ธนาคารแห่งประเทศไทยจากอดีตถึงอนาคต

นภพร เรืองสกุล

อดีตที่สร้างปัจจุบัน

IMG_4798

มีผู้เขียนถึงธนาคารแห่งประเทศไทยมาหลายแง่หลายมุมแล้ว รวมทั้งผู้เขียนเองก็มีส่วนร่วมในการเขียนประวัติของธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งประวัติที่เป็นหนังสือเล่มที่ธนาคารแห่งประเทศไทยพิมพ์ในโอกาสครบรอบวันเกิดในรอบปีที่สำคัญ ๆ และประวัติในความหมายของการเป็นผู้สร้างเหตุการณ์ที่จารึกลงไว้เป็นประวัติของธนาคารให้บุคคลรุ่นต่อมาได้ศึกษา

มุมที่จะขอนำมากล่าวถึงในข้อเขียนครั้งนี้เป็นมุมที่กว้างกว่าเดิม คือ จะกล่าวถึงภาพรวมที่สร้างสมกันมาหลายยุคหลายสมัยจนเป็นภาพรวมที่บุคคลทั่วไปรับกันว่า เป็นภาพของธนาคารแห่งประเทศไทย

ตลอดเวลานับแต่สงครามโลกครั้งที่สองที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเริ่มเปิดดำเนินการเป็นต้นมา ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ทำหน้าที่เป็นผู้สร้างมาโดยตลอด การสร้างของธนาคารแห่งประเทศไทยที่จะขอกล่าวถึงในครั้งนี้มีสี่ด้านด้วยกัน คือ

  • สร้างรากฐาน
  • สร้างองค์กรต่าง ๆ
  • สร้างคน
  • สร้างแบบอย่างด้านจริยธรรม

สร้างรากฐาน

การสร้างรากฐานให้กับเศรษฐกิจไทยเกิดมาจากการคิดล่วงหน้า การมองการณ์ไกล เป็นผู้นำทางด้านนโยบายและแนวคิดและในบางครั้งก็นำไปก่อนโดยที่ไม่ได้รอให้รัฐบาลมีดำริ แต่เป็นการนำเพื่อชักจูงให้รัฐบาลเห็นความสำคัญด้วยตัวอย่างของสิ่งที่เกิดขึ้นจริง

ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นการณ์ไกลในด้านความจำเป็นจะต้องส่งเสริมการส่งออกจึงเริ่มทำสิ่งที่อยู่ในอำนาจและขอบเขตงานของธนาคารเอง ด้วยการใช้เงินดอกเบี้ยต่ำเพื่อสนับสนุนผู้ส่งออก นั่นก็คืองานด้านการรับช่วงซื้อลดตั๋วสัญญาใช้เงินที่เกิดจากการส่งออก

ในสมัยต่อมา เมื่อเห็นว่ามีความจำเป็นจะต้องพัฒนาตลาดเงินระยะสั้นเพื่อประโยชน์ในการดำเนินนโยบายการเงินและนโยบายอัตราดอกเบี้ย ก็จัดตั้งตลาดขายพันธบัตรโดยมีสัญญาว่าจะซื้อคืน (เรียกกันย่อ ๆ ว่า ตลาดซื้อคืน หรือ repurchase market) ขึ้น

การมองกว้างและไกลที่สำคัญที่สุด คือ การสร้างระบบธนาคารของไทยขึ้นและประคับประคองให้ธนาคารพาณิชย์ของไทยแข็งแรงมากขึ้นเป็นลำดับ ให้สามารถสู้กับนานาชาติได้ด้วยฐานที่มั่นคงและกว้างขวางภายในประเทศ เมื่อระบบการเงินของไทยแข็งแกร่งพอจะปรับตัวรับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้แล้ว ธนาคารแห่งประเทศไทยก็เริ่มบทบาทเป็นผู้เปิดตลาดเงินและธุรกิจการเงินการธนาคารให้เสรีขึ้นทีละน้อยจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ [พ.ศ. 2538]

การเริ่มปล่อยให้ธนาคารพาณิชย์หลุดจากกฎเกณฑ์ที่เข้มงวด เริ่มมาตั้งแต่การค่อย ๆ เริ่มปล่อยให้ดอกเบี้ยลอยตัวทีละน้อย ซึ่งในระยะแรกทำได้อย่างยากลำบากมาก เนื่องจากต้องต่อสู้กับความชินของหลายฝ่ายในวงการ แต่ในท้ายที่สุดก็สามารถปล่อยให้ดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ลอยตัวได้ทั้งหมด

