มหาวิทยาลัยไทย ตอนที่ ๑

มหาวิทยาลัยไทย ตอนที่ ๑

๒๑.๑๒.๕๔

1. เรื่องมหาวิทยาลัยไทยมีสองตอน

ตอนที่ ๑ ความท้าทายของสภาพแวดล้อมใหม่ต่อสถาบันอุดมศึกษาไทย

เรื่องนี้นำเสนอในคราวนี้

ตอนที่ ๒ วิสัยทัศน์ พันธกิจ และการวางหมากของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

เรื่องนี้จะนำมาเสนอในโอกาสต่อไป

2. หัวข้อหลัก ๔ ด้าน มาจากที่ท่านนายกสภาฯ ของมช. กล่าวในการประชุมวางแผนของมหาวิทยาลัย ซึ่งใช้ได้กับมหาวิทยาลัยอื่นๆ ด้วย

ได้เพิ่มเรื่องตัวอย่างของมหาวิทยาลัยในต่างประเทศไว้ในตอนท้าย

3. ในด้านประชากรโลกที่เพ่ิมขึ้นๆ  เรื่องการดูแลทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมสำหรับอนาคตเป็นเรื่องเร่งด่วน

4. สำหรับประชากรรุ่นปัจจุบันก็มีประเด็นเรื่องส้งคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งจะต้องมีการจัดบริการใหม่ให้สนองตอบกับกลุ่มนี้ ทั้งในด้านการงาน สังคม เรื่องสุขภาพกายและสุขภาพใจ แตกต่างจากที่ผ่านมา ซึ่งสังคมไทยเป็นสังคมที่มีเด็กและผู้เยาว์จำนวนมาก

5. มหาวิทยาลัยอาจจะจัดให้ความรู้ และทักษะในวิชาชีพใหม่ กับประชากรกลุ่มนี้ แต่ก็ยังมีเรื่องอื่นๆ อีกที่มหาวิทยาลัยในสถานะที่เป็นแหล่งความรู้ของสังคมจะต้องทำ

6. ในด้านสภาพแวดล้อม

ทั่วโลกกำลังได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพดินฟ้าอากาศ และหลายประเทศจะเริ่มมีปัญหาเรื่องแหล่งน้ำจืด

7.วิกฤตการณ์ที่สำคัญคือวิกฤติด้านอาหาร เพราะสินค้าเกษตรส่วนหนึ่งถูกแย่งไปใช้เพื่อเป็นพลังงาน และวิกฤติด้านน้ำเพราะธารน้ำแข็งที่เป็นต้นน้ำของแม่น้ำนานาชาติหลายสายมีขนาดลดลง

8. ประเทศของเราโชคดีที่แม่น้ำของเรามีต้นกำเนิดในประเทศ เราจึงปลอดภัยจากเรื่องประเทศต้นน้ำจะกั้นเขื่อนทำให้ขาดแคลนน้ำจืด

9. อยู่ที่ว่าเราจะวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างไร จึงะรักษาความโชคดีนี้ไว้ให้ได้ และทำให้กลายเป็นข้อได้เปรียบ

10. ไม่ให้มีน้ำมากหรือน้ำน้อยเกินไปในแต่ละฤดูกาล ซึ่งฤดูกาลก็จะไม่คงอยู่ในแบบแผนเดิมๆ ที่เป็นมาอีกด้วย

11. นอกจากภัยธรรมชาติคุกคาม ความท้าทายอีกด้านหนึ่งเกิดจากการเปิดประเทศทางด้านเศรษฐกิจ ทำให้สถาบันการศึกษาต้องปรับตัวรับกับการแข่งขัน มหาวิทยาลัยจะอยู่ได้ต้องมีชื่อเสียงที่มาจากคุณภาพของมหาวิทยาลัย

12. การแข่งขันในระดับอุดมศึกษาจะมีมากขึ้น และการเปิดประเทศด้านสินค้าและบริการ ทำให้เราจำเป็นจะต้องมีกำลังคนให้เหมาะกับความต้องการของงาน เป็นความท้าทายที่ต้องเผชิญ

13. เราอาจจะมองปัญหาเหล่านี้จากมุมที่กว้างขึ้น ก่อนจะหาทางแก้ไขในส่วนที่มหาวิทยาลัยทำได้

