งานกำฟ้า

H2

พวนในประเทศไทย หรือที่บางทีเรียกว่า ไทยพวน ในหลายจังหวัด ทั้งทางภาคเหนือ อีสาน และภาคกลาง จัดงานกำฟ้าขึ้น เป็นงานสำคัญประจำปี

ตั้งแต่คืนก่อนหน้า หรืออย่างช้าก็เช้าวันสุกดิบของวันกำฟ้า ชาวบ้านจะเผาข้าวหลาม ช่วงเวลานั้นใครที่เดินผ่านหมู่บ้านจะเห็นควันลอยขึ้นมาจากแทบทุกบ้าน

การทำข้าวหลามเป็นเรื่องง่าย วัตถุดิบมีอยู่ในหมู่บ้านอยู่แล้ว

วันต่อมาเป็นวันทำบุญ ก็จะใส่บาตรด้วยข้าวหลามที่ทำกันเองในแต่ละบ้าน และหาบสำรับกับข้าวคาวหวานไปวัด (พาคาว พาหวาน)

“วันกำฟ้าเป็นวันที่ชาวพวนหยุดประกอบการงานทั้งปวง บางแห่ง บางตำบลถือเอาเดือน ๓ ขึ้น ๓ ค่ำเป็นวันกำฟ้า … บางแห่งถือเอาวันที่ฟ้าร้องครั้งแรกในเดือน ๓ เป็นวันกำฟ้า”

“ฟ้าร้องครั้งแรกในเดือน ๓ นั้น เป็นประเพณีที่ไม่สามารถจะเตรียมตัวได้ล่วงหน้า ในสมัยโบราณ … อยู่กันเป็นหมู่เป็นเหล่ามีหัวหน้าหมู่ปกครองเรียกว่า ‘กวานบ้าน’ … กวานบ้านได้ยินเสียงฟ้าร้องครั้งแรกก็ต้องรีบไปถามคนหูตึงของหมู่บ้านน้ั้นว่า ‘ได้ยินเสียงฟ้าร้องไหม’ ถ้าคนหูตึงว่าไม่ได้ยิน ไม่ประกาศให้กำฟ้า ถ้าคนหูตึงบอกว่าได้ยินฟ้าร้อง กวานบ้านจะต้องประกาศให้หมู่บ้านมีพิธีกำฟ้าโดยทันที การที่เอาคนหูตึงเป็นผู้ฟังเสียงฟ้าร้องเป็นหลักเกณฑ์นั้น คงเพื่อต้องการให้ฟ้าร้องดังๆ ได้ยินกันทั่วถึงนั่นเอง…”

“…ก่อนจะเข้านอนในคืนฟ้าร้องตามที่กวานบ้านประกาศให้ทราบนั้น เจ้าของบ้านจะร้องประกาศแก่สัตว์เลี้ยงของตนว่า ‘วัวความเอย กำฟ้าเน้อ อย่าได้อึกทึกครึกโครมแต่บัดนี้ไปจนรุ่งขึ้นพระอาทิตย์ตกจึงมัน’ (‘มัน’ แปลว่า ‘พ้นเขต’)

ต่อจากกำฟ้าวันแรกไปอีกสัก ๗ วัน จะ…เตรียมของคาวหวาน ข้าวหลามข้าวต้มไปแจกจ่ายญาติพี่น้องคนมักคุ้นนับถือ พอตกบ่ายก็มีการเสพสุราอาหารรวมพวกรวมหมู่กันเป็นที่ครึกครื่้น ต้องหยุดทำงานกันทุกคนเพื่อไปสนุกสนานกัน”

IMG_9118

IMG_9070

“คำว่า ‘กำ’ ในที่นี้แปลว่า ‘ถือ’ เช่นในคำว่า ถือศีล ถือบวช …เป็นต้น สำหรับคำว่า “ฟ้า” นั้น มีความหมายเป็นสองนัย …