เมื่อสร้างตลาดเงินและตลาดทุนรองรับได้ รวมทั้งสร้างความยืดหยุ่นได้แล้ว การเปิดให้สาขาของธนาคารต่างประเทศเข้ามาดำเนินการได้มากขึ้นก็เป็นเรื่องที่สืบเนื่องมาในแนวเดียวกันนั้น โดยเริ่มทีละน้อยจากการยอมให้สาขาธนาคารต่างประเทศที่ไม่ค่อยมีบทบาทมากนักได้เปลี่ยนมือไปสู่ธนาคารที่ดำเนินงานในเชิงรุก เริ่มคิดเรื่องการออกใบอนุญาตให้สาขาธนาคารต่างประเทศมาเปิดในประเทศไทยมากขึ้น แต่จำกัดขอบเขตไม่ให้ได้ใบอนุญาตเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นการคิดในเชิงป้องกันเศรษฐกิจและธนาคารพาณิชย์ไทยเป็นการล่วงหน้า เพราะรู้จากการติดตามสถานการณ์ระหว่างประเทศว่า สักวันหนึ่งจะต้องถูกกดดันให้เปิดธุรกิจการธนาคารให้กว้างขึ้น หลังจากการคิดเป็นเวลากว่าสิบปีและรอจังหวะเวลาที่เหมาะสมให้สอดคล้องกับอำนาจต่อรองที่จำเป็นต้องใช้ในเวทีการเจรจาระดับนานาชาติและนโยบายหลักด้านอื่น ๆ ของประเทศ แนวคิดทั้งหมดจึงหลอมรวมกันเกิดเป็นใบอนุญาตให้ทำกิจการวิเทศธนกิจขึ้น

นี่เป็นเพียงตัวอย่างงานของธนาคารแห่งประเทศไทยที่บ่งถึงการคิดล่วงหน้า การมองไกล และมองกว้างให้สอดรับประสานกันไปกับนโยบายรวมของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงใด และก็เป็นตัวอย่างให้เห็นถึงการดำเนินนโยบายที่ต่อเนื่อง เป็นเวลานาน ไม่พลิกผันไปตามผู้ว่าการแต่ละยุคแต่ละสมัย โดยที่ผู้ว่าการแต่ละสมัยอาจจะมีความชอบและจัดลำดับความสำคัญของนโยบายในสมัยของตนต่างกันไปแต่ทิศทางโดยรวมคงความต่อเนื่องมาได้ เพราะแนวคิดแต่ละเรื่องอ้างอิงได้จากฐานทางด้านงานวิชาการและข้อมูลบวกการวิเคราะห์ที่กลั่นกรองมานานจากผู้ร่วมงานหลายฝ่าย

สร้างองค์กร

องค์กรที่มีต้นกำเนิดมาจากธนาคารแห่งประเทศไทยมีหลายแห่ง แต่ละแห่งเริ่มต้นฟักตัวในธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อโอกาสและจังหวะอำนวย หรือเมื่อการเตรียมการพร้อมแล้ว องค์กรเหล่านั้นก็มีการจัดตั้งขึ้นมา แยกเป็นอิสระจากธนาคารแห่งประเทศไทย นอกจากธนาคารแห่งประเทศไทยจะริเริ่มศึกษาและร่างกฎหมายให้เกิดองค์กรใหม่ ๆ แล้ว ยังเป็นผู้ให้เงินเพื่อให้องค์กรใหม่มีเงินทุนไปดำเนินงานโดยไม่ต้องรองบประมาณจากรัฐบาล และถ้าเป็นทางด้านการเงินก็จะได้บุคลากรส่วนหนึ่งจากธนาคารแห่งประเทศไทยไปบุกเบิกงานด้วย

มองไปในอดีต การสนับสนุนของธนาคารแห่งประเทศไทยทำให้มีเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำมาก เพื่อสร้างโรงพยาบาลรามาธิบดี เงินกู้เพื่อการศึกษา และเงินกู้ผ่านธนาคารโลก เพื่อสร้างทางหลวงแผ่นดินสายสำคัญๆ ในแผนงานการสร้างสาธารณูปโภคในระยะแรกๆ ของประเทศไทย

ทางด้านองค์กรที่เกี่ยวกับการเงิน การตั้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีกำเนิดมาจากคณะทำงานตลาดทุนในธนาคารแห่งประเทศไทย เนื่องจากการมองไกลว่าจำเป็นจำต้องมีตลาดทุน ถ้าจะพัฒนาประเทศให้มีอุตสาหกรรมและมีการออมเพื่อนำไปใช้ในการผลิตให้มากขึ้น

