมหรือไม่ เปิดโอกาสให้กับผู้สนใจทำงานอย่างเป็นระบบแต่ไม่มากด้วยขั้นตอนและพิธีการหรือไม่  เพื่อให้พ้นจากข้อครหาที่ได้ยินมาว่า ถ้าไม่รู้จักคนใน สสส. ไม่มีโอกาสได้ทุนทำงาน และบางคนระบุว่า ต้องมี”เส้น” เท่านั้น จึงจะได้ทุน

เป็นเรื่องที่ดีที่จะทบทวนกระบวนการทำงาน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการให้ทุนอย่างแท้จริง และการให้ทุนมี impact อย่างแท้จริง

การมีกระบวนการยืดยาวไม่ได้หมายความว่าเป็นธรรม อาจหมายความเพียงว่า ผู้พิจารณาดูจะรอดปลอดภัยจากความเสี่ยงในการถูกครหาเท่านั้น แต่ไม่ได้ผลงานที่มีประสิทธิผลเท่าที่พึงเป็น

เมื่อยกข้อวิจารณ์แล้ว ก็ขอยกตัวอย่างเรื่องที่น่าทำเกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพ เช่น

  • ทำไมอาหารไทยทุกวันนี้จึงหวานนัก และหวานกว่าที่เคยเป็นมาในอดีต สสส. จะมีส่วนช่วยแก้ปัญหาอย่างไร
  • เครื่องดื่มบางชนิด มีคาเฟอีนสูงมาก สูงกว่าเครื่องดื่มยี่ห้อเดียวกันที่ขายในต่างประเทศ เราควรแก้ไขปัญหานี้หรือไม่
  • อาหารมีสารพิษเจือปนมากมาย ในทุกขั้นตอนการผลิต รวมทั้งอาหารนำเข้า และอาหารสกปรกไม่ถูกสุขลักษณะ สสส. จะมีส่วนสำคัญที่จะทำให้เมืองไทยมีอาหารปลอดภัยได้อย่างไร
  • ต่างประเทศกำลังเลิกใช้ transfats ที่เราใช้กันอยู่ทั่วไป ทั้งในอาหารที่ปรุงเอง และอาหารปรุงสำเร็จ มีการสร้างความรู้ให้กับประชาชนและรณรงค์การเลิกใช้หรือยัง

ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับอาหารการกินอย่างเดียว และสรุปรวมลงได้เป็นเรื่อง health literacy และการผลักดันให้เกิดนโยบายสำหรับประเทศในด้านเหล่านี้ ยังมีด้านอื่นๆ อีก เช่นเรื่องของสุขภาวะในสังคมเมือง เป็นต้น (ประเทศไทยเป็นสังคมเมืองแล้วทั้งประเทศ)

แค่เรื่อง health literacy ในด้านต่างๆ ที่ครอบคลุมชีวิตของคนหนึ่งคน สสส. ก็มีงานทำไปอีกหลายปีแล้ว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s