แสดส้มอมน้ำตาล

แสดส้มอมน้ำตาล

สีสันฤดูใบไม้ร่วงในญี่ปุ่น

เปิดดูภาพที่ถ่ายเก็บๆ เอาไว้ ก็เห็นว่าฤดูใบไม้ร่วงได้เวียนมาถึงอีกปีหนึ่งแล้ว และเมื่อมองภาพที่ญี่ปุ่นก็คิดไปได้อีกหลายเรื่องราวที่อยู่ข้างหลังภาพ

มาเกียวโตเป็นครั้งแรกตอนที่แวะระหว่างทางกลับประเทศไทย หลังจากสำเร็จการศึกษาที่สหรัฐอเมริกา นั่นเป็นช่วงปลายของทศวรรษ ๑๙๖๐

เกียวโตเป็นเมืองศิลปวัฒนธรรม มีกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมให้ชมหลากหลายอย่าง สิ่งที่ไม่ประทับใจสำหรับคนที่มาจากอเมริกาก็คือของที่ระลึกที่สีสันโฉ่งฉ่าง และแม้จะเป็นงานฝีมือแต่ก็เป็นของที่ซื้อไปแล้วกลายเป็นของรอให้เช็ดขี้ฝุ่น เพราะไม่รู้ว่าจะนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไร

ในครั้งนั้นความประทับใจที่สุดคือ วัด กับการเดินเที่ยวในวันหยุด

เกียวโตเป็นเมืองที่มีวัดมากมายแทบทุกถนนในย่านเมืองเก่า

วัดเป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญ แต่ละวัดกว้างขวาง สะอาด สงบ และงดงาม และแต่ละวัดล้วนได้เป็นดาราหน้ากล้องของเหล่านักท่องเที่ยวมามากมายแล้ว

ส่วนการเดินนั้น เมื่อปี ๒๕๑๒ นักศึกษามหาวิทยาลัยคนหนึ่งอาสาพา “เดินเล่น” ตามเส้นทางที่คนญี่ปุ่นเดินกันในวันอาทิตย์

บรรยากาศครั้งนั้นยังจารึกอยู่ในความทรงจำเสมอมา แม้จะจำสถานที่ไม่ได้แล้ว

บนเส้นทางเล็กๆ แคบๆ ที่ร่มรื่นและสะอาดสะอ้าน มีผู้คนขวักไขว่ ทุกคนออกมาเดินเล่นอย่างเอาจริงเอาจัง การเดินเป็นเรื่องหลัก แม้ว่าระหว่างทางก็มีจุดที่อาจแวะพักให้ดื่มน้ำชาหรือรับประทานอาหารง่ายๆ อยู่บ้างแต่นั่นเป็นเพียงการเว้นวรรคสั้นๆ ระหว่างเดินเท่านั้น

เดินกันจนเมื่อย และรู้สึกว่าญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในชาติที่ชอบเดินชมธรรมชาติ อีกชาติหนึ่งที่ดูจะเดินกันเป็นงานอดิเรกอย่างจริงจังคืออังกฤษ

มาคราวนี้พฤศจิกายน ปี ๒๕๕๓

เกียวโตไม่เหมือนเดิม เพราะกว้างใหญ่ขึ้น และน่าชื่นชมที่ผสมผสานความใหม่กับความเดิมของประเพณีและวัฒนธรรมได้อย่างเหมาะเจาะ

ย่านเมืองเก่าของเกียวโต และเมืองอีกจำนวนมากในโลกตะวันตก ไม่ได้เก่าแก่และทรุดโทรม ตรงกันข้าม เมืองเก่าเป็นย่านที่งดงาม และอุดมด้วยศิลปวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิต

ในเมืองเก่าย่อมมีถนนแคบๆ ที่คดเคี้ยว ไม่ตรงและไม่กว้าง แต่นั่นคือความเป็นเมืองเก่า เมืองที่ผู้คนยังพึงใจกับการเก็บสิ่งต่างๆ รอบตัวไว้ในบรรยากาศแบบเดิมๆ

วัดยังอยู่ และงดงามย่ิงเพราะคราวนี้เจิดจ้าด้วยสีสันของใบเมเปิล หลายวัดเปิดให้ซื้อตั๋วเข้าชมช่วงกลางคืนด้วย เพื่อบรรเทาจำนวนนักท่องเที่ยวระหว่างวัน และได้ประสบการณ์ใหม่ในการที่  ได้เห็นการใช้แสงไฟสาดให้เกิดมิติที่น่าทึ่งในสวนอันกว้างขวางและตกแต่งอย่างงดงามของวัด

