กฎหมาย ไต้หวัน

อาจารย์ท่านหนึ่งที่เคยไปทำงานวิจัยที่มหาวิทยาลัยในไต้หวัน เล่าให้ฟังว่า ไต้หวันเก็บขยะแปลกดี แต่ละบ้านเอาขยะใส่ถุง ออกมายืนรอรถขยะหน้าบ้าน แล้วโยนขยะขึ้นรถเอง ระหว่างที่ยืนรอรถมารับขยะตามเวลานัดหมาย ก็เกิดการสังสรรค์ประจำวันของคนบ้านใกล้เรือนเคียง
เมื่อมีโอกาสเดินทางไปไต้หวัน ได้ถามไกด์ว่าทำไมเป็นอย่างนั้น
เขาเล่าว่าขยะที่นี่มีรถขนขยะแต่ไม่มีคนขน ทุกคนต้องเอาขยะออกมาเอง ใส่ถุงมาเสร็จ คนบนรถขนขยะจะตรวจความเรียบร้อย กฎหมายกำหนดราคาค่าเก็บขยะตามขนาดของถุงขยะ ถุงเล็ก ถุงใหญ่ ค่าเก็บไม่เท่ากัน
คนไทเปเป็นคนหัวการค้าจัด เขาแยกขยะก่อน เพื่อลดปริมาณขยะที่ต้องส่งให้รถขนขยะให้เหลือน้อยๆ แค่ถุงเล็ก
กระดาษหนังสือพิมพ์ ขวดน้ำเปล่า เสื้อผ้า กล่องกระดาษ เศษพลาสติก หรือถ้วยใส่อาหารสำเร็จรูปที่ไม่เปื้อนเปรอะเลอะอาหาร ถูกแยกออกต่างหาก แล้วนำไปขายหรือบริจาค ทำให้ขยะที่เป็นขยะจริงๆ เหลือน้อยลงมาก
แต่เดิมมา เมืองไทเปขยะเต็มเมือง ตอนนี้ขยะหายไปหมด นอกจากเพราะการคิดค่าขนขยะแล้วยังเพราะมีองค์กรสาธารณกุศล คือฉือจี้ ที่เห็นขยะเป็นเงินทองของมีค่า เริ่มกระบวนการแยกขยะอย่างจริงจัง และถี่ถ้วนเป็นระบบ
เราได้เห็นการแยกขยะถูกสร้างเข้าไปในระบบงาน เช่น ร้านอาหารแบบบุฟเฟต์ ให้จาน ถ้วย และช้อนซ่อมกับตะเกียบมา เฉพาะคน
กินเสร็จก็ให้ยกไปวางที่เคาน์เตอร์ แยกจาน ช้อนส้อม กระดาษ ต่างหากจากกัน แบบโรงอาหารมหาวิทยาลัยบางแห่ง ของประเทศไทย
กติกาที่ร้านค้าให้เครื่องมือรับประทานอาหารชุดเดียว ไม่ใช่เดี๋ยวๆ ก็เปลี่ยนจาน เดี๋ยวๆ ก็เปลี่ยนถ้วยน้ำ ช่วยลดการเกิดขยะ (reduce) และการให้แยกขยะ ช่วยลดปริมาณขยะเปียก
เป็นอันว่า ระบบที่วางไว้ ทำให้ร้านค้าเสียค่าทิ้งขยะน้อยลง และสังคมประหยัดสิ่งสิ้นเปลืองเปล่าประโยชน์

ไต้หวันใช้เงินเป็นแรงจูงใจอย่างน่าสังเกต เช่น คนมือบอนกดกริ่งฉุกเฉินในห้องน้ำ โดนปรับเป็นหมื่น เมาแล้วขับโดนปรับหลายหมื่น เงินค่าปรับยับยั้งการทำโดยไม่คิดลงไปได้มาก เพราะขืนไม่คิดก็จะจนอย่างทันตาเห็น โดยไม่อาจโอดครวญได้
ยิ่งไปกว่านั้น ไต้หวันห้ามใช้บรรจุภัณฑ์ใส่อาหารที่ทำจากโฟม ไกด์บอกว่า นี่เป็นกฎหมาย

