ถนนทุกสายมุ่งสู่ กทม.

ถนนทุกสายมุ่งสู่ กทม.

ต้นเดือนมีนาคมคนกรุงเทพฯ จะออกไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการของกรุงเทพมหานคร ……

มหานครเมืองเดียวของประเทศไทย

IMG_0306

มีข้อน่าสังเกตสำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้บางประการคือ

1. ผู้สมัครบางรายดูเหมือนไม่สนใจว่า กทม. มีหน้าที่ทำอะไรบ้าง จึงมีข้อเสนอนโยบายบางเรื่องที่เป็นเรื่องระดับชาติ เช่น การแก้ไขปัญหาจราจร ทั้งๆ ที่ กทม. ไม่ได้คุมตำรวจจราจร และไม่อาจกำหนดเส้นทางจราจรหรือการเดินรถประจำทาง

ส่วนที่ว่าแค่ไหนของงานเหล่านี้ควรมีนโยบายถ่ายโอนอำนาจมาให้เป็นงานในหน้าที่ความรับผิดชอบของท้องถิ่นเช่น กทม. ไม่ได้มีการกล่าวถึงในการหาเสียง

2. ข้อเสนอด้านการให้สวัสดิการกับประชาชนในเขต กทม.

เรื่องที่น่าทำแต่ไม่ค่อยได้เป็นประเด็นนโยบายแก้ไขปรับปรุง

มองอย่างผิวเผิน กทม. มีโรงพยาบาลและแพทย์มากกว่าในต่างจังหวัด แต่ในอีกมุมหนึ่ง ก็ต้องถามกลับว่า โรงพยาบาลนั้นมีเพื่อรักษาใคร

คำตอบก็คือ ส่วนหนึ่งรักษาคนไข้ต่างประเทศ ดังจะเห็นได้จากนโยบายผลักดันให้ไทยเป็น medical hub

อีกส่วนหนึ่งคือรักษาคนไข้ทั่วประเทศ

กระทรวงสาธารณะสุขไม่มีโรงพยาบาลของกระทรวงประจำแขวง ประจำเขต หรือประจำจังหวัด กทม. เหมือนในจังหวัดอื่น ซึ่งกระทรวงมีโรงพยายาลระดับตำบล ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และโรงพยาบาลศูนย์ของหลายจังหวัดในเขตใกล้เคียง

โรงพยาบาลของกระทรวงที่ตั้งอยู่ใน กทม. รับคนไข้จากทั่วประเทศ

กล่าวโดยสรุป ในด้านบริการสาธารณสุข กทม. ดูแลประชาชนตนเองในโรงพยาบาลของ กทม. หรือไม่เช่นนั้น คนกทม. ก็ดูแลตนเอง โดยไปร่วมใช้บริการในโรงพยาบาลของกระทรวง และของมหาวิทยาลัย หรือไม่ก็ไปจ่ายเงินเอาเองเข้าโรงพยาบาลเอกชน

การนำตัวเลขโรงพยาบาลและแพทย์ทั้งหมดที่อยู่ใน กทม. ว่าเป็นงานให้บริการคน กทม. จึงคลาดเคลื่อน

นอกจาก กทม. จะไม่มีโรงพยาบาลในท้องที่แล้ว ยังไม่มีอาสาสมัครสาธารณะสุข ดูแลเยี่ยมเยียนผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเรื้อรัง และเด็กเล็ก ถึงบ้านอย่างทั่วถึงทุกเขต ทุกแขวง แบบที่มีในจังหวัดอื่นๆ

เรื่องที่ไม่น่าทำ แต่มีการเสนอเป็นนโยบายตอนหาเสียง

การแถมเงินให้กับผู้สูงอายุใน กทม.

กทม. กับจังหวัดอื่นๆ อยู่ประเทศเดียวกัน คนย้ายเขตได้ง่ายๆ การให้สวัสดิการที่เหลื่อมล้ำมากพอ จะทำให้ประชากรจำนวนหนึ่งเลือกเข้ามาอยู่ใน กทม. ทำให้เมืองที่แออัดอยู่แล้ว อาการหนักยิ่งขึ้น

นโยบายที่สร้างความเหลื่อมล้ำ และกระตุ้นให้คนย้ายเข้า กทม. น่าจะเป็นนโยบายที่น่าเป็นห่วงทั้งสำหรับกทม. และประเทศ

