ตลาดเสาไห้ จ. สระบุรี

ตลาดสาวไห้

เสาไห้มีตำนานว่าต้นซุงเดินทางมา แต่ช้าไป ไม่ทันได้นำไปสร้างโบสถ์ จึงร้องไห้

ตลาดที่บ้านต้นตาล มีเกี๊ยวกรอบ ๑๐๐ ปี  ส. พาณิชย์ อร่อยดี

วันที่ไปถึงเป็นเวลาใกล้บ่าย ๓ โมง คนที่นั่นบอกว่าเร็วเข้า เดี๋ยวร้านปิด ร้านที่นี่ปิดไม่เปิดกลางค่ำกลางคืน

รี่เข้าร้าน รับประทานเกี๊ยวกรอบผัดไทย ฯลฯ เกี๊ยวบางกรอบ อร่อยดี แต่ที่ติดใจที่สุดคือตัวตลาดนี่เอง

สาวไห้

คือถนนสั้นๆ หนึ่งสาย มีอาคารพาณิชย์เป็นเรือนไม้ เรียงสองฟาก รูปทรงของอาคารทุกหลังร่วมสมัยกัน ด้านหลังของห้องแถวด้านหนึ่ง แลเห็นแม่น้ำ และมีร่องรอยของน้ำท่วมบ้านชั้นล่างให้เห็น

Photo-0019

สถานีตำรวจที่นี่ เป็นอาคารไม้แบบที่เห็นเจนตาสมัยหนึ่ง ก่อนที่จะถูกรื้อสร้างใหม่เป็นอาคารคอนกรีตแบบที่เห็นเจนตาสมัยนี้

กว่าจะรับประทานอาหารเสร็จ ร้านขายเครื่องจักสานที่หมายตาไว้ก็ปิดเงิียบไปแล้ว เหลือร้านขายขนมหวาน และร้านขายของกระจุกกระจิกอีกหนึ่งแห่ง เราได้ข้าวสารเสาไห้ติดไม้ติดมือกลับบ้านกันคนละถุงสองถุง

เรือนไม้สองข้างให้อารมณ์เหมือนได้เดินย้อนเวลากลับไปอดีต เป็นอดีตที่ไม่ได้สร้างขึ้นมาใหม่ เพราะเป็นปัจจุบันที่สามารถหยุดเวลาไว้ได้ ในขณะที่ชุมชนอื่นทิ้งกาลเวลาไว้ แล้ววิ่งตามสมัยไป

ขณะนี้มีหลายพื้นที่ท่องเที่ยว ผู้ประกอบการสร้างอาคารย้อนยุคเป็นจุดขาย ทว่าอาคารเหล่านั้นเหมือนได้เพียงรูปลักษณ์เผินๆ ขาดอารมณ์และวิญญาณของผู้คนที่มากับเมืองแบบเดิม

ถนนสายนี้ที่เสาไห้ชวนให้นึกถึงถนนบางสายในคานาซาวะ และถนนในเมืองทาคายามะ

ความเล็กกระทัดรัดและความสวยเงียบๆ ที่แฝงร้านค้าปรับปรุงใหม่แต่คงรูปลักษณ์เดิมอย่างมีรสนิยม สินค้าน่าสนใจ ทำให้ถนนเหล่านั้นยังแจ่มชัดอยู่ในใจจนวันนี้

ถนนขนมหวานนิชิชะยะ ถนนย่านซามูไร คานาซาวะ ถนนที่ทาคายามะ

IMG_7233

IMG_7616 IMG_7458 IMG_7241 IMG_7240 IMG_6780

เมื่อปรารภว่าที่นี่จะเปลี่ยนไปอย่างไร้ทิศทาง เมื่อนักท่องเที่ยวมากขึ้น เพื่อนบอกว่า คนที่นี่เขาอยู่กันแบบนี้ และคงไม่ขายให้ใครรื้อไปสร้างตึกแถว

แอบค้านในใจ เมื่อรุ่่นลุงพ่อปู่ย่าตายายล่วงลับไป เมื่อผู้ประกอบการต่างถิ่นเข้ามา เราจะไม่เห็นสิ่งเหล่านี้อีก เพราะสิ่งที่จะตามมาคือชุมชนที่แตกสลายไปแล้ว กลายเป็นร้านค้าขายของที่ระลึกราคาถูกๆ  หรือเมื่อชุมชนได้ อบต. ที่ขยันเกินเหตุ ก็อาจจะเกิดเหตุได้ดังเช่นเกิดขึ้นไปแล้วกับหมู่บ้านสะเทินน้ำสะเทินบก ซึ่งไม่เหมือนที่ใด ไม่มีที่ใดเหมือน

