พลับพลา สถานีรถไฟบางปะอิน

พลับพลา สถานีรถไฟบางปะอิน

(Royal Hall at Bang Pa-in Railway Station)

 

L1000325L1000296

ป้ายบอกว่า “พลับพลาสถานีรถไฟบางปะอิน”

สถานีพิเศษแห่งแรก ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น เพื่อเป็นที่ประทับเมื่อเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานมาประทับแรมที่พระราชวังบางปะอิน

ตัวพลับพลาสร้างด้วยไม้สักทั้งหลังตามแบบสถาปัตยกรรมตะวันตก เหนือประตูหน้าต่างประดับกระจกสีจากอิตาลี

เส้นทางรถไฟสายแรกของประเทศ คือสายกรุงเทพฯ – นครราชสีมา เมื่อทางรถไฟมาถึงอยุธยาได้มีพิธีเปิดเดินรถอย่างเป็นทางการ ในวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๔๓๙ และได้ทรงเปิดพลับพลาแห่งนี้ด้วย

ยังไม่ทันถอดรองเท้าก้าวเข้าไปภายในเลย เพียงแค่ประตูด้านมุขเปิดออกมาเผยให้เห็นห้องโถงภายในอาคาร คนหนึ่งก็อุทานว่า “เป็นบุญตา”

เรายืนบนพื้นไม้แผ่นโตกลางห้องโถงน้อยๆ มองไปรอบตัว กระจกแบบสเตนกลาส (stained glass) ที่ประดับบานประตู บานหน้าต่างทุกบาน และช่องแสงทุกช่อง ต้องแสงแดดแรงยามสาย งามจับตาจริงๆ

ผนังเป็นไม้ตีซ้อนกันเป็นเหลี่ยมมุม เดินทอง แหงนมองเพดานเห็นดาวสีทองประดับบนพื้นสีฟ้าดูพร่างพราย วิจิตรบรรจงไปทุกแง่ทุกมุม

L1000317L1000302

L1000312L1000311

พลับพลาสถานีแห่งนี้ได้รับการดูแลไว้ดีพอสมควร

เจ้าหน้าที่การรถไฟบอกว่า อาคารนี้เป็นโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนแล้ว

ข้อดีของการขึ้นทะเบียนนั้นมีอยู่ คือทำให้ดัดแปลง ปรับปรุง รื้อถอนตามใจชอบไม่ได้

ข้อเสียของการขึ้นทะเบียนก็มีอยู่ คือจะทำอะไรกับโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนสักที ต้องรอกรมศิลปากร

บางแห่งถึงกับบอกว่าไม่อยากขึ้นทะเบียน เพราะทำให้อาคารที่ขึ้นทะเบียนทรุดโทรมเร็วขึ้น เนื่องจากว่ากรมฯ มีงานล้นมือ บางครั้งเรื่องเล็กกลับบานปลายกลายเป็นเรื่องใหญ่โตเพราะรอนานเกินไป เช่นพระอุโบสถบางแห่งเจอฝนรั่ว กว่าจะถึงจังหวะมาซ่อมความชื้นก็ลามทำลายจิตรกรรมฝาผนังงามๆ ไปมากเกินเยียวยา

ที่นี่ก็เห็นรอยน้ำกลางพื้นห้อง สงสัยเคยมีน้ำซึมลงมาจากรอยรั่วบนหลังคาเหมือนกัน

ชายคาไม้ฉลุ ประดุจมี “ลูกไม้” ติดชายคา ชวนให้นึกถึงวัดนิเวศธรรมประวัติที่อยู่ในบางปะอินเช่นกัน

IMG_0520IMG_0508

IMG_0512IMG_0509

วัดนิเวศธรรมประวัติเป็นวัดไทย แต่พระอุโบสถเป็นสถาปัตยกรรมแบบโบสถ์สไตล์โกธิค สร้างสมัยรัชกาลที่ ๕ เช่นกัน แต่สร้างก่อนพลับพลา คือเสร็จในปี พ.ศ. ๒๔๒๑

กระจกสีในพระอุโบสถไม่มีลวดลายประดับประดาอ่อนช้อยงดงามแบบที่พลับพลา แต่ยามแสงแดดส่องผ่านกระจกเข้ามาตกต้องพื้นในพระอุโบสถ ก็สร้างแสงหลากสีให้ความแจ่มใสกับบรรยากาศภายในได้อย่างชวนพิศ

นอกจากนี้ผู้ที่ไปชมวัดจะได้เห็นกุฏิและเรือนต่างๆ อีกหลายหลัง ซึ่งสร้างในยุคสมัยเดียวกับพระอุโบสถและพลับพลาสถานีบางปะอินด้วย