ปัญหาที่เศรษฐกิจไทยเผชิญอยู่หากมองจากมุมของมหภาค ธนาคารโลกเรียกว่าเป็นปัญหาของประเทศที่ติดกับดักตรงกลาง (middle income trap) คือจะไม่เก่งก็ไม่ใช่ จะเก่งก็ไม่เชิง

จะหลุดออกจากกับดักนี้ได้ จำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีทำงานอย่างสิ้นเชิง ทำแบบเดิมๆ ที่ทำ จนสามารถเติบโตขึ้นมาไม่ได้ จะไประดับใหม่ ก็ต้องเปลี่ยนอะไรหลายๆ อย่าง

14. หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่จะก้าวเลื่อนชั้น คือความรู้ของคนทำงาน และความสามารถทางด้านเทคโนโลยี นี่เป็นเรื่องที่เราต้องเผชิญในการก้าวไปข้างหน้า ไม่ว่าจะมีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือไม่

15. ส่วนในด้านของการรวมกันในเชิงเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค มีอยู่หลายขั้นตอน

ดร. เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ แห่งสถาบัน ที ดี อาร์ ไอ ชึ้ให้เห็นว่า อุปสรรคยังมีอยู่ เช่น กฏกติกาการทำธุรกิจในแต่ละประเทศ

16. เพื่อลดทอนมายาคติที่ว่าอาเซียนจะเป็นประชาคมเศรษฐกิจอย่างเต็มตัวในทันที และไทยมีผลกระทบทันที ดร. เดือนเด่น ชี้ให้เห็นว่า การนำไปปฏิบัติยังห่างจากเป้าที่ตั้งไว้ แต่เราก็ต้องใส่ใจอย่างจริงจัง เพราะประเทศเพื่อนบ้านของเราก้าวนำเราไปแล้ว

17. ในการสัมนาวิชาการจัดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๔ นักวิชาการคนอื่นก็เห็นไปในทางเดียวกันว่า ประเทศไทยยังขาดความสนใจเตรียมตัวในเชิงรุก ที่จะฉวยโอกาสในการเป็นประชาคมอาเซียน

ประเทศเพื่อนบ้านได้เข้ามาฉวยโอกาสในการสร้างเครือข่ายที่มีประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งในการขยายพื้นที่ของเขาในหลาย อุตสาหกรรมแล้ว เช่น การธนาคาร การเงิน การบินพาณิชย์ และอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น

18. ประเทศไทยขาดกลยุทธ์ที่ชัดเจนในด้านการพัฒนาอุตสาหกรรม การปรับโครงสร้างต่างๆ เพื่อตอบสนองกลยุทธ์ของชาติจึงไม่ครอบคลุม

19. ในวงการศึกษา มหาวิทยาลัยต้องตอบสนองกับความต้องการใหม่ คือการเตรียมกำลังคน ทั้งในด้านภาษา ความรู้ในด้านต่างๆ เกี่ยวกับประเทศสมาชิก ในขณะเดียวกันก็ต้องเข้าใจและธำรงอัตลักษณ์ที่ดีของเราเอาไว้ด้วย

แต่ละสถาบันอุดมศึกษาอาจจะให้น้ำหนักความใส่ใจต่างกัน อย่างไรก็ตามการศึกษาที่มีคุณภาพ และได้รับการอบรมให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพสำคัญกว่าเรื่องการรู้ภาษาต่างประเทศ แม้ว่าการสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษจะมีความสำคัญมากขึ้นก็ตาม แต่ก็ไม่สำคัญเหนือกว่าคุณภาพการศึกษา

20. หันมามองในด้านการเคลื่อนย้ายของนักศึกษาและอาจารย์ เราจะเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงจะมีทั้งด้านรับและด้านรุก

เช่น มหาวิทยาลัยอาจสูญเสีย / หรือมหาวิทยาลัยอาจส่งเสริมให้นักศึกษาไปเรียนในต่างประเทศ

นักศึกษาต่างประเทศจะมาเรียนในประเทศไทยมากขึ้น / จะมาเรียนวิชาใด

ที่สำคัญที่สุดก็คือคุณภาพการศึกษาที่แข่งขันได้ เพื่อสร้างบัณฑิตที่มีคุณภาพ ซึ่งถ้าไปเป็นพนักงานก็เป็นพนักงานที่มีคุณสมบัติเป็นที่ต้องการของนายจ้าง ถ้าผู้ประกอบการก็เป็นผู้ประกอบการที่ยืนได้และเติบโตได้ในสังคมเศรษฐกิจยุคใหม่

