เดินถนน

shut down bangkok

ประเทศไทยกำลังมีปัญหาด้านเศรษฐกิจ

แต่วิกฤตด้านการเมืองช่วงนี้ดึงความสนใจไปจนหมด เมื่อเทียบกับวิกฤตเศรษฐกิจที่ยังมาไม่ถึง และจะเกิดหรือเปล่าก็ไม่รู้

คนอยู่ในเมืองหลวง ถึงยังไงก็ต้องทำตัวให้คุ้นกับการชุมนุมทางการเมือง

เหตุการณ์ล่าสุดคือ แคมเปญ “ชัตดาวน์แบงค็อก” ไม่่น่ากลัวแม้ว่าสื่อต่างๆ จะระบายสีจนสยอง เพราะเขาประกาศเสมอว่าตั้งใจใช้เพียงสองขากับรองเท้าผ้าใบกระตุ้นจิตสำนึกพลเมือง

การชุมนุมที่กลายเป็นจลาจลปี ๒๕๕๓ น่ากลัวกว่า เพราะไม่รู้เมื่อไหร่ตรงไหนจะโดนเผาหรือโดนบึ้ม ใกล้ๆ บ้านก็เฉียดฉิวการเป็นที่เผายางรถยนต์วันที่มีการเผาเมือง ตู้เอทีเอ็มและสาขาธนาคารใกล้ๆ พังยับเยินด้วยฝีมือใครก็ไม่รู้เพราะตำรวจไม่มีมาจับ กระทั่งสื่อมวลชนเองยังเข้าไปทำข่าวฝ่ายผู้ชุมนุมแทบไม่ได้

พอชัตดาวน์ คนชอบเดินถนนก็เห็นโอกาสทองของการเดินทันที

รถไฟฟ้าช่วยให้สามารถโฉบไปดูถนนและตลาดในช่วงเวลานี้ได้หลายแห่งในหนึ่งวันอย่างง่ายดาย

ดิฉันเดินเป็นวงกลมจากสวนลุมพินี ออกประตู ๘ ไปซอยต้นสน – ชิดลม ยืนบนสะพานลอยคนเดินข้ามถนน ชมการแสดงบนเวทีอยู่พักใหญ่ แล้วนั่งรถผ่านราชประสงค์ไปสยาม ก่อนวกย้อนมาสถานีราชดำริ เพื่อเดินมาเวทีสวนลุมพินี

ดูเหมือนว่าเป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าคนที่เดินสวนกับเราไม่ใช่คนแปลกหน้า เราสามารถยิ้มให้กัน ทักทายกันดังที่เคยทำได้แต่ในต่างจังหวัด

เดินผ่านด้านหลังสปอร์ตคลับ เจอแผงข้าวเหนียวส้มตำที่นำมารอแจกจ่ายให้ผู้ชุมนุม เป็นการสนับสนุนการชุมนุมแบบที่น่าจะมีแต่คนไทยเท่านั้นที่ทำเป็น

เห็นคนกำลังมุงที่โต๊ะหน้าอาคารใกล้มุมถนนสารสิน เหลียวซ้ายเหลียวขวาเห็นถนนว่างมาก จึงเดินข้ามไป พบว่ากำลังขายเสื้อยืดออกแบบลายสวยงาม คนขายบอกว่าจะนำเงินไปมอบให้กำนัน

ชัตดาวน์วันแรกทำให้ได้เดินออกกำลังไกลมากอย่างที่ไม่เคยเดินได้ใน กทม. เพราะปกติแล้วถนนและบาทวิถีในกทม.มักถูกหาบเร่แผงลอยยึดครองไว้ใช้ทำมาหากินส่วนตัวทั้งปี

ตอนนี้กรุงเทพฯ ก็ยังเต็มไปด้วยคนต่างจังหวัดเหมือนเดิม แต่คนละกลุ่มกัน กลุ่มใหม่เป็นคนต่างจังหวัดที่เข้ามาช่วยกันกับคนกรุงยึดเมืองหลวง

เขามาด้วยจิตที่เห็นประโยชน์ของสังคมเป็นตัวตั้ง ไม่ได้มุ่งประโยชน์ตนเป็นใหญ่เหมือนกลุ่มเก่า

เราเห็นเต๊นท์ตั้งแจกจ่ายอาหารโดยผู้ที่เห็นใจคนต่างจังหวัดที่แรมคืนอยู่กลางถนน

เห็นคนรับอาหารมาแล้ว พอเห็นเศษขยะตกที่พื้นก็ก้มลงเก็บไปใส่ถังขยะ

จิตสาธารณะ (public mind) คงจะมาพร้อมกับจิตที่มุ่งประโยชน์สังคม (civic mind)

เดินเข้าไปในสวนลุมฯ พบเต็นท์หลังจ้อยกางเรียงกันเป็นตับจึงรู้ว่านี่จะเป็นที่แรมคืนของคนจากหลายจังหวัด ทั้งเหนือใต้ออกตก

เห็นแล้วสะท้อนใจ

คนทั้งหลายมาเพื่อเรียกร้องอะไรก็ตาม จำนวนคนที่ออกมาชุมนุมมีนัยให้ต้องรับฟัง แต่คำตอบไม่มี และคำสนองมาช้ามาก

ผู้บริหารรวมทั้งตัวเราเองที่เป็นคนกรุงเทพฯ ยังกินอิ่มนอนอุ่นอยู่ในบ้าน ไม่ซึ้งถึงความลำบากจึงไม่เห็นความเร่งด่วน

ต่อเมื่อถูกขู่เข็นด้วยความรุนแรงนั่นแหละ อาจจะลนลานออกมาหาทางแก้ปัญหา

คนไม่ใช้ความรุนแรงเป็นฝ่ายต้องอดทนเสมอ และมักเป็นฝ่ายถูกคนเสมอนอกเรียกร้องให้ “ยอมๆ เถอะ” รวมทั้งเป็นฝ่ายที่ต้องอธิบายตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า

นึกสภาพไม่ออกให้นึกถึงเหตุการณ์ในครอบครัวก็ได้ ที่คนเกเรมักได้รับข้อยกเว้นบางประการเสมอ

สำหรับผู้เขียน การชุมนุมไม่น่าเป็นห่วงในเรื่องความปลอดภัย ถ้าไม่มีพวก “ยิงแล้วค่อยคุย” ออกมาแจม

ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือ สังคมไทยและนักการเมืองไทยดูเหมือนจะยังไม่เรียนรู้ที่จะพัฒนาตนเองไปสู่การแก้ปัญหาด้วยวิถีทางทางการเมือง และการพูดจากันเพื่อหาทางออกร่วมกันโดยมีคำว่า “ชาติ” เป็นแก่นกลาง

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s