เคยเห็นข่าวต่างประเทศรายงานภาพ ส.ส. ในสภาไต้หวันที่เถียงทะเลาะกันรุนแรง ชวนฉงนว่า ทำไมสภาแบบนั้น ออกกฎหมายที่เข้าท่าๆ ดังที่เล่ามาแล้วได้
ไกด์เฉลยว่า ระบบการเมืองในไต้หวันมีส่วนที่เปิดเผยและปิดประตูคุยกัน
แต่ละพรรค (๓ พรรค ตามที่ได้ยินมา) เสนอร่างกฏหมายเข้าสภา ส.ส. แต่ละพรรคอภิปรายดุเดือดเผ็ดร้อนตามจุดยืนที่ได้หาเสียงกับประชาชน นี่เป็นแสงสีที่นักข่าวต่างประเทศขอบเอาไปตีปี๊บ
หลังจากได้ออกแรงแสดงบทกันเต็มที่ให้ประชาชนผู้เลือกตั้งพรรคของตนมาได้เห็นแล้ว ก็มีการตั้งผู้แทนพรรคละ ๓ คน เท่ากัน ทั้งหมดปิดประตูคุยกัน มีประธานสภาเป็นประธานการประชุม เริ่มรีดความแตกต่างให้เรียบ ข้อไหนใครยอมได้ตรงไหน ไม่ยอมตรงไหน เพื่อให้กฏหมายผ่านได้ เจรจากันจนจบแล้วก็ต่างแยกย้ายกันไปแจ้งพรรคของตัว วันที่ลงมติผ่านกฏหมาย ก็เป็นอันผ่านเรียบร้อย ไม่อภิปรายวกวนกลับมาเรื่องเดิมอีก
เป็นประชาธิปไตยผ่านการเลือกตั้ง มีระบบรัฐบาลเสียงข้างมาก ที่รับฟังเสียงข้างน้อยอย่างแท้จริงอีกแบบ และเป็นการเจรจาที่ตั้งอยู่บนการประนีประนอมภายใต้หลักการ ไม่ใช่การเจรจาเพื่อแลกเปลี่ยนประโยชน์ส่วนบุคคล
นี่คือคำบอกเล่า ที่รอคำยืนยันจากผู้เชีี่ยวชาญการเมืองไต้หวันว่า จริงหรือไม่ตามคำเล่า

ถกกันเองระหว่างเราผู้ฟังว่า ทำไมสิ่งเหล่านี้เป็นไปได้ในไต้หวัน
คนหนึี่งบอกว่า คนไต้หวันมีีการศึกษาดี และคงมีระบบติดตามการทำงานของนักการเมือง
อีกคนหน่ึงบอกว่า ไต้หวันเป็นแหล่งของนักธุรกิจประเภท SME (ธุรกิจส่วนบุคคลขนาดเล็กและกลาง) ตลาดไต้หวันมีการแข่งขันสูงมาก แต่ละคนทำงานเป็นลูกจ้างสักพัก ก็ออกไปเป็นเถ้าแก่  ตั้งตัวเป็นเจ้าของกิจการของตัวเอง ไม่คิดเป็นลูกจ้างตลอดชีพ
ธุรกิจที่เรียกว่า SME เหล่านี้ บางรายเติบโตเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการ คงเป็นด้วยสัญชาติญาณหรือความชอบในการทำธุรกิจเช่นนี้เอง ทำให้กฎหมายต่างๆ ที่มีลอจิกด้านเงินๆ ทองๆ เป็นไปได้ง่าย
พูดอีกที นี่เป็นสวรรค์ของนักเศรษฐศาสตร์จริงๆ เพราะเท่่าที่ตาดูู หูฟัง ดินแดนนี้สร้างกฎหมายโดยเน้นกลไกราคา (price mechanism) จริงๆ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s