ผลประโยชน์ทับซ้อน

conflic

ประเด็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน หรือความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (conflict of interest) เป็นเรื่องร้อนที่ประทุขึ้นมาเป็นพักๆ กรณีเขาพระวิหาร ก็มีข้อกล่าวหาเรื่องมีการนำผลประโยชน์ของประเทศไปแลก เพื่อประโยชน์ส่วนบุคคล เรื่องส่วนบุคคล ในมหาวิทยาลัย มีบัตรสนเท่ห์และเสียงกระซิบกระซาบ ตลอดจนหนังสือร้องเรียนชี้ช่องให้เห็นว่า ผู้บริหารบางรายมีการกระทำอันถือได้ว่ มีประโยชน์ทับซ้อน และซุกซ่อน ปิดบัง เช่น มีธุรกิจส่วนตัวที่คล้ายคลึงหรือเหมือนกับธุรกิจขององค์กรที่ตนทำงานอยู่ ใช้ทรัพย์สินและพนักงานของส่วนงานในงานส่วนตัว รวมทั้งให้ประโยชน์ในส่วนงานเป็นรางวัลคนที่ทำงานส่วนตัวให้ เช่นให้ตำแหน่งสูงขึ้น ต่ออายุการทำงานให้ ฯลฯ อาจารย์เจ้าสำนักให้นักศึกษาทำงานให้ส่วนตัว ถ้าปฏิเสธไม่ทำก็อาจจะเรียนไม่จบ แต่ถ้าทำให้ จะจบง่าย และได้งานในสำนักของอาจารย์อีกด้วย โดยคุณภาพของผลงานกลายเป็นเรื่องรอง ให้สัมปทานหรืออนุญาตให้ญาติหรือคนใกล้ชิดได้สิทธิได้งานในองค์กรที่ตนบริหารอยู่ โดยไม่มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม แน่นอนที่ว่าการกระทำอย่างนี้ไม่ปรากฏหลักฐาน เพราะคนทำรู้ดีว่าในสังคมไทย อำนาจแฝงใช้ได้ผล และการจะมีความผิดต้องมีหลักฐานตรง จึงมีการซุกหุ้น และซุกตนว่าไม่มีอำนาจบริหารตามกฎหมาย เป็นญาติคนละนามสกุล ฯลฯ เพื่อให้ “ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน” ตามรูปแบบ แต่ในทางปฏิบัติและในเจตนา — ไม่แน่ ระดับชาติ และระดับส่วนงาน ทำไม่ต่างกัน ยิ่งระดับชาติที่ซ่อนข้อมูลกันได้ข้ามชาติ ยิ่งแนบเนียนและยากจะจับได้ คำจำกัดความ ผลประโยชน์ทับซ้อน conflicts of interest มีหลายความหมาย ดังที่อาจารย์ท่านหนึ่งทำส่งมาให้ ดังนี้ Kenneth Kernaghan “ผลประโยชน์ทับซ้อนคือสถานการณ์ซึ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐมีผลประโยชน์ส่วนตนอยู่ และได้ใช้อิทธิพลตามหน้าที่และความรับผิดชอบทางสาธารณะไปขัดกับผลประโยชน์ส่วนรวม” Sandra William การที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือข้าราชการได้เปิดโอกาสให้เงินหรือผลประโยชน์ส่วนตัวเข้ามามีอิทธิพลต่อหน้าที่และความรับผิดชอบที่จะต้องมีต่อสาธารณะ” Patrick Boyer สถานการร์ที่เจ้าหน้าที่รัฐมีผลประโยชน์ส่วนตัว และได้ใช้อิทธิพลหรือจะใช้อิทธิพลของตำแหน่งหน้าที่ไปเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว Michael McDonald แบ่งองค์ประกอบของผลประโยชน์ทับซ้อน ออกเป็น ๓ ประการ คือ (1) เป็นประเด็นเกี่ยวกับผลประโยชน์ส่วนบุคคล หรือผลประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งส่วนใหญ่มักเกี่ยวพันกับเงินและทรัพย์สิน หรือรูปแบบอื่นๆ ที่ทำให้ผู้รับพึงพอใจ (2) เป็นเรื่องของการใช้อำนาจหน้าที่และดุลพินิจในการตัดสินใจดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว (3) เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยใช้สถานะและชอบเขตอำนาจหน้าที่ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือพนักงานของรัฐโดยขาดหลักจริยธรรมพื้นฐานในวิชาชีพของตน การกระทำที่อยู่ในขอบข่ายของผลประโยชน์ทับซ้อน คือ (1) Accepting benefits การรับผลประโยชน์ต่างๆ (2) Self dealing การทำธุรกิจกับตนเอง หรือทำ contracts กับราชการหรือหน่วยงานที่ตนสังกัด (3) Post-employment การได้งานหลังออกจากตำแหน่ง (4) Outside employment or moonlighting รับงานข้างนอก (5) Inside information ใช้ข้อมูลภายในเพื่อเอื้อประโยชน์ส่วนตัว (6) Using employer’s property for private advantage ใช้หน่วยงานและทรัพย์สินของหน่วยงานเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ถ้าอ่านอย่างถี่ถ้วนและพิจารณาด้วยตนเอง