รถเมล์เมืองตรัง

เมืองตรัง

 

16  กันยายน เป็นวันอาทิตย์ ขึ้นเครื่องบินไปเมืองตรัง

โชคดีมีคนพาเที่ยว แต่โชคดีแค่วันเดียว

จันทร์ 17 กันยายน เสียค่ารถกบคนละ ๒๕ บาท (รถตุ๊กๆ นั่นแหละ แต่รูปทรงไม่เหมือนตุ๊กๆ กรุงเทพ) ไปตลาดท่ากลาง

ตลาดมืดตี๋อและเฉอะแฉะแบบตลาดสดทั่วไป อาหารทะเลมากมายก่ายกองแบบตลาดขายส่งล่อตามาก เสียดายไม่มีครัวเพราะเป็นนักท่องเที่ยวอยู่โรงแรม จึงได้แต่แลแล้วเลย

ย่ำต๊อกไปสี่แยกกันตัง ตามหาตลาดสด ตามหาขนมบ้าบ๋า ที่เคยเห็นในตลาดเมืองตรัง คราวนี้เจอเพียงขนมเต่ากับขนมชั้นสีแสบตา ขนมแบบบ้าบ๋ามีน้อยกว่าในตลาดภูเก็ต (หรือหาไม่เจอก็ไม่รู้)

การเที่ยวกลางเมืองตรังอยู่ ๔ วัน ๓ คืนได้ความประทับใจที่สุดคืออัธยาศัยของคนเมืองตรัง และรถเมล์เมืองตรัง

ในราคา ๑๒ บาทตลอดสาย รถเมล์ (สำหรับดิฉันซึ่งไม่ชำนาญเรื่องรถ มันคือรถปิกอัพค่ะ) สีขาวสะอาดสะอ้าน คาดสีสดเป็นสีตามสาย พาไปจุดสำคัญในเมืองได้หมด มีทั้งรถแล่นบนถนนนสายสำคัญ และรถวนซ้าย วนขวารอบกลางเมือง เดินทางสะดวกมาก

แล้วยังมีรถเมล์มีชมพูออกม่วง รูปร่างเป็นรถเมล์แบบไมโครบัสในกรุงเทพฯ แล่นจากไหนไม่รู้ไปยังมหาวิทยาลัย ที่มีวิทยาเขตอยู่ท่ี่ตรัง รถสายนี้คงให้นักศึกษาและบุคลากรมหาวิทยาลัยนั่ง เพราะนานๆ มาสักคันหนึ่ง

รถเมล์ที่มีป้ายจอดเป็นกิจลักษณะแบบนี้เป็นบริการประชาชนที่ทำให้แปลกใจมาก เพราะเมืองใหญ่กว่าตรังอีกหลายเมืองยังไม่มีเลย

จากการสนทนากับผู้คนมากหลายตามทางผ่านได้ข้อมูลมาว่า

เดิมทีในเขตเทศบาลก็ไม่มีรถเมล์์เหมือนจังหวัดอื่นๆ นั่นแหละ ผู้คนไปไหนมาไหนด้วยรถกบ และซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ ซึ่งแพงและไม่สะดวก

อบจ. ตรังจึงมีดำริจะให้มีรถเมล์

เริ่มต้นด้วยการซื้อมาทดลองวิ่งตามเส้นทางต่างๆ เพื่อดูความเป็นไปได้

พอได้ข้อมูลเพียงพอ และผู้ประกอบการคิดว่าไปได้แล้วก็เปิดประมูลเส้นทาง

คนเดินรถเล่าว่า เดินมาได้ ๔ เดือนแล้ว (มิน่าล่ะ รถยังใหม่อยู่) วันเสาร์ อาทิตย์ คนมากพอคุ้มทุน ส่วนวันธรรมดายังไม่คุ้ม แต่คงค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อคนรู้เส้นทางรถเมล์