ถนนสายต่างๆ กระทั่งในเมืองก็เดินเที่ยวได้สบายๆ เพราะบาทวิถีที่กว้างขวาง เป็นบาทวิถีที่ใช้ร่วมกันทั้งคนและจักรยาน ไม่ได้ใช้ร่วมกันระหว่างคนเดินถนนกับนักช้อป และหาบเร่แผงลอย

นักท่องเที่ยวบางรายเช่าจักรยานเพื่อขี่ชมเมือง ส่วนคนที่ไม่พร้อมขี่ก็พึ่งขา และบริการรถสาธารณะที่ครอบคลุมทั่วทั้งเมือง

ถนนสายหนึ่งที่เรียกกันว่า “ Philosopher’s Walk“ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ศาสตราจารย์ทางปรัชญาชื่อ Kitaro Nishida มักใช้เดินในอดีต พาเลาะลัดไปตามเส้นทางที่ร่มรื่นตลอดความยาว ๒ กิโลเมตร ผ่านหรือเฉียดใกล้วัดพุทธและชินโตหลายแห่ง บางแห่งเป็นมรดกโลกด้วย

เพื่อนร่วมทางบอกว่า ในฤดูใบไม้ผลิถนนสายนี้สะพรั่งไปด้วยดอกซากุระ

ซากุระสวยตอนต้นฤดูใบไม้ผลิ ก่อนจะมีใบดกงามเหมือนต้นไม้ธรรมดาๆ และตอนฤดูใบไม้ร่วงจะเห็นกิ่งก้านเก้งก้าง มีใบสีน้ำตาลโหรงเหรงรอปลิดขั้วร่วงหล่นจนหมดต้น ไร้ความน่าสนใจอย่างสิ้นเชิง

ฤดูใบไม้ร่วง เป็นเวลาของลูกพลับ ดอกเบญจมาศ และใบเมเปิลสีเจิดจ้า

อ้อ เป็นเวลาของลูกเกาลัด และอาหารร้อนๆ ด้วย

ของอุ่นๆ สีสดๆ เข้ากันดีกับอากาศที่เริ่มเย็น ที่เตือนว่าต่อไปคือฤดูหนาว

ซากุระกับเมเปิล ก็คล้ายชีวิตคน บางคนมาอย่างโด่งดัง แต่ไปอย่างเงียบๆ บางคนมาอย่างง่ายๆ แต่ไปอย่างน่าทึ่ง

ถ้าไม่เป็นนักปรัชญาเกินไปนักก็ยังเห็นแง่คิดอีกแง่หนึ่งคือ จะเห็นว่าในเวลาเดียวกันนั้น ทั้งต้นซากุระและต้นเมเปิลอยู่ร่วมกันบนถนนสายเดียวกัน ในสวนเดียวกัน และในวัดเดียวกัน เพียงแต่เปลี่ยนเวียนกันก้าวออกมาทำหน้าที่เป็นตัวละครเอก ทำให้สถานที่นั้นๆ น่าชมทั้งสองฤดู

ซากุระเปิดตัวอย่างอ่อนหวาน ส่วนเมเปิลบอกลาฤดูกาลอย่างสง่างาม

คนละอารมณ์แต่ประทับใจไม่แพ้กัน

ญี่ปุ่นวางแผนด้วยการปลูกต้นซากุระกับต้นเมเปิลโดยคำนึงถึงความงามที่จะหมุนเวียนเปลี่ยนไป เป็นการดึงความรู้เข้ามาผสานกับธรรมชาติ เพื่อความหฤหรรษ์ของมนุษย์ด้วยกันเอง

สนใจไปชมซากุระหรือเมเปิลในญี่ปุ่น ใกล้ๆ เวลาจะมีข้อมูลประมาณเวลาให้ว่า ซากุระที่ไหนจะบานตอนไหน เมเปิลที่ไหนจะเริ่มเปลี่ยนสีตอนไหน นักท่องเที่ยวทุกคนจะได้เตรียมแผนการเที่ยวได้ เพื่อไปอยู่ถูกที่ถูกเวลา

ไม่เหมือนน้ำท่วมบ้านเรา ที่บอกได้แต่ว่า “อย่าห่วง” ท่วมเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น การรายงานของเราเป็นการรายงานอดีต ที่เกิดไปแล้ว ไม่ได้รายงานเหตุและไม่ได้แจ้งเหตุเพื่อการเตรียมอนาคต

ลงใน คอลัมน์ เที่ยวถนน ท่องตลาด

This slideshow requires JavaScript.

นวพร เรืองสกุล

สกุลไทย ฉบับ 2979 วันที่ 22 พฤศจิกายน 2554

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s