21. คุณค่าต่างๆ ของสังคม

เรื่องสำคัญของการก้าวไปกับสมัยในยุคข่าวสารข้อมูลไร้ขีดจำกัดเช่นนี้ จำเป็นต้องสร้างหลักยึดให้มั่นสำหรับนักศึกษาและบุคลากร

22. ส่วนหนึ่งของการสอนก็คือการ “ทำให้ดู” และให้ “ลองทำดู”

ขอยกตัวอย่างมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกาว่า มีการดำเนินการอย่างไรในประเด็นที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศของโลก  ซึ่งแยกออกเป็นสามด้าน คือ

ตัวของเขตการศึกษาเองที่ควรเป็นตัวอย่างโดยการเป็นเขตการศึกษาสีเขียว (กว่าเดิม)

การสอนเรื่องความยั่งยืนให้กับนักศึกษา และ

การให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาด้วย

23. การเป็นมหาวิทยาลัยใส่ใจสิ่งแวดล้อม

มีเรื่องการสร้างอาคารที่ประหยัดการใช้พลังงาน

มีการประหยัดพลังงานโดยการใช้พลังงานทางเลือก

การประหยัดน้ำ

ถ้ามหาวิทยาลัยของเราต้องการทำด้านนี้ก็เริ่มได้โดย

ในอาคารใหม่ พยายามใช้แอร์ให้น้อยลง เน้นการหมุนเวียนของอากาศจากภายนอกให้มากขึ้น มีต้นไม้ให้ร่มเงามากขึ้น วัสดุที่ใช้และต้นไม้ที่นำมาปลูก ก็ต้องเน้นของท้องถิ่นด้วย เพราะพลังงานสิ้นเปลืองอันดับแรกคือค่าขนส่งวัสดุ อุปกรณ์ และการใช้ต้นไม้โตแบบสำเร็จรูป

รากแก้วของต้นไม้ก็คือรากของวัฒนธรรมของเราเอง ที่นักศึกษาและบุคลากรจะเติบโตขึ้นมาในสังคม

ส่วนอาคารเก่าก็ปรับปรุงให้เป็นมิตรกับธรรมชาติมากขึ้น ในทุกครั้งที่มีโอกาส

24. ทั่วทั้งมหาวิทยาลัยมีเป้าหมายที่ชัดเจน วัดได้ ติดตามได้ (เป็น KPI)

25. ให้ความรู้

โครงการให้ความรู้มีแบบเป็นวิชาเรียน เป็นโครงการ และเป็นงานของศูนย์วิจัย การเรียนรู้นอกสถานที่ผ่านกิจกรรมสาธารณะต่างๆ และยังเผื่อแผ่ไปถึงการเรียนรู้ระดับต่ำกว่าอุดมศึกษาด้วย ซึ่งได้ในเรื่องการลงมือทำด้วยตนเอง และการเผื่อแผ่ความรู้สู่ผู้อื่น

26. ระดับคณะก็ให้บริการเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนในระดับเด็กเล็กด้วย คือทั้งนักศึกษาและตัวมหาวิทยาลัยเองต่างก็ทำบทบาทที่เสริมกันและกันในการดูแลสังคม

27. สร้างการมีส่วนร่วมในเขตการศึกษา

มีการศึกษาร่วมกันระหว่างบุคลากรกับนักศึกษา ในด้านการประหยัดพลังงานและการลดขยะในมหาวิทยาลัย เพื่อนำไปสู่การหาทางเลือกในการแก้ไขอย่างเป็นระบบ

นี่เป็นเพียงตัวอย่างเรื่องเดียว แต่ก็แสดงให้เห็นถึงการทำสิ่งทีี่มองเห็นได้ จับต้องได้ รู้สึกได้ ภายในเขตการศึกษาเองเป็นอันดับแรก ซึ่งเมื่อเคยชินก็จะกลายเป็นนิสัย เป็นค่านิยมติดตัวบัณฑิตต่อไปในอนาคต

ได้ ค่านิยม + ทักษะ + ความรู้ พร้อมๆ กัน

28. จากความท้าทายและตัวอย่างที่มีการปฏิบัติอยู่แล้วในมหาวิทยาลัยอื่นๆ เป็นสิ่งที่เราต้องนำมาครุ่นคำนึงเพื่อวางกลยุทธ์ และทิศทางสำหรับสถาบันอุดมศึกษาของเราเอง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s