เขียวทั้งแผ่นดิน

เขียวทั้งแผ่นดิน

This slideshow requires JavaScript.

เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และพูดได้ยาว เพราะมีทั้งภาคความคิด และภาคการปฏิบัติ ความเป็นมาส่วนบุคคล

1. เริ่มจาก “ความรับผิดชอบต่อสังคม” ที่ได้รับทราบมาจาก รอยัล แบงก์ ออฟ แคนาดา ที่ให้แนวคิดหลักว่า บริษัทหรือองค์กรทำได้ดีที่สุดโดยการทำเรื่องที่ถนัด (คือทำสิ่งที่มาจาก Core business) เช่น ถ้าอยากทำการกุศล เป็นธนาคารก็ออกไปให้บริการด้านความรู้ด้านการเงินและสนับสนุนการจัดการด้านการเงินในชุมชน ไม่ใช่ออกไปแจกเงิน แจกของ แบบทำการกุศล

ความคิดนี้เป็นทำนองเดียวกับการทำงานเพื่อสังคมในสมัยนี้ที่เน้นว่า การให้เวลา ให้ความรู้กับผู้ที่เราจะช่วยเหลือ ร่วมมือกันทำกิจกรรม โดยทำในสิ่งที่เชื่อและยึดว่าเป็นคุณค่า มากกว่าการหว่านเงิน

เรื่องที่เรียนรู้มาได้นำมาเขียนเป็นบทความเรื่อง “บริษัทกับความรับผิดชอบต่อสังคม” ในปี ๒๕๒๔ (๑๙๗๐) แล้วรวมเล่ม

ความคิดที่นำเสนอเป็นการชี้ให้เห็นว่า Corporate citizenship ไม่เหมือนกับ individual citizenship ทีเดียว เพราะบริษัทหรือนิติบุคคล (หรือองค์รวมของบุคคลที่มีตัวตนต่างหาก) มีชีวิตของตนเองเป็นเอกเทศจากปัจเจกบุคคล ยิ่งบริษัทมีขนาดใหญ่มากๆ มีพนักงานมากๆ มีโรงงานและฐานธุรกิจในหลายทวีป ก็ยิ่งห่างไกลจากการประพฤติปฏิบัติแบบคนแต่ละคนมากยิ่งขึ้น

เหมือนๆ กับที่คนแต่ละคน กับประเทศแต่ละประเทศอาจจะประพฤติไม่เหมือนกัน เช่น ประชาชนแต่ละคนอาจจะไม่ไปตีรันฟันแทงกับใคร แต่ประเทศอาจจะสั่งก่อสงครามกับประเทศอื่นๆ ได้

ความเป็นนิติบุคคลทำให้ความรู้สึกและการกระทำต่างๆ ห่างจากตนไปอีกระดับหนึ่ง แต่กระทำขององค์กรเหล่านี้มีผลต่อสังคมและส่ิงแวดล้อม ตลอดจนตัวพนักงานได้มากกว่าบุคคลหนึ่งคน หรือผู้ประกอบการแบบเถ้าแก่หนึ่งคน

2. ในช่วงต่อมาไปเมืองนอกกับ กรอ. ในคณะของพณฯ พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ (๑๙๘๐) ที่ประเทศสวีเดน ได้ฟังรัฐมนตรีสวีเดนพูดเรื่อง “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” และท่านยังเล่าด้วยว่า “แต่ก่อนนี้แม่น้ำที่นี่มีมลภาวะสูง แต่ตอนนี้ใสสะอาดแล้ว ใช้เวลาไม่นานเลย”

เป็นที่รู้กันว่า ขอมนุษย์อย่าใส่อะไรแปลกปลอมลงไปในน้ำเรื่อยๆ ธรรมชาติสามารถฟื้นตัวเองได้ ท่านอยากให้ผู้ที่ร่วมเดินทางกับท่านเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ ที่ทั้งโลกเริ่มหันมาใส่ใจ เป็นการมองการไกลของท่าน

3. แต่สหรัฐอเมริกา ประเทศที่ใช้ทรัพยากรสูงมาก ไม่ยอมสนใจเรื่องนี้ และไม่ยอมรับพันธะร่วมกับนานาประเทศที่จะแก้ไขเรื่องนี้ในระดับชาติ