ความคิดจะตั้งสถาบันประกันเงินฝากยังไม่ประสบความสำเร็จ ที่มีอยู่ขณะนี้ คือ กองทุนพัฒนาสถาบันการเงินที่ทำหน้าที่คล้ายสถาบันประกันเงินฝาก แต่ยังอยู่ในร่มเงาของธนาคารแห่งประเทศไทย [ตั้งสถาบันคุ้มครองเงินฝาก เมื่อ พ.ศ. 2551]  

การตั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และการตั้งธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยให้ทั้งคนให้ทั้งเงินทุน และในกรณีธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าได้โอนธุรกิจด้านการรับช่วงซื้อลดตั๋วสัญญาใช้เงินให้ด้วย

นั่นก็คือ องค์กรใดที่น่าจะมี ถ้ายังไม่มีหน่วยงานใดของทางราชการลงมือทำ และธนาคารแห่งประเทศไทยพอจะตีความได้ว่าเกี่ยวข้องกับตลาดเงิน ตลาดทุน สถาบันการเงิน หรือว่าเกี่ยวกับการเงินแล้ว ธนาคารแห่งประเทศไทยจะลงมือทำไปก่อนเลยทีเดียว

สร้างคน

การจะทำการใหญ่และงานใหม่ ๆ ได้นั้น ส่วนหนึ่งมาจากว่าธนาคารแห่งประเทศไทยมีพนักงานที่มีคุณภาพเป็นจำนวนมากในทุกระดับชั้น งานสร้างคนเป็นงานที่สำคัญมากงานหนึ่งของธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทยสร้างคนทุกระดับด้วยทุนการศึกษาทั้งระยะสั้นและระยะยาว และกระจายค่อนข้างทั่ว รวมทั้งการเสริมสร้างประสบการณ์ให้กับพนักงานอยู่เสมอ นอกจากนี้ก็สร้างวัฒนธรรมในองค์กรได้อย่างดี ทำให้คนนอกรู้สึกเป็นเรื่องมีเกียรติที่ได้ทำงานในสถาบันแห่งนี้ อันจะสังเกตได้จากคุณภาพของบัณฑิตที่สนใจเข้าทำงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีโอกาสเลือกพนักงานที่มีเกียรติประวัติในการเรียนดีเด่นได้มากอย่างที่องค์กรอื่นยากจะเทียบได้ งานสร้างคนที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงอยู่เสมอคือการให้ทุนส่งนักเรียนไปเรียนต่อที่ต่างประเทศในระดับชั้นตั้งแต่ปริญญาตรีขึ้นไป ซึ่งเป็นการดำเนินรอยตามแบบเดิมที่มีการให้ทุนเล่าเรียนหลวง ทุนกระทรวงการต่างประเทศ ทุนกระทรวงศึกษาธิการ หรือทุนรถไฟ เพื่อให้ได้คนที่มีการศึกษาสูงเฉพาะด้านที่ธนาคารต้องการซึ่งมีไม่พอเพียงในระยะนั้น

การสร้างคนของธนาคารแห่งประเทศไทยในรูปแบบนี้ถือว่าเป็นการสร้างคนให้กับประเทศ ซึ่งก็เป็นการมองไกลและมองกว้างเช่นเดียวกับการดำเนินนโยบายในด้านอื่น ๆ และเป็นการลงมือทำก่อนที่คำว่า ทรัพยากรมนุษย์ จะเป็นศัพท์ที่ใช้กันแพร่หลายในเมืองไทย ธนาคารแห่งประเทศไทยจะส่งนักเรียนไปเรียนหลายประเทศ ต่างมหาวิทยาลัย และหลากหลายสาขาวิชา แม้บางสาขาวิชาอาจจะดูไม่เกี่ยวกับงานธนาคารเท่าใดนัก แต่ถ้าเห็นว่าจำเป็นก็จะให้ทุนไปเรียน และยังเสาะหานักเรียนในต่างประเทศให้มารับทุนและเข้าทำงานอีกด้วย

สร้างแบบอย่างด้านจริยธรรม

การสร้างคนแม้จะทำมากเพียงใดก็ไม่อาจจะรักษาคนไว้ได้หรือไม่สามารถดึงดูดคนที่ต้องการให้เข้ามาทำงานในองค์กรได้ ถ้าองค์กรนั้น ๆ ไม่มีวัฒนธรรมองค์กรที่เด่นและมีค่านิยมในการทำงานที่ดี

ในธนาคารแห่งประเทศไทยในอดีต ค่านิยมที่สำคัญคือความคิดอิสระ ความมีจริยธรรม และการทำงานในหน้าที่ของตนให้ดีและรวมเลยไปถึงการช่วยงานของส่วนราชการอื่นถ้าอยู่ในวิสัยที่ช่วยได้