3. นโยบายว่าผู้บริหารท้องถิ่นกับผู้บริหารประเทศควรเป็นพรรคเดียวกัน หรือพวกเดียวกัน

ความคิดแบบนี้น่าเป็นห่วง ถ้าว่าเป็นความจริงที่ดำรงอยู่ ก็เป็นความจริงที่ควรช่วยกันทำให้ลดลงมากกว่า

การเป็นคนละพรรคหรือคนละพวก หรือไม่มีพรรค มีแต่พวก ไม่ควรเป็นประเด็นการบริหารราชการเพื่อประชาชน ให้ดูจากประเทศที่ใช้ระบบเลือกตั้งผู้บริหารส่วนท้องถ่ิน เช่น ระดับมลรัฐในสหรัฐอเมริกาก็ได้

ตราบเท่าที่การบริหารงานเป็นไปอย่างเหมาะสมถูกต้อง การขัดขากันเพราะเป็นคนละพรรคไม่ควรเกิดขึ้น และถ้าเกิดขึ้นประชาชนก็ควรได้รับรู้ แล้วพิจารณาว่าเป็นปัญหาที่ฝ่ายใดเป็นผู้ก่อ ไม่ใช่ว่า ‘เพื่อให้งานราบรื่น ควรเลือกคนพวกเดียวกัน’

ถ้าคิดแบบนี้ ต่อไปไม่ต้องเลือกผู้ว่าฯ ก็ได้ ใครเป็นพรรครัฐบาลก็แต่งตั้งคนมาเลย

แต่ก็ไม่ควรลืมข้อเตือนใจว่า “Power corrupts, absolute power corrupts absolutely.”

4. นาย Ruchir Sharma ในหนังสือที่ตีพิมพ์เมื่อปี ๒๕๕๕ (Breakout Nations: In Pursuit of the Next Economic Miracles) ตั้งข้อสังเกตจากพัฒนาการในหลายประเทศว่า การจะก้าวพ้นจากการเป็นประเทศกำลังพัฒนาขึ้นมา อย่างยั่งยืนและเติบโตได้เร็วจำเป็นต้องมีเมืองใหญ่เมืองที่ ๒

เมืองนั้นควรมีประชากรอย่างน้อย ๑/๓ – ๑ / ๒ ของเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ

ขนาดและการเติบโตของเมืองที่ ๒ แสดงว่ามีความสมดุลระหว่างภูมิภาคในระบบเศรษฐกิจ

ตัวอย่างประเทศดังที่ว่ามา ได้แก่

เซาเปาโล และริโอ เดอ จาเนโร ในบราซิล

โซล และปูซาน ในเกาหลี

มอสโก และเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ในรัสเซีย

ไทเป และเกาชิง ในไต้หวัน

จะย่ิงดีขึ้นไปอีก ถ้ามีเมืองที่มีพลเมืองกว่า ๑ ล้านคน หลายๆ เมือง เพราะแสดงว่าความเติบโตกำลังเข้าไปสู่ทุกภูมิภาค ไม่ได้กระจุกอยู่ในเมืองหลวงเท่านั้น และต้องขึ้นไฟแดงเตือนภัย ถ้าประเทศใดไร้เมืองที่สอง

ในข้่อเขียนนั้น เขากล่าวว่า กทม. มีประชากร เป็น ๑๕ % ของประเทศ นับว่าใหญ่มากๆ ไม่ว่าจะเทียบกับประเทศไหนในย่านนี้ และใหญ่อย่างที่ไม่มีเมืองที่ ๒ อื่นใดในประเทศเข้ามาเทียบได้เลย

ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเราติดตามนโยบายการลงทุนของภาครัฐ ก็ยิ่งเห็นการทำให้กรุงเทพฯ ใหญ่ยิ่งขึ้น

ผู้เขียนเคยเขียนเสนอให้พัฒนาชลบุรีเป็นเมืองใหญ่ที่สอง เพราะเหมาะด้วยประการทั้งปวง

พ้นเวลาหาเสียงเลือกตั้งไปแล้ว น่าจะถึงเวลาที่ประเทศไทยตั้งวาระพิจารณาเพิ่มเมืองใหญ่อย่างจริงจัง เป็นทางการ และเป็นระบบ เสียทีกระมัง

นวพร เรืองสกุล

มติชนรายวัน 20 กุมภาพันธ์ 2556

ดูรูป

http://www.thaidphoto.com/forums/showthread.php?t=176110

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s