๒๕๓๕ (๑๙๙๒) มีการประชุม Earth Summit ของสหประชาชาติ ที่ประเทศบราซิล Severn Suzuki เด็กน้อยอายุ ๑๒ ได้มีโอกาสพูดเรียกร้องนักการเมืองผู้ใหญ่จากนานาชาติที่มาร่วมประชุมในครั้งนั้นให้ตัดสินใจลงมือทำอะไรจริงจังขึ้นเพื่อโลกใบนี้ของเรา

http://www.youtube.com/watch?v=uZsDliXzyAY

เรื่องการพูดของเธอเป็นที่ฮือฮา แต่น่าเสียดายว่า คนจำว่าเธอไปพูดได้มากกว่าเรื่องที่เธอพูดในที่ประชุม เพราะเรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อมยังคงเป็นเรื่องอันดับรองๆ ในความสนใจของแทบทุกประเทศในโลก

เธอโตเป็นผู้ใหญ่ และทำงานเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เป็นการทำในสิ่งที่เธอเชื่อ

4. เรื่องความยั่งยืนถูกจุดพลุขึ้นมาโดย Al Gore คำอธิบายที่เข้าใจง่าย พร้อมข้อมูลสนับสนุนที่มีพลัง และการตลาดที่โดนใจคนอเมริกัน ทำให้เรื่อง Climate Change กลายเป็นประเด็นร้อน

5. ในแทบทุกประเทศ ทำไปๆ กลายเป็นงาน (๑) สังคมสงเคราะห์ (๒) งานการตลาดอย่างเดียว เพื่อสร้าง Brand คือหว่านพืช (เงิน) เพื่อหวังผล (กำไรเป็นตัวเงิน) เช่น แจกผ้าห่ม ให้ทุนการศึกษา สปอนเซอร์กีฬา เป็นต้น

6. ตอนนี้นักการตลาดเริ่มพูดถึง”การตลาดแบบยั่งยืน” เขาหมายถึงการได้ลูกค้าอย่างยั่งยืนไปตลอดชีวิต กำไรบริษัทก็จะยั่งยืน แต่ในนั้นสอดแทรกว่าต้องมี “คุณค่าร่วม” ระหว่างลูกค้า บริษัท และคู่ค้า ในเรื่องเกี่ยวกับ “ความยั่งยืน” อยู่ด้วย

ส่วนด้านสังคม เริ่มไปไกลกว่าการทำธุรกิจที่ใส่ใจสังคม ผู้ประกอบการบางรายและรัฐบาลเริ่มให้ความสนใจกับเรื่องธุรกิจเพื่อสังคมกันมากขึ้น ซึ่งนำเอากระบวนการและผลลัพธ์ที่เกิดต่อสังคมเป็นตัวกำหนดหลัก กำไรเป็นเรื่องรอง  แต่นี่เป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหาก

7. ความยั่งยืนที่พูดๆ กันนี้คืออะไร 

งานความรับผิดชอบของกิจการต่างๆ เพื่อความยั่งยืน เป็นความรับผิดชอบที่จะทำงานโดยกระบวนการ ที่ไม่เบียดเบียนผู้อื่น อีกทั้งทำประโยชน์ให้สังคม ในฐานะผู้ให้แรงกาย และความคิด ที่ได้ทั้งประโยชน์ต่อกิจการเอง และต่อสังคมที่กิจการนั้นอยู่

เป็นกระบวนการในการผลิตและการทำธุรกิจ ไม่ใช่กระบวนการหลังจากที่ทำร้ายไปก่อน แล้วค่อยหันมาเยียวยาในภายหลัง นี่ืคือ Corporate Social Responsibility เพื่อ Sustainability

บุคคลมีความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม ในฐานะพลเมือง และพลโลก

นิติบุคคลมีความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า และสังคม ทั้งสังคมในพื้นที่ ในประเทศ และในโลก

ใครทำอะไรกันบ้าง

8. บริษัทไทย ในประเทศไทยเรามีทั้งบริษัทใหญ่และบริษัทเล็กๆ ทำอยู่ เช่น ในเรื่องการบริหารจัดการของเสียและนำมาใช้ประโยชน์ใหม่ในรูปแบบอื่น การใส่ใจดูแลพนักงาน ฯลฯ

