Xบุหรี่

IMG_6864

๓๑ พฤษภาคม เป็นวันงดสูบบุหรี่โลก

ได้เห็นรายงานจาก สสส. (สำนักงานกองทุนส่งเสริมการสร้างเสริมสุขภาพ)ว่า ปี ๒๕๓๔ อัตราการสูบบุหรี่ของประชากรอายุ ๑๕ ปีขึ้นไป เป็น ๓๒% ของประเทศ (หรือ ๑ คนในทุก ๓ คนจะเป็นคนสูบบุหรี่) หลังจากนั้นตัวเลขลดลงเป็นลำดับ

การลดลงมีสาเหตุหลายประการ เช่น

มีการเก็บภาษีสรรพสามิตจากบุหรี่เพิ่มขึ้น จากปี ๒๕๓๕ ที่ภาษีเป็น ๕๕% ของต้นทุน มาถึงปี ๒๕๕๔ ภาษีเป็น ๘๕% ของต้นทุน ภาษีที่สูงขึ้นทำให้ราคาบุหรี่แพงขึ้น น่าจะทำให้ปริมาณการสูบบุุหรี่ลดลง

การให้ความรู้ว่า การสูบบุหรี่เสี่ยงต่อการเป็นโรคปอด หัวใจ หลอดลม ฯลฯ

การรณรงค์ไม่สูบบุหรี่เคยได้ผล กระทั่งวัยรุ่นสมัยหนึ่งไม่เห็นว่าการสูบบุหรี่เป็นเรื่องโก้เก๋

การออกกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ และขยายขอบเขตกว้างขึ้น ทำให้พื้นที่สำหรับสูบบุหรี่ลดลง เป็นประโยชน์ต่อคนไม่สูบบุหรี่ ผิดกับก่อนมีพระราชบัญญัติที่คนไม่สูบบุหรี่ต้องจำทนรับควัน สูบบุหรี่มือสองกันเป็นปกติ

การสูบบุหรี่ในประเทศไทยลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน เป็นผลงานที่ได้รับการกล่าวขวัญระดับโลก ทั้งนี้ต้องขอบคุณผู้ที่อุทิศกำลังกาย กำลังสมอง ทำงานรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ทั้งด้วยกฎหมาย และการประชาสัมพันธ์หลายรูปแบบ

แต่ว่างานรณรงค์นี้ไม่มีวันจบ ตราบเท่าที่ธุรกิจยาสูบยังทำกำไรมหาศาล             ก็จะมีโฆษณาทั้งโดยตรงและโดยแฝงออกมาลวงล่อผู้บริโภครุ่นใหม่อยู่ตลอดเวลา

เป้าของบริษัทบุหรี่คือคนที่ยังไม่เคยสูบ เป้าหมายที่จ้องกันตาเป็นมันคือวัยรุ่น กับสตรี

วัยรุ่นเป็นตลาดที่ได้แล้วกินยาว เพราะคนที่ติดบุหรี่แล้ว เลิกสูบยาก ได้วัยรุ่นเป็นลูกค้า ก็เท่ากับได้ลูกค้าที่มีอายุการสูบยาวนาน

ส่วนตลาดบุหรี่สำหรับสตรีนั้น เป็นตลาดที่น่าเจาะเข้่าไปมาก เพราะยังมีสตรีที่ไม่สูบบุหรี่เป็นจำนวนมาก

ในต่างประเทศ มีอีกหลายมาตรการที่คุ้มครองคนไม่สูบบุหรี่

เช่น ในญี่ปุ่น ห้ามเดินสูบบุหรี่ และกำหนดที่ให้สูบบุหรี่ได้

ณ ที่ให้สูบบุหรี่ได้ จะเห็นเหล่าสิงห์อมควันยืนเกาะอยู่เป็นกลุ่ม ส่วนการห้ามเดินสูบบุหรี่ จะเห็นเป็นป้ายจารึกหรือวาดไว้บนทางเดินเท้าเลยทีเดียว

