สื่อเสรี เพื่อใคร

Media

ร.​รัฐชน

มวลชนคน กปปส. เดินทางไปขอความร่วมมือสื่อโทรทัศน์ให้ออกข่าว

แน่นอน สื่อไม่ชอบใจ

น่าเห็นใจจริงๆ เพราะเป็นใครก็ไม่อยากถูกขอร้องแกมบังคับให้ทำอะไรที่ไม่อยากทำ

สื่อทั้งหลายรวมตัวกันออกแถลงการณ์ หรือกล่าวซ้ำคำเดิมๆ คือ “ก้าวก่ายการทำงานของสื่อ” “ขัดขวางเสรีภาพของสื่อ”

สื่ออยู่ในสถานะพิเศษมาแต่ไหนแต่ไร

สมัยที่ยังมีชนชั้น สืีี่่อได้รับการยอมรับให้มีสถานะสูงส่งเป็นฐานันดรที่ ๔ เพราะอิทธิพลที่สื่อมีต่อสังคม ไม่แพ้อีกสามฐานันดร (หรือสามสถาบันในภาษาสมัยนี้)

สื่อเป็นยิ่งกว่าห้องเรียน เพราะให้ข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ ความเห็น ค่านิยม ฯลฯ สารพัดอย่าง ที่หล่อหลอมสังคม ตลอดชีวิตของคนหนึ่งคน เพราะคนทุกคนตื่นขึ้นมาก็ฟังวิทยุ ดูโทรทัศน์ อ่านหนังสือพิมพ์ และทำเช่นนั้นทุกวันไปจนตาย

สื่อเมืองไทยมีเสรีภาพมาก เช่น เสรีภาพที่จะก้าวล่วงมารยาทขั้นพื้นฐาน ถึงขั้นเรียกผู้ใหญ่ในบ้านเมืองด้วยชื่อเล่่นได้ และเหลิงอำนาจขนาดที่ว่า สามารถตั้งสารพัดฉายาให้กับนักการเมืองระดับรัฐมนตรีได้

สื่อมีเสรีภาพจะเลือกเสนอเรื่องอะไรก็ได้ ไม่เสนอเรื่องอะไรก็ได้ ตามความพอใจ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนเป็นแสนๆ ไม่เสนอเสียอย่างใครจะทำไม

ผู้บริโภคสื่อโดยเฉพาะอย่างยิ่งทีวีช่องฟรี จึงถูกปิดหูปิดตาจากข่าวสำคัญๆ และเปิดหูเปิดตาได้แต่ข่าวมโนสาเร่ที่สื่อเลือกมานำเสนอ

สืื่อมีเสรีภาพที่จะลำเอียง

เมืื่อมีการประกาศกฎอัยการศึก ฯลฯ แน่นอน คุณทั้งหลายในอาชีพสื่อต้องไม่พอใจ และออกมาบอกตามฟอร์มว่าเสรีภาพของคุณถูกจำกัดอีกแล้ว

คุณก้มลงมองตัวเองบ้างไหมว่า คุณได้ช่วยกันทำอะไร ประเทศเราจึงมาถึงวันนี้

บอกให้ก็ได้ว่า คุณมีอำนาจ แต่คุณไม่ยอมรับความรับผิดชอบที่ควรมีเพื่อกำกับให้การใช้อำนาจเป็นไปอย่างเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

คุณไม่มองตัวเองและวิพากย์ตัวเองแบบนี้หรอก มันไม่ใช่วิสัย คุณมุ่งมองไปที่คนห้าม ดิ้นรนที่จะไม่ยอมถูกกำกับ และไม่ยอมกำกับตัวเองด้วย คุณถือว่าคุณมีปาก และมีช่องทางการสื่อสารเป็นอาวุธ

สำหรับคนดีๆ ที่มีศีลธรรมประจำใจ สิ่งที่กฎอัยการศึกให้ทำ หรือห้ามทำ ไม่ยากเย็นอะไร ไม่รู้สึกว่าถูกจำกัดเสรีภาพด้วยซ้ำไป เพราะในพระพุทธศาสนาบอกว่า กุศลกรรมบถ ข้อวจีสุจริต คือ

ไม่พูดเท็จ (พูดไม่หมดความ ตั้งใจให้คนฟังเข้าใจผิด พูดเผยแพร่ข่าวลือ ฯลฯ)

ไม่พูดเพ้อเจ้อ หาสาระไม่ได้ หาความรู้ไม่มี พูดพอเพลินปากไปวันๆ

ไม่พูดคำหยาบ คำแสลงหู คำที่ทำให้คนอื่นเจ็บ

และที่สำคัญมากคือไม่พูดส่อเสียด

พูดส่อเสียดคือ คำพูดประเภทตัวเองดี และเก่ง คนอื่นเลว และไม่เก่ง พูดจาให้คนมานิยมชมชอบฝ่ายตน และเกลียดชังฝ่ายอื่น ถ้าเลวร้ายก็ถึงขั้นยุยงให้คนตีกัน เกลียดกัน คำพูดที่ทำให้แตกรัก แตกสามัคคี

สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งไม่พึงกระทำไม่ว่าเมื่อใด

หากคุณๆ ที่อยู่ในวงการส่ื่อ ไม่รู้จักที่จะเตือนตนเองให้อยู่ในขอบเขตแห่งความรับผิดชอบ ก็อยากจะถามว่า คุณควรได้เสรีภาพที่จะหล่อหลอมคนบริโภคสื่อไปในทางที่ไม่เป็นคุณ กระทั้งถึงขั้นทำลายสังคมได้กระนั้นหรือ

นั่นใช่ไหมคือเสรีภาพที่คุณต้องการ เสรีภาพในการมีวจีทุจริต

คุณไม่คิดจะตั้งพันธกิจให้กับวิชาชีพของตนเองเลยหรือว่า คุณนั้นเป็นคนสำคัญที่จะมีส่วน “สร้าง” สังคมที่ทุกคนมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน สังคมที่ผู้บริโภคสื่อควรได้ข้อมูล ข่าวสาร แบบรอบด้าน ได้ฟังความเห็นที่กลั่นกรองมาแล้วอย่างสุขุมรอบคอบ สังคมที่น่าอยู่สำหรับทุกๆ คนที่เป็นอยู่ด้วยเหตุผลและปัญญา

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s