วิทยานิพนธ์ฉบับหนึ่งจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี นำเสนอเรื่องนี้เป็นการบริหารจัดการแนวพุทธ โดยดึงการปฏิบัติต่อพนักงานของบริษัทตัวอย่างในกรณีศึกษา ๓ แห่ง มาสร้างเป็นทฤษฎี อธิบายด้วยหลักบุญกิริยาวัตถุ ๓ (หรือในรายละเอียดคือ บุญกิริยาวัตถุ ๑๐) โดยในส่วนของ “ธรรม” อาจจะขยายความเป็นความจริงหรือความรู้

ตัวอย่างอื่นๆ หาได้จากสถาบัน CSRI

9. บริษัทต่างประเทศ

ตัวอย่างกิจกรรมในต่างประเทศ หาดูได้จากเว้ปไซต์ของบริษัทชั้นนำของโลก ในที่นี่แสดงให้เห็นของ Walmart ซึ่งแสดงให้เห็นการคิดครบห่วงโซ่ของการผลิต และร่วมมือเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจกับคู่ค้า และมหาวิทยาลัย เพราะต้องการวิจัยและพัฒนามาประกอบกับการติดตามตรวจสอบ www.triplepundit.com and www.Walmartstores.com

วอลมาร์ท ตั้งเป้าการเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจเพื่อความยั่งยืนของธรรมชาติไว้ดังนี้

Target: energy => 100% renewable

waste => Zero waste

To produce products that sustain people and environment

10. City  แนวคิดความยั่งยืนเมื่อใช้กับเมือง มีตัวอย่างการรายงานความยั่งยืนของเมืองซานตา โมนิกา มลรัฐแคลิฟอร์เนีย

www.smgov.net

การวัดมีหลายมิติ ซึ่งในเวปไซต์ก็เปิดเผยข้อมูลไว้ให้เป็นการแบ่งปันความรู้ และยังอาจสอบถามเพิ่มเติมได้โดยตรงอีกด้วย

11. มหาวิทยาลัยเป็นแหล่งผลิตคนสำหรับอนาคตของสังคม ถ้า ณ จุดผลิตจุดนี้ ไม่ได้สร้างพลเมืองที่มีความใส่ใจในสิ่งรอบตัวในฐานะเป็นพลเมืองคนหนึ่งของสังคม ก็น่าเป็นห่วง

มหาวิทยาลัยในต่างประเทศ

ในด้านวิชาการ มหาวิทยาลัยชั้นนำอยู่ในกลุ่มผู้ศึกษาและผู้ผลักดันให้เกิดความสนใจในสังคม และเกิดเป็นนโยบายสาธารณะ ในด้านการปลูกฝังจิตสำนึก กิจกรรมในมหาวิทยาลัยเป็นต้นแบบให้กับนักศึกษาและสังคม www.greenreportcard.org

มหาวิทยาลัยไทยที่ตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นระดับแนวหน้าของโลก ต้องคำนึงถึงด้วย มิใช่คำนึงถึงแต่อันดับงานวิจัยที่ตีพิมพ์ หรือการมีนักศึกษาและอาจารย์ต่างชาติในมหาวิทยาลัย

ข้อมูลท่ี่นำมาแสดงเป็นข้อมูลที่หาได้ทั่วไป และเราอาจจะวัดประเมินตัวเองได้ เพราะในเวปไซต์นั้นได้บอกรายละเอียดวิธีวัดไว้ให้ด้วยแล้ว ยังไม่เคยได้ยินการประชาสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยไทยในประเด็นเหล่านี้อย่างหนาตา ถ้าเริ่มทำในมหาวิทยาลัย ก็ต้้องตั้งต้นเช่นเดียวกับที่อื่นๆ คือ มีนโยบาย มีการทำตัวเลขประกอบเพื่อให้กำหนดแนวนโยบายได้และวัดผลได้

12. แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีการทำอะไรในมหาวิทยาลัยไทยเสียเลย เพียงแต่ส่วนที่ทำยังจำกัดวงอยู่ในกลุ่มนักวิชาการ และนักวิจัยที่ใส่ใจ เป็นการทดลองหรือวิจัยเพื่อกำหนดนโยบายสาธารณะ หรือใช้งานในมหาวิทยาลัย ยังไม่ได้พันผูกไปถึงคุณค่าร่วมของบุคลากร และนิสิตนักศึกษาให้ลงมือปฏิบัติในชีวิตประจำวันอย่างชัดเจนและแพร่หลาย