ก็เชื่อว่าผู้อ่านจะจับเรื่องต่างๆ รอบๆ ตัว ลงกล่องต่างๆ ของ conflict of interest ข้างต้นได้ไม่ยาก เช่น คนมาชุมนุมรับเงินค่าเดินทางและเบี้ยเลี้ยงมาชุมนุม หมอไปเมืองนอกด้วยเงินของบริษัทยา เจ้าหน้าที่สินเชื่อไปดูงาน ด้วยเงินของลูกค้าที่กำลังขอสินเชื่อ หรือเพิ่งได้รับอนุมัติสินเชื่อไป ผู้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเสียงให้ฝ่ายหนึี่งฝ่ายใดแลกกับประโยชน์ที่ได้รับส่วนตน ในทางกลับกัน ความกลัวเสียประโยชน์ก็อาจจะเข้าข่ายนี้ เช่น สื่อต่างๆ งดออกข่าวบางข่าวหรือลดทอนความสำคัญของข่าวบางข่าวเพราะกลัวไม่ได้ค่าโฆษณา หรือเสียประโยชน์ จากผู้มีอำนาจเงินหรืออำนาจอื่น หรือว่า ใช้อำนาจหน้าที่ในการกีดกันมิให้ผู้อื่นได้ประโยชน์ที่พึงได้ เพราะเกรงจะล้ำหน้า หรือตนเสียประโยชน์ส่วนตน มีการนำข้อมูลที่ได้เพราะอยู่ในตำแหน่งหน้าที่ หรือใช้ตำแหน่งหน้าที่ หรือทรัพย์สินอื่นของราชการ ไปเซ็งลี้หาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองและพวกพ้อง หรือส่งงานให้กับบริษัทที่ตนเองเกี่ยวข้องในทางที่ไม่เปิดเผย เช่นใช้รถยนต์หลวง ใช้เครื่องบินหลวง ฯลฯ แล้วยังตามไปรับผลประโยชน์ในภายหลัง ที่เห็นโดยเปิดเผย ก็เช่น อดีตรัฐมนตรีหรือข้าราชการระดับสูงบางคน ไปกินตำแหน่งที่ปรึกษาบริษัทบางแห่งในเงินเดือนที่สูงมาก ซึ่งเกิดขึ้นไม่ใช่แต่ในประเทศไทยเท่านั้น เป็นเรื่องสากลเลยทีเดียว ส่วนที่ไม่เปิดเผยก็มีอีกมากมาย ความแยบยลจะขึ้นอยู่กับความสามารถพลิกแพลงเฉพาะตัว และต้องการจะปิดบังมากน้อยเพียงใด เร่ื่องระหว่างองค์กรและระหว่างบุคคล ในโลกธุรกิจ บางครั้งผลประโยชน์ทับซ้อนไม่ได้แสดงออกมาอย่างโต้งๆ ในรูปของประโยชน์ที่บุคคลได้รับโดยตรงในทันที แต่วกวนผ่านองค์กรที่ตนมีผลประโยชนสูงกว่า ตัวอย่างเช่น เรื่องการจัดอันดับตราสาร สมัยก่อนฟองสบู่สหรัฐอเมริกาแตก ปี 2008/๒๕๕๑ ที่บริษัทจัดอันดับตราสารถูกวิพากย์วิจารณ์ว่าเอนเข้าข้างผู้ว่าจ้าง โดยจัดอันดับตราสารอนุพันธ์ดีเกินจริง เพราะถ้าจัดอันดับให้ไม่ดี คงไม่ได้งานครั้งต่อไป ในเมืองไทย เคยมีกรณีที่ กบข. ลงทุนในบริษัทจัดอันดับตราสารหนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผลประโยชน์ขัดกันได้ เพราะ กบข. เป็นผู้ลงทุนที่ต้องดูอันดับตราสารประกอบการลงทุน จึงเหมือนจัดเอง ลงทุนเอง แม้ว่า กบข.จะไม่ได้มีส่วนรู้เห็นโดยตรงในการจัดอันดับก็ตาม แต่ที่เคยลงทุนไปก็เพราะต้องแลกเรื่องนี้กับเรื่องส่งเสริมการมีผู้จัดอันดับหลายๆ ราย เพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจเลืือกตราสารในการลงทุนเช่นเดียวกัน แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป บริษัทจัดอันดับแห่งนั้นตั้งตัวได้มั่นคงแล้ว และแทบจะกลายเป็นเจ้าเดียวในตลาด คำถามจึงย้อนกลับมาว่า การถือหุ้นอยู่ต่อไป เป็นการมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ และกลับกลายเป็นสนับสนุนให้เกิดโมโนโปลีในตลาดการจัดอัันดับตราสาร ใช่หรือไม่ ในวงการลงทุนอีกเช่นกัน ระยะหนึ่งเคยพบว่าบางผู้จัดการกองทุน ลงทุนเงินที่รับบริหารจัดการในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ เฉพาะในกองทุนที่บริษัทตนเองเป็นผู้จัดตั้งเท่านั้น บริษัทจึงได้รายได้สองต่อ คือต่อแรกจากการจัดการลงทุน และต่อที่สองจาก front end fee ในฐานะผู้ออกกองทุน หลายเร่ื่องที่กล่าวมานี้มีทางออก แต่จะทำหรือไม่ และทางออกนั้นๆ จะเป็นที่ยอมรับของสมาชิกในองค์กรที่เกี่ยวข้องหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องถกกันเป็นอีกประเด็นหนึี่งต่างหาก ถ้ารับกันก่อนว่า conflict of interest นั้นมีอยู่ ถ้าไม่มี ก็ไม่จำเป็นต้องถกเรื่องทางออกให้เสียเวลา

ดุลยภาพ ดุลยพินิจ

มติชนรายวัน 29 พฤศจิกายน 2556

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s