Perception and misconception about thai silk

Perception and misconception about thai silk

They say: Dry clean

This slideshow requires JavaScript.

What I usually do: wash in lukewarm or room temperature water, use mild detergent, handle it gently, then hang dry in shade.

Treat silk as you treat your hair, silk is from a living being as well.

They say: treat your silk before having it cut. Silk sold in shops is usually treated already.

When I buy my silk from a village, I do what a silk expert told me: soak the fabric for about 15 minute in lukewarm water, add drops of vinegar if I want my silk to look shiny.

He explained that silk weavers put powder on silk in the production process for easy weaving; soaking the fabric will wash it clean. Vinegar is acid, it will react with silk to give the shine.

They say: difficult to iron, one recommendation is to put the material in the freezer first!

What I usually do: sprinkle with water until damp, or iron while damp, use high temperature as indicated on the iron. Do not press too long. You do not roast your hair under the hair dryer by blowing only on one spot for a long time, do you?

Quality of silk yarn is the most important factor.

They say: silk is not comfortable to wear in hot weather.

Silk is supposed to be comfortable to wear in all seasons.  This feeling occurs because silk outfit is lined with synthetic fabric or having a chemical fabric iron on as backing for ease in cutting, sewing, ironing and wearing.

What I usually do: No lining or backing, if need be I have it lined with silk or wear the outfit with silk petticoat.  It is luxurious but worth it.

I do not force silk into its unnatural form such as a straight skirt or a stiff jacket. Chinese and Italian will not do such thing with their silk.

They say: we should cut it length-wise. It is technically correct (with factory made fabric).

What I usually do: I have my dress cut width-wise.  My dress hang nicely and easy to iron.

The reason lies in the construction of the fabric.  The waft is sometimes thin factory made silk, the weft is home grown and sometimes is coarser or have more plies.

Moreover, the patterns on ikat silk look more correct.

Do not forget that village silk weavers usually wear their silk width-wise and they dye the yarn to create patterns on the fabric accordingly.

If you are convinced and try to do as I have done, you may find your life a bit difficult because not many dress maker in Thailand will comply with your request.

A silk businessman once told me that he had convinced his customers but their dress makers persuade them to the contrary.

But if you insist, you will enjoy wearing silk as I do.

In the course of promoting silk, the promotion organization should give dress makers and designers a better understanding of silk particular quality before holding any design contest.  These two are the most important link in the chain of silk business.

Nawaporn Ruangskul

April 2013

ใครว่าผ้าไหมดูแลยาก

มีคำอธิบายมากมายว่าด้วยวิธีดูแลผ้าไหม จนกระทั่งคนที่ไม่เคยใช้ผ้าไหม ฟังแล้วท้อ ส่วนคนที่ทำตาม ก็ทำแล้วเหนื่อย แต่ไม่ค่อยได้เห็นเอกสารยืนยันเป็นวิชาการว่าที่แนะนำนั้นดีเพราะเหตุใด ได้แต่เชื่อๆ ทำๆ ตามๆ กันมา หรือลองผิดลองถูกกันเอง

ผ้าไหมน่าจะเป็นที่นิยมกว่านี้ ถ้าหากว่า “ผู้รู้” ออกมาฟันธงว่าควรดูแลอย่างไร

ดิฉันดูแลผ้าไหมแบบง่ายๆ และเชื่อว่าอีกหลายๆ คนที่ใช้มายาวนานจะทำแบบเดียวกัน

ง่ายๆ สั้นๆ คือ ซักโดยใช้น้ำยาอ่อนๆ อย่าขยำขยี้ หรือบิด ตากในร่ม รีดไฟแรงแบบขยับเตารีดไปทั่วๆ

