เมืองชวนเดิน — walkable city

IMG_3923 IMG_3924 IMG_1451 IMG_1454 IMG_3637 IMG_3635

 

ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมเมือง นับตั้งแต่ประชากรส่วนมากอาศัยอยู่ในเขตเมืองมากกว่าชนบท และการเลี้ยงชีพเปลี่ยนจากการทำมาหากิน และการทำการเกษตร มาสู่สังคมที่ทำมาค้าขาย และมีภาคบริการที่โตขึ้น

ปัญหาของเมืองเป็นปัญหาที่แตกต่างจากปัญหาของบ้าน หรือชุมชนเล็ก ยิ่งเมืองใหญ่ปัญหายิ่งซับซ้อน และเราขาดกลไกสังคมใหม่ๆ ที่จะใช้เป็นเครื่องมือช่วยแก้ปัญหา

การเปลี่ยนแปลงเกิดตลอดเวลา จากปัจจัยต่างๆ ยกตัวอย่างเพียงปัจจัยเดียวคือ การคมนาคม

เมื่อมีถนนมาแทนคลอง พื้นที่ที่ติดคลองและแม่น้ำ บางแห่งกลายเป็นพื้นที่เข้าถึงทางรถไม่ได้ก็ซบเซาลงไป พื้นที่ริมถนนรุ่งเรือง

ต่อมาเมื่อมีการตัดถนนสายใหญ่ออกไปนอกเมือง ผู้คนย้ายไปชานเมือง กทม. แผ่ขยายออกไปจรดจังหวัดข้างเคียง  ผู้คนต้องใช้รถยนต์์เป็นพาหนะ ผลเสียคือมีอุบัติเหตุทางถนนบ่อย มีมลภาวะทางอากาศ และทางเสียง และมีสถิติผู้ป่วยโรคอ้วนที่สูงมาก ซึ่งสังคมต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแล อันเป็นค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่า

ค่าเสียหายจากรถติดใน กทม. อย่างเดียว ทางธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชียเคยประเมินไว้ว่า กว่า ๑ หมื่นล้านบาทต่อปี

เมื่อเมืองแผ่ออกไป ก็ไปกินพื้นที่เกษตร ทำให้ขาดแหล่งผลิตอาหารเลี้ยงเมือง ต้องนำอาหารเข้าจากที่ไกลขึ้นไปเป็นลำดับ  ขาดพื้นที่นันทนาการ และพื้นที่อันเป็นธรรมชาติสำหรับการพักผ่อนของพลเมือง

อีกไม่นาน โฉมหน้าของ กทม. จะเปลี่ยนไปอย่างมากอีกครั้ง เมื่อสถานีรถไฟฟ้าใน กทม. เปิดใหม่เป็นดอกเห็ด รถระบบรางดึงคนกลับเข้าเมือง เปิดพื้นที่ชั้นในของเมืองให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น (เช่น เยาวราช ซึ่งแต่ก่อนนี้ใครๆ ก็ท้อที่จะฝ่าการจราจรเข้าไป และไม่มีที่จอดรถอีกด้วย) และเปิดพื้นที่่รอบสถานีสำหรับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวตั้ง ให้เป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่น

ที่จะมากับรถไฟฟ้าแน่ๆ ก็คือ คนจะเดินมากขึ้น เพราะการเข้าถึงสถานีรถไฟฟ้า ถ้าระยะไม่ถึง ๑ กิโลเมตรมักพึ่งการเดิน ยิ่งถ้ามีเส้นทางสะดวกให้เดินรอบๆ รัศมีของสถานี จะชวนเดินมากขึ้น และอาจเดินกันไกลขึ้นอย่างไม่ได้จำใจเดิน

ในกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ กทม. เองพยายามปรับปรุงเมืองให้น่าอยู่เท่าที่ทำได้ เช่น สร้างสวนสาธารณะ เปิดศูนย์เยาวชน ทำพิพิธภัณฑ์แต่ละเขต แต่ว่าที่ขาดอย่างมากคือการร่วมกันคิด ร่วมกันตั้งใจวางแผน ประสานกันเป็นภาพรวมทั้งย่าน ระหว่างภาครัฐกับเอกชน แทนที่จะต่างคนต่างทำแบบแยกส่วน

ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เห็นว่าเราขาดกลไกกฎหมาย กลไกการเงิน และกลไกสังคม ที่จะทะลุเส้นแบ่งต่างๆ และเกิดการพัฒนาทั้งย่านไปในทางเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟื้นฟูย่านกลางเมืองให้กลายเป็นย่านมีชีวิตชีวา และน่าเดิน

การพัฒนาเมืองกับการเดินเท้า ไปด้วยกันเมื่อใด สุขภาวะของเมืองจะสูงขึ้น และเศรษฐกิจจะดีชึ้นด้วย ผิดกับความคาดหมายที่ว่า ตึกเตี้ยแบบอนุรักษ์ทำรายได้ไม่ได้ ต้องตึกสูงสมัยใหม่ควบศูนย์การค้ายักษ์ใหญ่เท่านั้น

มีกรณีศึกษาจากเมืองในมลรัฐฟลอริดา ของสหรัฐอเมริกาว่า การปรับปรุงเมืองให้น่าเดิน เพิ่มราคาค่าเช่าบ้านและร้านค้าได้อีกเท่าตัว

การจะร่วมกันพัฒนาไม่ว่าเมืองไหนๆ ในโลก ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่กลุ่มคนที่มีความตั้งใจร่วมกันทั้งภาครัฐ เอกชน ชาวบ้าน และนักวิชาการ ได้แสดงความสามารถเขยื้อนนโยบายจนเป็นผลงานที่สำเร็จอย่างงดงามมาแล้วหลายแห่งในโลก

เมืองชวนเดิน (walkable city) คือเมืองที่กระชับในแนวตั้ง ผสมผสานกับกิจกรรมกลางแจ้งในพื้นที่สาธารณะ และบริการคมนาคมที่สะดวกเข้าถึงได้ง่าย เส้นทางเดินสะดวก ปลอดภัย น่าเดิน จึงเดินได้ เดินดี

ข้อดีของเมืองแบบนี้คือ

  • การเดินเท้า ขี่จักรยาน ใช้รถขนส่งสาธารณะ ลดมลพิษ ลดการจราจรที่แออัด
  • ได้ออกกำลัง ลดความอ้วย ลดความเครียด
  • เพิ่มมูลค่าและสร้างเศรษฐกิจชุมชน ร้านค้าเล็กๆ อยู่ได้ เพราะคนแวะซื้อของระหว่างเดินผ่าน
  • รักษาพื้นที่ธรรมชาติรอบเมืองไว้ ไม่ให้กลายเป็นชานเมืองที่มีแต่บ้าน ถนน และรถยนต์
  • สร้างเมืองที่พลเมืองเท่าเทียมกัน ใครๆ ก็เดินเหมือนๆ กัน และเกิดสำนึกในการรักษาพื้นที่สาธารณะไว้เป็นพื้นที่สาธารณะสูงขึ้น
  • คนจะรักและรู้จักธรรมชาติรอบตัวดีขึ้น มีนักขี่จักรยานและนักขับรถเร็ว เล่าว่า การขี่จักรยานช่วยให้ได้เห็นใบไม้ ยอดหญ้า ได้กลิ่นดิน ได้สัมผัสสายลม ได้สังเกตสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ข้างทาง ซึ่งการขับรถยนต์ปิดกั้นไว้หมด

 

แม้ กทม. และมหานครต่างๆ จะเป็นเป้าหมายของงานพัฒนาเมืองใหญ่ แต่แนวคิดก็ใช้กับเมืองขนาดย่อมลงมาได้ และน่าจะทำง่ายขึ้น เพราะปัญหาซับซ้อนน้อยกว่า

 

นวพร เรืองสกุล

สกุลไทย คอลัมน์ เศรษฐกิจชาวเมือง เล่ม 3146

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s