ประเมิน ๑๘๐ องศา

Board Practice

ว่าด้วยความรับผิดรับชอบตามหน้าที่ (accountability)

ประเมิน ๑๘๐ องศา

เมื่อกระบวนการสรรหาเสร็จสิ้นลง และได้ผู้บริหารระดับสูงคนใหม่แล้ว งานส่งไม้ต่อก็เรียบร้อย ดูเหมือนว่าเรื่องจบลงแล้วอย่างสวยงาม

นิทานจบลงด้วย “แล้วทุกคนก็อยู่กันด้วยความผาสุกตลอดไป” แต่ชีวิตยังดำเนินต่อไป

เมื่อผู้บริหารชุดใหม่เข้ารับตำแหน่ง นวนิยายเรื่องใหม่หลายปีจบเพิ่งจะเปิดฉาก

คณะกรรมการจะต้องทำงานกับผู้บริหารคนใหม่ และติดตามดูผลงานของบุคคลกลุ่มใหม่ต่อไปว่า

  1. เขาทำตามนโยบายและเป้าหมายของเขาที่ได้ตกลงกันไว้กับบริษัทหรือไม่
  2. ผลงานในรอบปีของเขาเป็นอย่างไร

ในบริษัทเอกชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์วัดได้จากงบการเงิน และการประเมินกิจการ ซึ่งมีมากมายหลายแบบ จัดทำโดยหลายสำนัก มองจากหลายมุมซึ่งเป็นคนนอก และดูข้อมูลภายในประกอบ แล้วยังต้องรายงานผู้ถือหุ่้นในการประชุมประจำปี

ถ้าเป็นรัฐวิสาหกิจที่ไม่ได้เป็นบริษัทจดทะเบียน ก็มีอย่างน้อย ๒ สายงานในสำนักรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงการคลังที่ช่วยกันทำหน้าที่นี้ (ซึ่งไม่ใช่จะประเมินตัวผู้จัดการใหญ่เท่านั้น แต่ยังประเมินคณะกรรมการด้วย) คือตัวเจ้าหน้าที่สำนักรัฐวิสาหกิจนั้นเอง กับสถาบันจัดอันดับที่ทางการจ้างให้เข้ามาประเมินผลงานและทำงานร่วมกับคณะกรรมการประเมินรัฐวิสาหกิจแบบปีต่อปี

ในระบบของบริษัทเอกชนและรัฐวิสาหกิจ คณะกรรมการดูแลคนๆ เดียว ซึ่งเป็นผู้บริหารสูงสุด ซึ่งมีตำแหน่งที่เรียกว่าผู้จัดการใหญ่ หรือผู้อำนวยการ หรือเลขาธิการ ฯลฯ

หากเป็นมหาวิทยาลัย การกำกับดูแลในข้อนี้จะยากกว่ามาก เพราะ

  1. ในระบบมหาวิทยาลัย การเปลี่ยนอธิการบดี หมายถึงการเปลี่ยนผู้บริหารยกชุด
  2. ระบบสรรหาและแต่งตั้งโดยสภามหาวิทยาลัยล้วงลึกลงไปถึงระดับคณบดีด้วย (แม้ว่าอธิการบดีจะเป็นผู้มีส่วนร่วม หรือเป็นประธานในการสรรหาก็ตาม) และถึงตอนนั้นก็เปลี่ยนทีมบริหารคณะยกชุดด้วยเหมือนกัน

เมื่อสรรหาและแต่งตั้งหลายระดับ การติดตามดูแลประเมินผลงานก็จำเป็นต้องทำหลายระดับตามไปด้วย คือ ดูงานของอธิการบดีของมหาวิทยาลัย ของคณบดีของคณะในมหาวิทยาลัย ในระบบอุดมศึกษาของไทยเรา คณะมีความเป็นเอกเทศมาก ในบางมหาวิทยาลัยคณะเป็นเหมือนมลรัฐในสหพันธรัฐ ซึ่งมีสำนักงานอธิการบดีเป็นกองกลาง ทำหน้าที่ “มหาวิทยาลัย” ต่อบุคคลภายนอก

บางมหาวิทยาลัยคณะมีอิสระเหมือนกับประเทศเอกราชหนึ่งประเทศ ส่วนสำนักงานอธิการบดี็เป็นคล้ายสหประชาชาติ

ระบบของมหาวิทยาลัยไทยไม่มีการตรวจสอบติดตามเข้มเหมือนกับบริษัทจำกัด ไม่มีนักวิเคราะห์ใดสนใจติดตาม และไม่มีแหล่งเปิดเผยข้อมูลที่สามารถเทียบหาตัวเลขทั้ง industry  เพื่อวัดประสิทธิภาพและต้นทุนต่างๆ ได้อย่างง่ายๆ

นอกจากนี้ก็ไม่มีรายงานแบบ accountability report ที่มหาวิทยาลัยของรัฐในสหรัฐอเมริกาทำและเปิดเผยสู่สาธารณะชน(ในฐานะกิจการที่ใช้เงินภาษีบางส่วน และได้สิทธิพิเศษอีกหลายประการจากรัฐในการทำหน้าที่อบรมบ่มเพาะและให้การศึกษาแก่พลเมืองของชาติ)

ด้วยเหตุดังกล่าว จึงเป็นภาระหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัยที่จะกำกับดูแลมหาวิทยาลัยนั้นๆ ด้วยตนเองทั้งหมด นับเป็นความรับผิดชอบที่สูงมากและเป็นความรับผิดชอบที่มีตนเองเท่านั้นเป็นผู้ตรวจสอบตนเอง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s