แต่ ผ้าไหมต้องมาจากไหมแท้ คุณภาพดี

ตรง “แต่” นี่แหละที่ยาก

ต่อไปนี้เป็นคำอธิบายรายข้อ

*อธิบายกันว่า ผ้าไหมต้องซักแห้ง ใช้นำ้ยาซักแห้ง หรือน้ำยาซักผ้าไหม หรือซักน้ำมัน

แพงขนาดนั้น หรือยากขนาดนั้น ไม่ใช้ผ้าไหมดีกว่า

ทางเลือก– ที่บ้านซักน้ำธรรมดา น้ำอุ่นๆ ก็ได้ ใส่ผงซักฟอกอ่อนๆ

ล้างสะอาด ยกขึ้นตาก ดึงให้เรียบๆ ตากในร่มหรือไม่ตากกลางแดดเปรี้ยง

X ไม่ต้องบิด

เวลาจะทำอะไรกับผ้าไหม ให้นึกถึงผมของคุณ เพราะไหมก็เป็นเส้นใยโปรตีนจากสัตว์เหมือนกัน

จริงอยู่ ผ้าไหมอาจจะไม่เอี่ยมเรี่ยมหรือวาววับแบบครั้งแรกที่ได้มา แต่ว่าผ้าทุกชนิดก็ทำนองเดียวกันไม่ใช่หรือ

*บอกต่อๆ กันมาว่า ถ้าซื้อผ้าจากชาวบ้าน ให้นำผ้าไหมไปอาบน้ำยา และอบไอน้ำ ก่อนตัด เพื่อคงความมันวาว และผ้าไม่กระด้าง

ถ้าซื้อผ้าในร้านค้าทั่วไป เขาทำให้แล้ว

เคยเห็นคนทำผ้าไหมใช้เตารีดไอน้ำรีดให้ทั่ว แล้วบอกว่านี่ก็อบไอน้ำเหมือนกัน

ทางเลือก–ผู้ชำนาญเรื่องหม่อนไหมสอนว่า ถ้าซื้อผ้าไหมจากชาวบ้าน ให้นำผ้าไหมที่ได้มาใหม่ลงแช่ในน้ำอุ่นๆ สัก ๑๕ นาทีก่อน ผ้าจะน่ิม ถ้าต้องการให้แวววาว ก็เหยาะน้ำส้มสายชูลงไป

คำอธิบาย: ผู้ทอจะใส่แป้งระหว่างขบวนการ เพื่อให้ทำง่าย ดังนั้นการล้่างผ้าจึงเป็นการเอาแป้งออก ส่วนน้ำส้มสายชูเป็นกรด จะทำปฏิกิริยากับไหม ทำให้เกิดความวาว

*บอกต่อๆ กันมาว่า ผ้าไหมรีดให้เรียบยาก ควรนำไปแช่ตู้เย็นช่องแช่แข็งสักพัก แล้วจึงนำออกมารีด

แล้วยังมีข้อบ่นอีกว่า รีดแล้วแขวนไว้นานๆ ผ้าคืนตัว ดูยับๆ ยุ่งๆ อีก

สรุปแล้ว ส่งร้านซักแห้งดีที่สุด

ทางเลือก– ที่บ้าน บางครั้งไม่ได้รีดผ้าซิ่นด้วยซ้ำไป แค่สะบัดๆ แล้วตาก ดึงให้เรียบร้อย แต่ถ้ารีดก็จะสวยขึ้นอีก

วิธีรีด รีดตอนผ้ายังหมาดๆ ถ้ารีดผ้าที่แห้งแล้ว ต้องพรมน้ำให้ทั่ว ใช้ไฟแรงตามที่บอกบนเตารีด รีดไปๆ มาๆ อย่าแช่เตา (คุณคงไม่ต้องการปิ้งผ้าไหมให้กรอบ เหมือนเวลาคุณเป่าผม คุณส่ายที่เป่าผมไปมา ไม่แช่ไว้ที่จุดใดจุดหนึ่งนานๆ ฉันใด ก็ฉันนั้น)

ใช้เตารีดไอน้ำย่ิงดี

ผ้าไหมคุณภาพดีมองออกตอนนี้แหละ คือรีดง่าย และแขวนไว้นานๆ ก็ไม่คืนตัว ยังเรียบสวยอยู่เช่นเดิม

เวลาได้ผ้าไหมมา ไม่ว่าจากร้านไหน จะซักดูก่อน ถ้ารีดยากมากทำอย่างไรรอยยับก็ไม่หาย ผ้าผืนนั้นจะกลายเป็นปลอกหมอน อย่างน้อยๆ ก็ได้นอนบนผ้าไหม แทนการเสียเงินส่งไปซักแห่้ง หรือทำกรรมวิธีอื่นใด ที่เสียเงินแพงขึ้นไปอีก