การห้ามเดินสูบบุหรี่ ช่วยลดจำนวนคนที่ต้องสูบบุหรี่มือสองลงไปได้มาก คนที่สูบไปเดินไป จะทิ้งกล่ินและควันบุหรี่ไว้เป็นทาง ตลอดการเดินของเขา และการกำหนดที่สูบบุหรี่ ช่วยให้ถนนหนทางปราศจากก้นบุหรี่ที่คนมักง่ายดีดทิ้งไว้เมื่อสูบเสร็จ

บางประเทศห้ามขายบุหรี่แยกย่อยน้อยกว่า ๑ ซอง ซึ่งทำให้ต้องมีเงินพอจึงจะซื้อได้ ใครไม่มีเงินก็รอไปก่อน

สำหรับในบ้านเรา บุหรี่แยกซองหาได้ง่าย แผงค้าริมถนนเช่นที่หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ขายบุหรี่ใส่ซองพลาสติก ๓ มวนบ้าง  ๕ มวนบ้าง เม่ือแยกซอง ราคาบุหรี่ก็ลงมาอยู่ในขอบเขตที่คนมีเงินน้อยสามารถเข้าถึงได้ง่าย

ปี ๒๕๕๒ อัตราการสูบบุหรี่ของประชากรอายุ ๑๕ ปีขึ้นไป ลดลงต่ำสุดที่ ๒๐.๗๐% ของประชากร หรือเหลือ ๑ คนใน ๕ คน

ถึงปี ๒๕๕๔ อัตรานี้กลับเพิ่มขึ้นเป็น ๒๑.๔๐%

ถ้าถามว่ากังวลอะไรกับตัวเลขที่เพิ่มขึ้นแค่ ๐.๗% ก็ต้องหันไปมองว่า เรากำลังพูดถึงจำนวนประชากรทั้งประเทศทีี่มีหลายสิบล้านคน

แค่ ๑ ล้านคน ตัวเลข ๐.๗% เท่ากับ ๗,๐๐๐ คน ๑๐ ล้าน ก็เป็น ๗๐,๐๐๐ คน

ตัวเลขประชากรของไทยทั้งหมดมีเกือบ ๗๐ ล้านคน ถ้าคิดว่าประชากรครึี่งหนึ่งอายุเกิน ๑๕ ปี ตัวเลขคนสูบบุหรี่เพิ่มก็ ๒ – ๓ แสนคนแล้ว นี่คือผู้บริโภคที่เป็นลูกค้าของบริษัทบุหรี่

ตัวเลขนี้น่าจะเป็นความกังวลอย่างยิ่งสำหรับ สสส. และมูลนิธิที่รณรงค์ลดการสูบบุหรี่ และเราคงได้เห็นการรณรงค์ใหม่ๆ ออกมาเพิ่มขึ้น เพื่อไม่ให้อัตราการสูบบุหรี่เหจากขาลง กลับเป็นแนวโน้มขาขึ้น

มีคนหัวรั้นแย้งว่า สูบบุหร่ีเป็นเรื่องส่วนบุคคล สุขภาพก็เป็นของเขา คนอื่นไปยุ่งอะไรด้วย

ตอบว่า ตอนคุณป่วย ไม่ใช่เรื่องของคุณคนเดียว คนทั้งบ้านเดือดร้อน และสังคมด้วย ถ้าคุณป่วยเข้าโรงพยาบาลของรัฐ เงินงบประมาณที่ต้องจัดมารักษาคุณ เอาไปทำอย่างอื่นที่ได้ประโยชน์กว่า จะไม่ดีกว่าหรือ

ค่ะ นี่เป็นต้นทุนแฝงของสังคม

 

นวพร เรืองสกุล

คอลัมน์ เที่ยวถนน ท่องตลาด นิตยสารสกุลไทย พฤษภาคม ๒๕๕๗

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s