หนึ่งในตัวอย่างงานที่มีประโยชน์ต่อสังคมจากผลงานวิจัย ได้แก่ การพัฒนากล้ายางนาที่จังหวัดน่าน จนได้กล้าไม้ยางนาที่แข็งแรงพอจะไม่ต้องดูแลในระยะหลังปลูก ซึ่งเหมาะมากสำหรับบริษัทที่ชอบให้พนักงานทำกิจกรรมปลูกป่า จะได้มั่นใจว่าปลูกแล้วโต ไม่ใช่ปลูกแล้วตาย

เราคงเห็นอะไรดีๆ มากขึ้นกว่านี้ในอนาคต

ทำไมเราจะต้องทำเรื่องนี้ _ _ ข้อเรียกร้องจากฝ่ายผู้ซื้อ

13. ฝรั่งเริ่มกำหนดมาตรฐานคุณภาพสินค้าที่เลยไปถึงกระบวนการผลิต ตามมาด้วยการโน้มน้าวด้วยรายงาน ซึ่งไม่แน่ว่าต่อไปจะอาจกลายเป็นกึ่งบังคับด้วยหรือไม่

นี่อาจจะมองได้ว่าเป็นการกีดกันทางการค้าอีกรูปแบบหนึ่ง

ในโลกที่การแข่งขันรุนแรง เขาวัดสกีรีสอร์ตว่าดีที่สุดหรือแย่ที่สุดในด้านการดูแลสิ่งแวดล้อม วัดศูนย์ประชุมหรือการจัดงานประชุมในประเด็นนี้ด้วย เราขายประเทศด้านการเป็นจุดหมายปลายทางงานจัดประชุม ต่อไปต้องแข่งขันด้านนี้เพราะผู้ตัดสินใจยกเป็นหนึ่งในประเด็นประกอบการพิจารณาเลือกสถานที่จัดประชุม นี่เป็นพลังของฝ่ายมีอำนาจซื้อ

เราขายสินค้าออกปีที่ผ่านมาเกือบ ๗๐ เปอร์เซนต์ของจี ดี พี ก็ต้องสนใจเรื่องนี้  และเมื่อบริษัทส่งออกต้องทำ บริษัทต้นทางที่ส่งสินค้าให้บริษัทปลายทางก็ต้องทำตามด้วย เพื่อให้ขายของได้

ประยุกต์ใช้ในบ้านเรา เราทุกคนในห้องนี้ก็เป็นผู้ซื้อ ในฐานะผู้ซื้อ เราก็เรียกร้องได้ เช่น เรียกร้องจากมหาวิทยาลัย ให้บ่มเพาะความเป็นพลเมืองผู้รับผิดขอบต่อสังคม ด้วยการกระทำเป็นตัวอย่างในรั้วการศึกษา

ถ้ามหาวิทยาลัยในประเทศไทยยังไม่ใส่ใจเท่าที่ควร บริษัทต่างๆ ที่พร้อมเป็นหน้าต่างเปิดโลกให้ และช่วยเป็นตัวดึงให้มหาวิทยาลัยหันมาใส่ใจในเรื่องเหล่านี้ให้มากขึ้น อาจจะด้วยการร่วมมือกันทำ หรืออาจจะต้ั้งกติกาในการรับพนักงานว่าจะคัดโดยเพ่ิมคะแนนให้มหาวิทยาลัยที่มีนโยบายเรื่องนี้ และลงมือปฏิบัติจริงในเขตการศึกษา เป็นต้น

ความใส่ใจสิ่งแวดล้อม ไม่ได้อยู่ที่นิสิตนักศึกษา แต่ต้องตั้งต้นที่ฝ่ายบริหารทุกระดับ

14. มองให้ไกลกว่านั้น

สินค้าอีกกว่า ๕๐ เปอร์เซนต์ของ จี ดี พี ซึ่งสินค้านำเข้า ในฐาะผู้ซื้อ เราจะสนใจดูด้วยไหม หรือเราพร้อมจะใช้ของที่ผลิตอย่างไร้มาตรฐาน ไร้ความใส่ใจในคุณภาพและสุขภาพของผู้บริโภค ทั้งที่นำเข้าจากต่างประเทศ และพร้อมที่ผลิตแบบนั้นในประเทศของเราเอง

