ไทยในสังคมอาเซียน

DSC_4432

คุณภาพชีวิตของคนไทยดีีกว่าหลายประเทศในอาเซียน แต่ว่าคุณภาพของคนไทยดีหรือไม่ในการแข่งขันในเวทีอาเซียน และประเทศไทยมีจุดเด่นจุดอ่อนใดในเวทีนี้ เป็นเรื่องที่น่าคำนึงถึง ปัญหาเด่นๆ ของเศรษฐกิจไทยในเวลานี้คือ ข้อแรก เราผลาญทรัพยากรของเราอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มตัวเลขความเติบโตของภาคเกษตร ประมง อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว เป็นการแย่งชิงประโยชน์ใช้สอยจากที่ดินที่มีจำกัด … พื้นที่เกษตรรุกรานพื้นที่ป่าไม้ ประมงขนาดใหญ่ทำลายทรัพยากรทางทะเล และประมงชายฝั่ง อุตสาหกรรมชิงพื้นที่และแหล่งน้ำจากภาคเกษตร ภาคเกษตรชิงน้ำแหล่งน้ำจืดเพื่อการบริโภค การท่องเที่ยวชิงพื้นที่ชายฝั่งจากป่าโกงกาง และพื้นที่ป่าเขา ท่าเรือชิงพื้นที่กับแหล่งอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ข้อสอง เราขายทุกอย่างเพื่อเพิ่มตัวเลขทางเศรษฐกิจ และพึ่งพิงต่างประเทศในความเป็นดีอยู่ดี จนถึงขั้นเป็นทาสเงินตรา ที่พูดกันว่ากินอยู่อย่างพอเพียง เป็นเพียงคำพูดสวยๆ… คนเมืองชิงพื้นที่จากกลุ่มคนพื้นเมืองดั้งเดิม รุกไล่คนที่เคยอยู่อย่างอิสระ ให้กลายเป็นคนชายขอบ คนในประเทศขายที่ดินให้ต่างประเทศไปทำสวนปาล์ม ทำนาข้าว ทำนากุ้ง ทำรีสอร์ต ทำบ้านจัดสรร ฯลฯ กระทั่งเป็นแค่นอมินีให้คนต่างชาติก็ยอมอย่างยินดี วันหนึ่งอาจเกิดกรณีว่า ประเทศไทยนั้นในน้ำยังมีปลา ในนา ยังมีข้าว และเราเป็นครัวโลก แต่ว่าไม่ใช่สำหรับคนไทย เพราะเจ้าของที่ดินที่เป็นต่างชาติส่งออกไปหมด ความมั่นคงด้านอาหารที่เคยเป็นตาข่ายรองรับคนไทยในยามยากจะหมดสิ้นไป ข้อสาม คุณภาพชีวิตต่ำลง มีสารพิษทั่วไปในสภาพแวดล้อม … ในอากาศ (หมอกควันทางภาคเหนือ และฝุ่นละอองจากอุตสาหกรรมและรถยนต์ ที่สร้างปัญหาต่อสุขภาพของพลเมืองในอนาคต) ในน้ำ(จากสารเคมีในอุตสาหกรรม และการเกษตร ที่ปนเปื้อนลงในแม่น้ำลำคลอง ที่เป็นแหล่งน้ำจืดสำหรับบริโภคด้วย) ในดิน (จากขยะมีพิษ และน้ำปนเปื้อนที่ซึมลงใต้ดิน) ในอาหาร (สารพิษตกค้างในพืชผักผลไม้ สารเร่งการเติบโตในเนื้อสัตว์ และสารที่ไม่พึงบริโภคที่นำมาใช้ในเป็นส่วนประกอบของอาหาร ฯลฯ) เป็นแหล่งระบายขยะของโลก ด้วยสินค้าต่ำมาตรฐานทั้งจากผู้ส่งออกของไทยเอง และผู้ผลิตในต่างประเทศ ข้อสี่ แรงงานขาดแคลน แต่… นายทุนกลับเร่งขยายตัวในอุตสาหกรรมที่เน้นแรงงานราคาถูก แทนการลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อจ้างคนงานมีฝีมือมากขึ้น ครัวเรือนไม่ปรับวิถีชีวิตรับการขาดแคลนแรงงาน รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมภาคเศรษฐกิจที่พึ่งแรงงานจำนวนมาก เช่น การแพทย์ การเป็นที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุ (ดังที่มีหนังสือคู่มือการมาเกษียณในเมืองไทย ซึ่งถูกกว่าอยู่ในประเทศตนเองมาก เหมือนได้ลดแลกแจกแถม) เราเป็นประเทศที่การจ้างงานเต็มที่ (คนที่ไม่มีงานทำส่วนมากเพราะเลือกงาน) จนต้องนำเข้าแรงงานต่างด้าวที่ไม่มีทักษะ ทั้งถูกและไม่ถูกกฎหมาย มีผลพลอยเสียหลายอย่าง เช่น 1. คนต่างด้าวจำนวนมากมาอยู่เป็นกลุ่ม และถูกกีดกันจากวัฒนธรรมไทยกระแสหลัก สร้างวัฒนธรรมซ้อนในสังคมไทย ที่อาจนำไปสู่ความร้าวฉานในระยะต่อไป 2. ผู้ที่เข้ามาอย่างผิดกฎหมาย ถูกข่มเหง 3. เป็นการเพิ่มผู้ที่จะสมทบกันสร้างความไม่สงบในสังคมโดยจับผู้กระทำผิดได้ยาก 4. นำโรคติดต่อที่เราเคยปราบได้แล้ว กลับมาใหม่ ข้อห้า การศึกษาอ่อนแอมาก แม้ว่านโยบายของรัฐจะให้การศึกษานานขึ้น