ศ. ดร. นิจ หิญชีระนันทน์ ในปาฐกถาชุด “สิรินธร” ชุดที่ ๒ ครั้งที่ ๙ เรื่อง “สถาปัตยกรรมไทย” ๒๗ ตุลาคม ๒๕๓๖ เล่าไว้ว่า         ตลาดบางลี่ อ. สองพี่น้อง สุพรรณบุรี “ประกอบด้วยบ้านที่อยู่อาศัยกับห้องแถวประกอบการพาณิชย์ ทุกหลังสร้างขึ้นเป็น ๒ ชั้น เพื่อให้ใช้ได้ทั้งหน้าแล้งและหน้าน้ำ ด้วยเหตุนี้ จึงมีครัวและห้องน้ำอยู่ชั้นบน มีระเบียงกว้าง ต่อเนื่องและดินติดต่อถึงกันหมดทั้งบ้าน ร้านตลาด และอื่นๆ หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำ ชาวบ้านทุกครอบครัวมีชีวิตอยู่กับน้ำและยอมให้น้ำอยู่กับคน เพราะจะมีน้ำท่วมหมู่บ้านอยู่ครึ่งปี ในหน้าน้ำพื้นชั้นล่างหายไปใต้น้ำ รถจะถอยออกไป เปิดทางให้เรือเข้ามาแทนที่ ชีวิตประจำวันตลอดจนการติดต่อและการซื้อขายจะกระทำกันที่พื้นชั้นบน ครั้นน้ำลดจนแห้งในหน้าแล้ง ถนนจะโผล่ขึ้นมา เรือจะถอยออกไป เปิดทางให้รถวิ่งเข้ามาแทนที่ ทุกครอบครัวย้ายลงมาดำเนินชีวิตที่พื้นชั้นล่าง

วิถีชีวิตครรลองนี้เป็นที่ยอมรับกันตลอดมาอย่างผาสุกนับร้อยปี จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อสิบกว่าปีมานี้ ก็มีขบวนรถบรรทุกนำดินเข้ามาถมพื้นหมูบ้านแห่งนี้ตามความประสงค์ของคนกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นผู้นำในการตัดสินใจที่จะเปลี่ยนวิถีชีวิตให้เหมือนกับที่อื่นๆ

จุดนี้จึงเป็นอวสานของหมู่บ้านอันมีเสน่ห์แห่งนี้” (หน้า ๑๑๔ – ๑๑๕)

“ยังมีหมู่บ้านอีกแห่งหนึ่ง … ที่ตำบลท่าขนอนในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตั้งอยู่ในท่ามกลางเทือกเขาที่ล้อมอยู่เกือบรอบด้าน (อำเภอคีรีรัฐนิคม) … ดังนั้น เมื่อฝนตกเพียงชั่วข้ามคืนก็จะเกิดน้ำท่วมได้เสมอ ด้วยเหตุนี้หมู่บ้านจึงประกอบด้วย “แพบก” … เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวตั้งอยู่บนบก แต่มีแพลูกบวบไม้ไผ่รองเป็นฐานอยู่ข้างล่าง บ้านแต่ละหลังผูกอยู่กับเสายาวด้วยห่วงกลม บ้านลอยขึ้นได้เมื่อน้ำท่วม และกลับลดลงสู่รพื้นดินเองเมื่อน้ำลด นับเป็นตัวอย่าง… ของการปรับวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ให้สอดคล้องกับสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ”

ในวัดที่ติดกับตลาดซึ่งคงจะเป็นที่จอดรถสำหรับคนมาเที่ยวตลาดด้วย เห็นกุฏิหลังงาม เว้นจากเรือนของทางราชการที่ยังไม่ได้รื้อ กฺุฏิอาจจะเป็นที่อยู่อาศัยร่วมยุคกับชุมชนอย่างเดียวที่ยังได้รับการ “อนุรักษ์” ไว้ในทุกจังหวัดของประเทศโดยที่ไม่ตั้งใจ คืออยู่รอดมาเพราะยังไม่ได้เปลี่ยน

เสาไห้ กำแพงวัด

อาคารบ้านเรือนร้านค้าในเสาไห้ ช่วงตั้งแต่สถานีตำรวจจรดกำแพงวัด มีแม่น้ำเป็นวิวเปิดสำหรับอาคารด้านที่เรียงอยู่ริมน้ำ สมบูรณ์แบบที่จะบูรณะและพัฒนาเป็นถนนอนุรักษ์สไตล์โก้ โดยไม่ต้องพยายามสร้างย้อนยุค เพราะอาคารอยู่ในยุคแล้ว

ได้แต่นึกอยากให้ลูกหลานคนในพื้นที่กลับมาวิวัฒน์พื้นที่ของถนนน่ารักสายนี้ให้เข้ากับวิถีร่วมสมัยของตัวเขาเอง ก็จะเป็นแหล่งรายได้ที่ดี ชุมชนก็จะยั่งยืนพร้อมคงเสน่ห์เดิมไว้ได้ในโลกสมัยใหม่

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s