ในประสบการณ์ของตนเอง ผ้าไหมจากสุรินทร์รีดง่ายที่สุด และยิ่งใช้ก็ยิ่งนิ่ม ให้ความรู้สึกของแพรไหม

*ต้องตัดผ้าตามยาวของผ้า ไม่งั้นไม่สวย

ทางเลือก: โครงสร้างของเส้นไหมที่ใช้ทอ แนวเส้นพุ่งอาจจะเป็นไหมหลายเส้น หรือว่าหนากว่าแนวเส้นยืน (ถ้าไม่ใช่ผ้าเรียบเนื้อบาง ที่เส้นยืนกับเส้นพุ่งขนาดเท่ากัน) ทำให้ควรตัดตามขวาง เพราะผ้าจะทิ้งตัวดีกว่า ถ้าตัดตามยาว (ตามแนวเส้นยืน) จะได้เสื้อผ้าที่ดูกางๆ บานๆ (เว้นแต่จะชอบแบบนั้น)

การตัดผ้าตามขวาง ยังทำให้ลายถูกต้อง อย่าลืมว่า ชาวบ้านนั้นทอผ้าไหมเป็นผ้านุ่ง และโดยทั่วไปที่เห็นมา เขานุ่งตามขวาง การคิดลายจึงคิดในแนวขวาง

การตัดผ้าตามขวางยังทำให้รีดง่ายกว่าอีกด้วย เพราะรีดไปตามเส้นพุ่งของไหม ซึ่งบางทีเป็นไหมปั่นมือ ในขณะที่ไหมเส้นยืนมักเป็นไหมเส้นเรียบ มาจากโรงงาน

*เสียงบ่น: ชุดผ้าไหมใส่แล้วร้อน

ข้อแย้ง: ผ้าไหมควรสวมแล้วสบาย ไม่ว่าหน้าร้อนหรือหน้าหนาว

เหตุผลที่ร้อนเพราะแบบรัดรึง และผู้สวมมักไม่ได้สวมผ้าไหมอย่างแท้จริง เนื่องจาก……

*ช่างตัดเสื้อสมัยนี้ บอกว่า เสื้อผ้าไหมต้องรีดผ้ากาวให้อยู่ทรง “ไม่งั้นไม่สวย” ไม่เช่นนั้นก็ใส่ซับใน ซึ่งมักเป็นผ้าซินเทติกเช่นกัน ถ้าไม่ให้รีดผ้ากาว บางร้านไม่รับเย็บเพราะเย็บยาก

ในเมื่อสวมผ้าไหมที่มีผ้าผลิตจากกระบวนการทางเคมีไว้ข้างใน ย่อมร้อนเป็นธรรมดา

เคยเห็นคนรุ่นย่านุ่งซิ่นไหมไปวัด โดยสวมทับซิ่นฝ้าย เหมือนเป็นผ้ารองใน กลับถีงบ้านก็ถอดซิ่นไหมออกผึ่งลม

สรุป การออกแบบเสืิ้อผ้าต้องคำนึงถึงว่า ผ้าไหมทอด้วยมือ และเส้นใยเป็นใยธรรมชาติที่ยืดหยุ่น จึงแน่นได้ตามสภาพของวัสดุและการทอ ไม่อาจใช้ทำชุดรัดรูปได้ดี และไม่ควรทำชุดที่มีระบายรุงรัง จะยิ่งรีดยากไปใหญ่

องค์กรต่างๆ ที่ส่งเสริมผ้าไหมไทย โดยการประกวดนักออกแบบ ควรทำให้นักออกแบบและช่างเย็บเข้าใจลักษณะพิเศษของผ้าไหมให้ดีก่อนที่จะจัดประกวด เพื่อให้ได้แบบที่เหมาะกับผ้าไหมอย่างแท้จริง คือ สวย สบาย และดูแลรักษาง่าย

นวพร เรืองสกุล

เมษายน ๒๕๕๖

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s