ปัญหาของการดำริให้มีรถเมล์ส่วนมากคือเจอแรงเสียดทานคัดค้านจากผู้ประกอบการอื่นที่ได้ประโยชน์จากการไม่มีรถเมล์ ตั้งแต่ผู้ค้ามอเตอร์ไซค์ เจ้าของรถที่วิ่งร่อนรับผู้โดยสารทั่วไป ไม่กำหนดเส้นทาง ฯลฯ

ที่นี่มอเตอร์ไซค์กับรถกบไม่พอใจรถเมล์เหมือนกัน แต่ว่าเนื่องจากประชาชนผู้โดยสารได้รับความสะดวก และประหยัดค่าเดินทางไปได้มาก รถทุกแบบจึงอยู่ร่วมกันให้ประชาชนได้เลือกใช้

การฟังเสียงประชาชน เป็นหนึ่งในการใช้ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม (คือผู้เกี่ยวข้องได้ออกความเห็น) แทนประชาธิปไตยแบบตัวแทน (คือลงคะแนนเลือกไปแล้วก็แล้วแต่ท่านผู้แทนฯ จะดำเนินการ)

ปัญหาที่สองคือ เมื่อรถเมล์ยังไม่ได้กำไร รถจะน้อย และไม่มีเวลาแน่นอนว่าเมื่อไหร่จะมา เมื่อผู้จะโดยสารเห็นความไม่สะดวกมากเข้า ในที่สุดก็เลิกใช้บริการรถเมล์

นี่เป็นอีกจุดที่ต้องก้าวข้ามให้ได้

ที่เมืองตรังรถเมล์มีพอแต่ก็ยังอยากให้ดียิ่งขึ้นไปอีก จึงเล่าให้ผู้ประกอบการและผู้โดยสารฟังว่า ที่เมืองนอก รถเมล์มาถี่หรือห่างก็แล้วแต่กำหนด แต่ว่า (๑) ระบุเวลามาถึงไว้ ณ ป้ายรถเมล์ และ (๒) มาตรงตามเวลา

สองข้อนี้เป็นเงื่อนไขสำคัญ คนจะขึ้นรถเมล์บริหารจัดการเวลาของตนเองได้ รถเมล์ก็จะเป็นที่นิยมมากขึ้น

เรื่องน่าสนใจเป็นเรื่องเกี่ยวกับแรงงาน

“คนขับรถเมล์ไม่พอครับ พนักงานอยากอิสระ ทำงานเมื่อไหร่ก็ได้ เลิกงานเมื่อไหร่ก็ได้ ขับรถแบบนี้มีเวลาแน่นอน เขาไม่ชอบ”

ใครที่สนใจงานประจำ นั่งห้องแอร์ รายได้ดีพอสมควร คุณสมบัติจำเป็นคือขับรถเป็น โปรดไปสมัครได้ค่ะ ได้อยู่ในที่ค่าครองชีพไม่แพง แถมด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลที่ขึ้นชืื่อระดับโลกที่อยู่ใกล้นิดเดียว

รถเมล์เมืองตรังน่าจะได้รับการประชาสัมพันธ์ดีกว่านี้ ในญี่ปุ่น อังกฤษ หรือฝรั่งเศส แผนที่รถโดยสารสาธารณะอยู่ในแผนที่ท่องเที่ยวเลย

ที่นี่มีรถเมล์ตั้งต้นที่สถานีรถไฟ และสถานี บขส. ทำให้คนเงินน้อยเดินทางสะดวก และสถานีรถไฟยังเป็นศูนย์กลางของเมือง รถทัวร์ไปต่างอำเภอก็อยู่ตรงนั้น และโรงแรมก็อยู่กลางเมืองเดินได้จากสถานีรถไฟ เป็นลักษณะของเมืองเล็กน่าอยู่ตามสเป็กของดิฉัน

ก็เลยขอขอบคุณ อบจ. ตรัง ที่มีอะไรดีๆ อย่างนี้สำหรับคนในเมือง ทำให้นักท่องเที่ยวที่ชอบเดินเที่ยวแบบดิฉันพลอยได้อานิสงส์ไปด้วย

เที่ยวถนน ท่องตลาด

สกุลไทย

นวพร เรืองสกุล

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s