ธรรมนูญมหาวิทยาลัย

image

มหาวิทยาลัยหลายแห่งได้รับสถานะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบาล ตามที่มหาวิทยาลัยเสนอต่อรัฐบาลและฝ่ายนิติบัญญัติ
การเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับหมายความว่า มีความเป็นเอกเทศในระดับหนึ่ง (autonomy) ปกครองตนเองโดยไม่ถูกรัดรึงด้วยระเบียบราชการที่ใช้บังคับหน่วยราชการทั่วไป แต่ก็ยังอยู่ในกำกับ คือรัฐยังเป็นผู้ดูแลว่าสิ่งที่มหาวิทยาลัยทำเหมาะสมกับการเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ
เป็นที่หวังกันว่า การปกครองในลักษณะนี้จะทำให้การบริหารมหาวิทยาลัยคล่องตัวขึ้น เพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และองค์ความรู้ในวงวิชาการได้ดียิ่งขึ้น
เป็นการปฏิรูปครั้งสำคัญ หลังจากที่มีการตั้งมหาวิทยาลัยมาในประเทศไทย และได้ขยายมหาวิทยาลัยออกไปเรื่อยๆ
ก่อนจะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับ มหาวิทยาลัยที่เสนอเรื่องเข้าสภาฯ คงจะได้เตรียมการเรื่องวิธีปกครองมหาวิทยาลัยไว้บ้างแล้ว และเมื่อกฎหมายผ่านเรียบร้อยก็คงเริ่มลงมือไปตามแผน เป็นที่น่าสังเกตว่า หลายมหาวิทยาลัยที่เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับเท่าที่เกิดขึ้นแล้ว มักร่างระเบียบเลียนระเบียบราชการที่ใช้อยู่เดิม แต่เปลี่ยนชื่อผู้มีอำนาจสั่งการจากกระทรวงหรือ ก.พ.  เป็นสภามหาวิทยาลัย เพราะความคุ้นเคยและเคยชินกับระบบระเบียบที่ผู้บริหารส่วนมากใช้มาเกือบตลอดชีวิตการทำงาน
ขอเสนอให้สภามหาวิทยาลัยและฝ่ายบริหารหยุดก่อน แล้วหันมาถามกันเองอย่างจริงจังในประเด็นของวิธีปกครองหรือวิธีบริหารกิจการ (governance) ว่า 
ต้องการให้มหาวิทยาลัยเป็นอย่างไร และไม่ต้องการให้เป็นอย่างไร 
ปรัชญาการบริหารงานที่พึงประสงค์คืออะไร 
ธรรมนูญปกครองควรเป็นอย่างไรที่จะเอื้อต่อความต้องการข้างต้น
รูปลักษณ์และองค์กรโดยกว้างๆ ของมหาวิทยาลัยจะเป็นอย่างไร 
กรอบของอำนาจและการใช้อำนาจเป็นเช่นไร
governance  จะเป็นร่มใหญ่คลุมระเบียบและข้อบังคับต่างๆ ให้ไปในทางเดียวกัน และสร้างความแตกต่างให้กับมหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง

ตัวอย่างในประเด็นที่เฉพาะเจาะจง  เช่น
ถ้าหากว่ามีความเห็นที่แตกต่างกันมาก จะมีวิธีรับฟังความคิดเห็นและหาทางออกร่วมกันอย่างไร
มีช่องทางใดให้ประชาคมมีส่วนเสนอความคิดเห็น สอบถามเรื่องข้องใจ หรือขอความเป็นธรรม ได้โดยสดวก และรู้ว่าสิ่งที่เสนอมาได้รับการรับฟังและนำไปไตร่ตรองโดยฝ่ายบริหารและสภาฯ
จะสร้างความมีส่วนร่วมอย่างไร การมีผู้แทนนั่งประชุมในทุกคณะกรรมการถือว่าเป็นการมีส่วนร่วมที่พอเพียงแล้วหรือ หรือว่าการที่ผู้ได้รับผลประโยชน์และผลกระทบ มีโอกาสได้รับทราบ ได้แสดงความคิดเห็น และได้รับการรับฟังด้วยดีเพื่อนำไปประกอบการพิจารณา เป็นการมีส่วนร่วมที่มีความหมายมากกว่า
มีการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจกันอย่างไรระหว่างสภากับฝ่ายบริหาร ระหว่างคณะผ่านคณบดีกับมหาวิทยาลัยผ่านอธิการบดี ฯลฯ  ที่่จะทำให้งานเดินไปด้วยดี ชัดเจน โปร่งใส ตอบคำถามประชาคมและสาธารณชนได้  ไม่ก่อให้เกิดการทะเลาะผิดใจกัน หรือคานกันจนทำงานไม่ได้ อำนาจของคณะ สำนัก ศูนย์ กับอำนาจของอธิการบดีแบ่งกันอย่างไร
โครงสร้างองค์กรที่จะเกิดขึ้นใหม่ สอดคล้องกับพันธกิจและสิ่งที่มหาวิทยาลัยต้องการเดินไปหรือไม่
จำนวนตำแหน่งผู้บริหารควรมีกรอบกำหนดอย่างไร เช่น กำหนดจำนวนคนหรือกำหนดจำนวนเงินรวม หรือต้องขออนุมัติทุกครั้งทุกปี การกำหนดแต่ละแบบจะสร้างพฤติกรรมที่ต่างกัน
ที่มาของฝ่ายบริหารคณะและมหาวิทยาลัยควรเป็นเช่นไร เช่น ทุกคนเป็นทีมของคณบดี /อธิการบดี หรือต่างคนต่างมาจากการคัดเลือกโดยกลุ่มที่เกี่ยวข้องโดยตรง เช่น นักศึกษามีส่วนเลือกรองฯ ที่ดูแลกิจการนักศึกษา  นักวิจัยและคณาจารย์มีส่วนให้ความเห็นหรือเสนอแนะ หรือเสนอตั้ง รองฯ ฝ่ายวิจัย  ฯลฯ
วาระการดำรงตำแหน่งของคณบดีควรเป็นอย่างไร ต่างคณะต่างหมดวาระ ซึ่งหมดวาระกันคนละทีสองที ทำให้ต้องต้ั้งกรรมการพิจารณากันแทบทุกเดือน  หรือจะกำหนดใหม่เป็นรอบๆ (แบบการเลือกตั้งในสหรัฐอเมริกา)  เช่น กำหนดให้คณบดีครบกำหนดวาระในรอบปี หรือรอบสองปี เป็นกลุ่มๆ ไป แต่ละอย่างมีข้อดีข้อด้อยต่างกัน ซึ่งการเลือกจะสะท้อนความคิดและคุณค่าที่ผู้เลือกให้กับ governance ในภาพรวม
การสรรหาผู้บริหารจะใช้วิธีใด  จะเปิดรับสมัครทั่วไป และ/หรือ จะเปิดให้บุคคลที่เกี่ยวข้องเสนอชื่อ ซึ่งทำให้คณะกรรมการเป็นกรรมการคัดเลือก (selection committee) เลือกออกนอกรายชื่อที่เสนอเข้ามาไม่ได้ (และกรณีใช้วิธีเสนอชื่อ กรรมการก็มักไม่เลือกออกนอกคะแนนข้่างสูงสองรายแรกด้วย) หรือว่าจะเสาะหาอย่างเป็นระบบ โดยดูประโยชน์ของคณะและมหาวิทยาลัยเป็นที่ตั้ง และสอดคล้องกับปรัชญาการบริหารงานที่ตั้งใจ ซึ่งทำให้คณะกรรมการเป็นกรรมการเสาะหา (search committee) และจะทำให้มีบางชื่อที่ไม่ถูกนำเสนอโดยบุคลากรภายใน และไม่สมัคร เข้าข่ายได้รับการพิจารณาด้วย
การทำงานจะใช้แนวทางใด ระหว่างการให้อำนาจและติดตามผล กับการให้ส่วนกลางเข้มแข็ง อนุมัติทุกสิ่งทุกอย่างเป็นส่วนมาก 
เหล่านี้เป็นบางคำถามที่สภามหาวิทยาลัยและประชาคมในมหาวิทยาลัยน่าจะช่วยกันตอบ ก่อนจะลงมือร่างระเบียบและข้อบังคับต่างๆ  เพื่อไม่ให้เสรีภาพใหม่ที่ได้รับมา กลายเป็นสิ่งเดิมในชื่อใหม่
ขอฝากทุกสภามหาวิทยาลัย และทุกคนในประชาคมอุดมศึกษาด้วย

นวพร เรืองสกุล
กันยายน 2559 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s