ต้นแบบคนแรกในองค์กรก็คือตัวผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยเองที่ประพฤติปฏิบัติให้เป็นแบบอย่างกับพนักงาน

ตัวอย่างและค่านิยมเช่นนี้ทำให้พนักงานมีความรู้สึกภาคภูมิที่เป็นพนักงานของธนาคารแห่งประเทศไทยและความภาคภูมิใจนี้แสดงออกมาด้วยงานที่มีคุณภาพและการทำงานด้วยความสบายใจและความตั้งใจ มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า แม้แต่ยามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยก็เป็นคนที่ทำงานอย่างภูมิใจในหน้าที่ของตน พนักงานพิมพ์ดีดก็เก่ง เพราะพิมพ์ร่าง พิมพ์เติม แก้คำผิด แก้วรรคตอน รวมทั้งตรวจทานงานมาให้อย่างเรียบร้อย หากบุคคลภายนอกติดต่องานกับพนักงานแม้ทางโทรศัพท์ หากผิดหน่วยงานแต่บอกความประสงค์ได้พอสมควร จะมีการรับช่วงกันและช่วยกันติดตามจนได้งานตามที่ผู้ติดต่อต้องการด้วยอัธยาศัยอันดี พนักงานที่เก็บข้อมูลตัวเลขก็ไม่มีการละเลยหรือแต่งเติมตัวเลข แต่จะทำงานอย่างที่เห็นว่างานของเขาสำคัญ จำเป็นต้องทำให้ดี ให้ถูกต้อง และในเวลาที่ไม่ช้านัก

เหล่านี้คือความแข็งแกร่งแอบแฝงที่มีอยู่ในธนาคารแห่งประเทศไทย

จากปัจจุบันสู่อนาคต

IMG_4767

ประวัติที่ดีเด่นขององค์กรเป็นมรดกตกทอดที่ผู้ทำงานในปัจจุบันจะต้องรับเอาไว้และเป็นปมปัญหาให้ขบคิดว่า จะทำอย่างไรปัจจุบันจึงจะลงไปอยู่ในประวัติศาสตร์ของคนในอนาคตได้ว่า ในยุคนี้ก็มีผลงานดีเด่นสืบเนื่องต่อไป

การจะเดินไปสู่อนาคตด้วยเกียรติประวัติในสภาวการณ์ปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ อย่างรวดเร็วในโลกที่มีการสื่อสาร คมนาคม และเทคโนโลยีทำให้โลกแคบลง เป็นเรื่องที่ท้าทายเป็นอย่างมาก

ทุกยุคทุกสมัยจำเป็นจะต้องมีผู้นำและคนจำนวนหนึ่งในองค์กรที่มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและเป็นอิสระที่จะริเริ่มงานที่อยู่ในขอบเขตที่พึงทำได้ไปก่อน

ในยุคปัจจุบันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเองได้ปล่อยให้เป็นระบบการเงินที่เสรีขึ้น จำเป็นจะต้องทบทวนบทบาทและวางตำแหน่งของธนาคารกลางอย่างเหมาะสมในสภาพการที่เปลี่ยนแปลงไปเช่นนี้ เพราะธนาคารพาณิชย์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำกับดูแลอยู่ก็กำลังปรับตัวอย่างรวดเร็วตามนโยบายของทางการ ธนาคารแห่งประเทศไทยก็จำต้องปรับตัวอย่างเร็วด้วยและปรับตัวก่อนผู้อื่นเพื่อจะยืนอยู่ในจุดที่จะเป็นผู้นำของระบบการเงินในยุคต่อไป

สิ่งต่าง ๆ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำลังทำอยู่ ซึ่งผู้สนใจติดตามคงจะพอทราบเองอยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น การเปิดระบบการธนาคารให้มีผู้เข้ามาดำเนินการให้มากขึ้น การสนับสนุนตลาดทุน การสร้างระบบการโอนชำระเงินของประเทศ การให้ความช่วยเหลือประเทศอื่น ๆ ทางด้านวิชาการ ด้านการเงินและการธนาคารกลาง เป็นต้น คงจะต้องรอเวลาอีกระยะหนึ่งก่อนที่จะนำมาประเมินดูผลจากนโยบายเหล่านั้นที่มีต่อระบบการเงินและต่อประเทศและภูมิภาคในอนาคต อันสะท้อนกลับมาถึงสถานะและชื่อเสียงของธนาคารแห่งประเทศไทยเองด้วยในที่สุด

ขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทยประสบความสำเร็จตลอดไป

นวพร เรืองสกุล

บทความนี้เขียนเมื่อ ปี พ.ศ. 2538

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s