ข้อเสนอแนะ

พินิจลายดอกไม้ ผลไม้ หลากสีหลายพรรณ ที่ระย้าย้อยอยู่บนกระจก พบว่าบางช่อสีสันสดใส บางช่อสีซีดจาง บางช่อสีเลือนไปแล้ว สงสัยว่่าซีดเพราะเจอแดดกระทบตรงๆ ทุกวันมาร้อยปี

L1000319

ตั้งคำถามกับตนเองว่า น่าจะทำอะไรได้อีกบ้างเพื่อรักษาอาคารหลังนี้ไว้ให้อนุชนได้ชม อย่างที่เราได้ชมกันอยู่ในวันนี้

คนเราอายุ ๑๐๐ ปี นับว่าเฒ่าแล้ว เจอแดดแรงก็ป่วย ฝนมาก็เป็นหวัด ต้องคอยถนอมสุขภาพอันบอบบางไว้ให้ดี

อาคารไม้อายุกว่า ๑๐๐ ปี ก็น่าจะได้รับการปกป้อง ระวังแดด ระวังฝน ในทำนองเดียวกัน

เรือนเล็กขนาดนี้ถ้ามีหลังคาคลุม มีที่บังแดดไม่ให้ส่องตรงๆ ก็น่าจะดี

อีกทางหนึ่งก็จินตนาการเห็นอาคารใหญ่มากๆ ออกแบบอย่างต้องการให้คุ้มครองมากกว่าเด่นด้วยตนเอง สร้างคลุมครอบอาคารเล็กหลังนี้และบริเวณรอบๆ เอาไว้ และมีนิทรรศการต่างๆ รอบๆ บริเวณ เป็นศูนย์การเรียนรู้เกี่ยวกับการคมนาคมขนส่งสมัยก่อสร้างทางรถไฟสายแรก เช่น ชักลากซุง และนำเหล็กที่ต้องใช้ฝ่าป่าฝ่าดงมาอย่างไร รถไฟสมัยต้นๆ ใครโดยสาร ขนสินค้าอะไรอีกบ้าง ขนอย่างไร ซึ่งนำพาไปให้รู้เกี่ยวกับชีวิตผู้คนในอยุธยาสมัยเริ่มเดินรถ ฯลฯ

สร้างกิจกรรมให้ความรู้เพื่อดึงดูดผู้คนเข้ามา ก็จะได้กลุ่มคนที่สนใจเรียนรู้มาชม อาคารก็จะไม่เหงา และได้รับการรักษาดูแลใกล้ชิดยิ่งขึ้น

ใครจะทำได้ล่ะ

การรถไฟคงต้องคิดหนัก ในเมื่อกิจการเดินรถยังขาดทุนอยู่ทุกปี ศูนย์การเรียนรู้ที่ไม่ได้กำไรคงได้ลำดับความสำคัญที่ต่ำมาก

L1000308

L1000309

พระเกี้ยวติดอยู่บนผนังเหนือประตู และหน้าต่าง ชวนให้นึกถึงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนึกเลยไปถึงสมาคมสถาปนิกสยาม

นึกถึงศูนย์การเรียนรู้ก็นึกถึงศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC)

นึกถึงวัสดุก่อสร้าง ก็นึกถึง เอสซีจี ที่ก่อกำเนิดมาในยุคนั้น

นึกถึงงบประมาณ และผู้จะได้ประโยชน์โดยตรงในการมีแหล่งเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ในพื้นที่ ก็นึกถึงผู้ว่าราชการจังหวัด/ อบจ. / อบต.

ถ้าทำได้อย่างฝัน รฟท. ก็จะเปลี่ยนบทบาทจากการเป็น “ปู่โสม” ไปเป็นเจ้าของสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และให้ความรู้ กิจการนี้ก็อาจจะเลี้ยงตนเองได้แม้ไม่มีกำไรเป็นกอบเป็นกำ

ได้แต่ฝัน และรู้ว่าคงมีคนคัดค้านความฝันนี้ด้วยเหตุผลอื่นๆ คัดค้านก็ไม่เป็นไร ขอให้ฝันมาอีกหลายๆ เวอร์ชั่นก็แล้วกัน  แล้วก็ช่วยกันส่งความฝันถึงผู้มีอำนาจจะสั่งสมอง สั่งงาน สั่งเงิน ให้เดินหน้า

หน้าที่นายวงนี้น่าจะเป็นของการรถไฟ และกระทรวงคมนาคม

จึงขอฝากด้วยค่ะ

กันยายน ๒๕๕๖

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s