คำว่า “ฟ้า” นัยแรก… มีนิยายเล่าต่อๆ กันมาว่า นานมาแล้ว … เจ้ามหาชีวิตของชาวพวนพระองค์หนึ่งประชวรหนัก โหรทำนายว่า ต้องถือศีลกินเพล ๗ วัน จึงจะหายจากโรคได้ และในขณะเดียวกันมวลพสกนิกรจะต้องหยุดประกอบกิจการงาน และสิ่งเอิิกเกริกทั้งหายส้ิน ดังคำหมอลำว่า ‘เหล็กไม่ให้ต้อง ฆ้องไม่ให้ตี’

ด้วยเหตุนี้ เมื่อถึงเดือน ๓ ขึ้น ๓ ค่ำ อันเป็นวาระครบรอบปีของเหตุการณ์นั้นมาถึง ชาวพวนทั้งหลายจึงมีพิธีกำฟ้า และพากันหยุดงานการทั้งปวง เป็นประเพณีสืบต่อมาทุกปีจนบัดนี้

ตามความหมายของคำว่า “ฟ้า” ในนัยหลัง การกำฟ้า…หมายถึงการถือฟ้า ในแง่่ที่ว่าหยุดประกอบกิจการงานทั้งปวงเพื่อบููชาหรือแสดงคารวะต่อฟ้าเบื้องบน” (ประเสริฐ เรืองสกุล บันทึกของคุณตา)

ขึ้น ๒ ค่ำเดือน ๓ ปี ๒๕๕๖ นี้ ได้ไปเที่ยวที่วัดกุฎีทอง สิงห์บุรี เพื่อสังเกตการณ์ประเพณีกำฟ้า ก่อนวันทำบุญจริง

ผู้ใหญ่บอกว่า เผาข้าวหลามเสร็จแล้วแต่เช้า แต่บางบ้านก็ไม่ได้ทำเองแล้วเพราะตำบลบางน้ำเชี่ยวส่วนที่พวกพวนอยู่ มีทางหลวงเฉียดใกล้ หาไร่นาป่าไผ่ไม่ได้ง่ายๆ นัก และลูกหลานรุ่นโตก็ไปทำงานต่างถิ่น ประเพณีต่างๆ ก็แปลงเป็นไทยภาคกลางปนพวน

ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดกุฎีทองพานำชมการสาธิตทำข้าวหลาม และข้าวจี่ (ข้าวปั้นเสียบไม้ แล้วเอาไปปิ้ง) โดยนักเรียนของโรงเรียน

IMG_9066

อีกส่วนหนึ่งก็มีร้านค้ามาออกร้านขายของกินของเล่น แบบตลาดนัดหรืองานวัดทั่วไป

ระหว่างนั้นเทศบาลจัดให้มีพิธีอัญเชิญเทวดา รำบวงสรวง ตามมาด้้วยขบวนแห่ของนักเรียนและคนในชุมชน

วันนั้นเพิ่งพ้นจากเทศกาลตรุษจีนมา จึงครึกครื้นเป็นพิเศษด้วยเชิดสิงโตด้วย

ตกค่ำมีงานพาแลง (“พา” แปลว่า “สำรับกับข้าว” “แลง” แปลว่า “เย็น”) คือการรับประทานอาหารมื้อเย็นร่วมกัน

ได้ยินว่าวันวานทำแบบปูเสื่อ นั่งพื้น จะขัดสมาธิ พับเพียบ หรือเหยียดขาก็ตามอัธยาศัย ตั้งสำรับรับประทานกลางแจ้งอย่างสบายๆ  วันนี้เป็นโต๊ะจีนประยุกต์ กับข้าวมีทั้งไทย จีน และพวน

IMG_9110IMG_9064

ก็สนุกไปอีกแบบ แถมได้กินฟรีอีกด้วย ไม่ต้องตีตั๋วเข้างาน หรือตีตั๋วจ่ายค่าอาหาร คนที่มางานรู้จักทักทายกันได้เพราะเคยเห็นๆ หน้ากัน อยู่บ้านใกล้กัน ทำบุญวัดเดียวกัน หรือไปโรงเรียนเดียวกันมาก่อน

นวพร เรืองสกุล

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s