แต่ว่าตัวเลขการวัดผลสัมฤทธิ์ทางด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ของประเทศตกต่ำต่อเนื่อง ทำให้ไม่อาจพัฒนาสินค้าอิงปัญญาได้มากนัก การพัฒนาอุตสาหกรรมและการเพิ่มผลผลิตต่างๆ พึ่งพิงทุนและเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ข้อหก ธุรกิจไทยถูกครอบงำโดยทุนจากต่างประเทศ ที่เข้ามาอย่างง่ายในแทบทุกวงการ ด้วยการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพกว่า และเครือข่ายที่กว้างกว่า จนกระทั่งในที่สุดทุนไทยอาจเหลือแค่กิจการยักษ์ใหญ่บางแห่งที่มีกำลังพอจะแสวงหาโอกาสทางธุรกิจไปทั่วภูมิภาค กับทุนเล็กทุนน้อยในพื้นที่เท่านั้น ข้อเจ็ด รัฐบาลไทยแก้ปัญหาหลายเรื่องที่มีผลกระทบถึงภาคการผลิตบางภาค โดยไม่มีวิธีการช่วยเหลือเกื้อหนุนให้ปรับตัวได้ เช่น เปิดให้นำเข้ากระเทียม น้ำมันปาล์ม และมะพร้าว ฯลฯ จนเกษตรกรไทยหลายรายต้องละทิ้งอาชีพเดิม อาจจะดีในแง่ที่ผู้บริโภคได้สินค้าราคาถูกลง (แต่ต้องหวังว่าคุณภาพไม่ได้ด้อยลง) แต่ว่าเสียในแง่ที่เราลดความมั่นคงด้านอาหารลงมา เรื่องนี้และเรื่องอื่นๆ โยงใยไปถึงการไม่มองการไกล หรือร้ายแรงกว่านั้นคือความฉ้อฉล เห็นผลประโยชน์ตนอย่างเดียว ซึ่งกัดกินประเทศได้ทั้งประเทศ โดยสรุปก็คือ ประเทศไทยนี้ดีมีเสน่ห์ในสายตาของต่างชาติคือสินค้าต่างประเทศเป็นที่นิยมไม่ว่าสินค้าอุปโภค บริโภค ตลอดจนหนังสือที่มีหัวนอกก็เป็นที่นิยมเช่นกัน คนต่างชาติที่จะเข้ามาทำมาหากินอย่างถูกต้องและไม่ถูกต้องตามกฎหมายได้รับการต้อนรับ ค้าขายได้เสรี ทำมาหากินได้เสรี เงินทุนเคลื่อนย้ายไปมาได้เสรี เงินทุนที่เข้ามาไม่เคยถูกกักไว้ เมื่อต้องการส่งออกก็ส่งได้เสมอ แต่่ว่าเราจะทำให้ดียิ่งขึ้นสำหรับประเทศหรือไม่ ด้วยการให้ทุกอย่างที่เสรีนั้น อยู่ในมาตรฐานที่ดีพอทางด้านสุขอนามัย และความปลอดภัย โดยมีประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง ประเทศใดที่รัฐไม่ใส่ใจคุ้มครองสังคมตนเอง ตลาดของประเทศนั้นจะกลายเป็นถังขยะของโลกที่สินค้าต่ำคุณภาพเข้ามาขายได้ คนต่ำคุณภาพเข้ามาอาศัย อุตสาหกรรมที่ไม่มีใครต้องการเข้ามาใช้เป็นฐานการผลิต และทุนที่เข้ามาเร็วและไปเร็วเข้ามาแสวงโชคระยะสั้นๆ ไม่เหลือสิ่งเป็นคุณไว้ให้กับประเทศ ส่วนที่เป็นรูปธรรมที่สุดที่เกิดขึ้นเร็วและแรงในตอนนี้คืองบประมาณภาครัฐที่ขอได้สะดวก ถ้ามีคำว่า เออีซี ห้อยท้ายโครงการ ที่เห็นเด่นชัดที่สุดคือ มุ่งทุ่มเงินงบประมาณและเงินกู้ลงไปในการลงทุนด้านการขนส่ง นัยว่าเพื่อเชื่อมทั้งภูมิภาคเข้าด้วยกัน แต่เราจะเป็นฮับกระจายสินค้า ฐานการผลิตสินค้า ฯลฯ หรือไม แค่ไหน อย่างไร อยู่ที่การกำหนดนโยบายและท่าทีของรัฐและเอกชนในอนาคต อีกประเด็นหนึ่งก็คือ เมื่อการตระหนักรู้เกี่ยวกับประชาคมสูงขึ้น เราพร้อมจะเปลี่ยนตนเองให้เป็นผู้ออกไปแสวงหาโอกาส หรือว่าจะคงบทบาทของการเป็นผู้รออยู่ในประเทศดังเดิม ดร.สมเกียรติ ประธานสถาบันเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (หนังสือพิมพ์ โพสต์ ทูเดย์ วันเสาร์ที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๕) ระบุว่า ปัจจัยน่าห่วง ๔ ประการของประเทศไทย คือ 1. พึ่งพิงส่งออก อุตสาหกรรมที่ไม่มีเทคโนโลยีของตนเอง และพึ่งพิงแรงงาน(ราคาถูกๆ จากต่างประเทศ) 2. การศึกษาที่คุณภาพแย่ลงๆ 3. คอรัปชั่นที่มากขึ้นๆ 4. การขาดดุลงบประมาณของรัฐบาล โดยแต่ละรัฐบาลแข่งกันนำเงินไปใช้ตามนโยบายประชานิยมมากขึ้นๆ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s