ลูกปิงปองกับประชาธิปไตย

ปิงปอง

ไปช่วยเขาตัดสินประกวดแอพลิเคชั่นด้านการเงินของโครงการให้ความรู้ทางการเงิน ที่จะตัดต่อออกโทรทัศน์ช่องทรูปลูกปัญญา ในเดือนมิถุนายน ศกนี้ ได้ตัวอย่างของการลงมติการตัดสินหาผู้ชนะเลิศ ที่น่าสนใจอีกแบบ ทุกคนลงคะแนนด้วยลูกปิงปอง นอกจากกรรมการแล้ว กลุ่มเข้ารอบทุกกลุ่ม ทีมผู้ถ่ายทำโทรทัศน์ และทีมพนักงานช่วยงานที่เห็นพัฒนาการมาแต่ต้น มีส่วนลงคะแนนด้วย รองชนะเลิศทีมหนึ่งออกข่าวไปทางเฟซบุ๊คของตนเองว่า ได้ “คะแนนจากในห้องประชุม” ซึ่งเป็นคำพูดที่ถูกต้องทีเดียว ลูกปิงปองที่หย่อนลงในโถแก้วเป็นความโปร่งใส ทำให้ต้องใคร่ครวญก่อนลงคะแนน คะแนนตัดสินจะเป็นที่ยอมรับด้วยดี มีเงื่อนไขสำคัญว่า ผู้ลงคะแนนมีความรู้และข้อมูลพื้นฐานที่ตรงกัน และเปิดใจรับฟังกันและกัน ไม่ได้มีธงมาล่วงหน้า แม้แต่ผู้เข้าร่วมประกวดก็ลงคะแนนแบบไม่คิดว่า ของตัวเองต้องดีที่สุด เงื่อนไขสำคัญของการสร้างความโปร่งใสคือความปลอดภัย ฝ่ายที่ถูกกระทบจากการลงมติ ไม่มีอำนาจจะ “แก้แค้น” หรือ “กลั่นแกล้ง” ฝ่ายผู้ลงคะแนนได้ หากฝ่ายลงมติเกรงอิทธิพล อำนาจมืดประการต่างๆ ที่อาจเกิดแก่ตนในภายหลัง ทั้งทางตรงและทางอ้อม การลงมติแบบโปร่งใสและตัดสินตามเนื้อผ้าก็เป็นไปไม่ได้ การกล้าให้ลงมติแบบเปิดเผยจึงเป็นหนึ่งตัวชี้วัดการกล้ารับผิดชอบในการตัดสินใจ และสังคมที่ปราศจากอำนาจมืดครอบงำ ถ้าสิ่งนี้ไม่เกิดขึ้นในระดับชาติหรือในองค์กรใด แปลได้ไหมว่า (๑) อำนาจมืดต่างๆ มีสูง และ (๒) คนหลีกเลี่ยงหรือไม่กล้าแสดงความรับผิดชอบ เราจึงได้เห็นการประชุมที่เรียกหามติเอกฉันท์ กับมติให้ลงคะแนนลับเป็นประจำ เพื่อเป็นที่หลบซ่อนอันปลอดภัยจาก ๒ ข้อข้างต้น ประชาธิปไตยไม่ใช่แค่ได้เลือกผู้แทนเท่านั้น กระนั้นสถาบันอุดมศึกษาก็ยังตีความได้แค่นั้น ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมจึงมักเน้นที่ การเลือกผู้แทนจากส่วนงาน คณาจารย์และพนักงานเข้าไปนั่งในสภามหาวิทยาลัย เลือกแล้วก็หมดหน้าที่ ทั้งๆ ที่แท้จริงงานเพิ่งเริ่ม ผู้เลืือกต้องตามดูว่า ผู้แทนทำหน้าที่หรือเปล่า เข้าประชุมหรือไม่ เข้าไปแล้วทำอะไร ได้สาระไหม มีการสื่อสารสองทางระหว่างผู้แทน กับผู้เลือกตลอดเวลาที่ผู้แทนทำหน้าที่หรือเปล่า เช่น รับฟังผู้เลือกเป็นประจำหรือไม่ ประชุมแล้วกลับไปรายงาน หรือทำความเข้าใจกับผู้ที่เลือกตนเข้ามาหรือเปล่า ถ้าไม่ทำสิ่งเหล่านี้ การมีส่วนร่วมจะเหลือเพียงแค่พิธีกรรมของการเลือกผู้แทนเท่านั้นเอง การมีส่วนร่วมอาจจะไม่ใช่แค่มีผู้แทน ส่วนประกอบอื่นๆ ที่สำคัญคือ การมีข้อมูล การรับฟังความคิดเห็นที่เปิดกว้าง ฟังจริง ฟังแล้วคิด คิดแล้วนำไปปรับปรุงต่อไป ซึ่งอาจได้ได้ความมีส่วนร่วมมากยิ่งกว่าการไปเลือกผู้แทนเข้าสภาเสียอีก การเปิดให้ผู้ที่สนใจได้ฟังการประชุมด้วย (open meeting) เรื่องสุดท้ายนี้ ใช้กันในองค์กรสาธารณะในสหรัฐอเมริกา รวมถึงสถาบันอุดมศึกษาด้วย และใช้ร่วมกับการลงมติรายบุคคลแบบขานชื่อ Open meeting ลองใช้อยู่ที่สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แม้จะไม่มีผู้เข้าฟังมาก แต่ถือว่าเปิดโอกาสให้แล้ว การใช้โอกาสนั้นหรือไม่ขึ้นอยู่กับสมาชิกในประชาคมนั้นเอง ยังเหลือแต่การลงคะแนนรายบุคคลแบบไม่ลับ ที่ยังไม่เกิดขึ้น การมีประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม ไม่ใช่แค่พูดว่ามี แล้วจะมีขึ้นมาได้ หลักการของประชาธิปไตย จำเป็นต้องผุดพรายอยู่ในองค์กรทุกระดับ ทุกการกระทำอย่างเหมาะสม ผู้อยู่ในระบบพอใจและรู้ว่า เสียงและความเห็นของตนเพื่อประโยชน์ขององค์กรมีความหมายเพราะมีการรับฟัง และนำไปพัฒนาต่อเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ของทุกคนในการนำพาองค์กรไปข้างหน้า                 ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมจึงจะมีบทบาทสำคัญเป็นพลังขับเคลื่อนขององค์กร และสร้างองค์กรที่พร้อมปรับตัว และไม่หยุดนีิ่งกับการเรียนรู้ได้ ลูกปิงปองไม่กี่ลูก จึงเป็นส่วนสะท้อนความคิดแบบประชาธิปไตยได้ ดังนี้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s