 เห็นตัวอย่างจากพืชผักผลไม้ที่คนไทยถูกบั่นทอนสุขภาพด้วยของไม่ได้คุณภาพ ทั้งของไทยของเทศ ไม่ใช่เพราะเราผลิตให้ดีไม่ได้ ในฐานะผู้ผลิต เราทำได้ จะเห็นได้จากคุณภาพสินค้าส่งออกของเราที่ได้มาตรฐาน แต่ในฐานะผู้บริโภค เราทุกคนเป็นผู้บริโภคที่ยินดีกับของต่ำมาตรฐานส่งออก

นับว่าเราไม่เห็นค่าของชีวิตของเราเองนัก นี่นับรวมถึงผู้ผลิตสินค้าคุณภาพด้วย ที่มีชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมของเราที่ไร้คุณภาพ ทั้งอากาศที่เราหายใจเข้าไปที่มีมลภาวะ และยัง ผลิตภัณฑ์ต่างๆ อีก

ดูเฉพาะเรื่องอาหาร จะเห็นว่าเรารับได้กับความไร้คุณภาพนั้น ตั้งแต่ร้านแผงลอยขายอาหารข้างทาง ที่ไม่รู้ว่าล้างจานยังไง ไปจนถึงอาหารและเครื่องปรุงรสต่างๆ ที่นานๆ ก็มีข่าวว่าใส่สารก่ออันตรายต่อสุขภาพ

ถ้าบอกว่า ไม่เป็นไร เราไม่ได้กิน คนอื่นกิน แต่ว่าคนอื่นที่ว่านั้น ส่วนหนึ่งก็คือคนงานของเราเอง และลูกๆ หลานๆ ของเราเอง หรือว่าจะให้ลูกหลานกินแต่อาหารนำเข้า ซึ่งเปลืองนำ้มันที่ต้องใช้ไปในการขนส่งสินค้ามา แล้วเวลาลูกหลานของพวกเราไปโรงเรียน เขากินอะไรในโรงเรียน

ตอนสำคัญที่สุดคือวัยเด็ก เราให้อะไรเข้าไปในกาย และใจของเขาบ้าง เพื่อภูมิคุ้มกันในอนาคต การประพฤติด้านการกินที่ดีที่สุด คือกินอาหารผลิตจากพื้นที่ (Locally grown) และอาหารไทยของเราก็อร่อยติดอันดับโลกเสียด้วย

ถ้าบอกว่าเขาอยู่เมืองไทยไม่นาน อีกหน่อยจะส่งไปเรียนหนังสือเมืองนอกแล้ว แต่ว่าในที่สุดเมื่อเขากลับมาก็จะอยู่ในสังคมนี้เองต่อไป

นอกจากเรื่องส่วนตัวแล้ว ก็ต้องถามว่า เขาจะแคร์กับสังคมนี้ไหม หรือว่ามาอยู่เพียงเพื่อจะหาประโยชน์ ไม่มีเมื่อไหร่ก็ย้ายไปอยู่ต่างประเทศ เหมือนพวกเราบางคนที่ทำลายสิ่งแวดล้อมในชนบทไทย เพราะไม่คิดจะอยู่ตรงนั้น และตรงนั้นไม่ใช่บ้าน

ต่างชาติบางรายที่เข้ามาลงทุนก็คิดทำนองเดียวกัน ไม่งั้นก็คงไม่มี ดับเบิล สแตนดาร์ด ในการทำธุรกิจ อย่างที่เห็นๆ กันอยู่ ว่าบางบริษัทมีมาตรฐานหนึ่งสำหรับประเทศและทวีปของตัวเอง  อีกมาตรฐานหนึ่งสำหรับประเทศด้อยพัฒนา ด้อยความใส่ใจ ด้อยการดูแลให้เกิดการปฏิบัติตามกฎหมาย

15. เมืองไทยเป็นเมืองที่มีความสามารถในการพึ่งตนเองได้แทบทุกด้าน เพราะ

ก. เราพึ่งตัวเราเองได้ในเรื่องน้ำจืด เพราะต้นน้ำของแม่น้ำที่หล่อเลี่้ยงผืนแผ่นดินของเรา เกิดในประเทศของเราเอง

ข.เราพึ่งตัวเองได้ในเรื่องอาหาร และเป็นไม่กี่ประเทศที่ส่งอาหารออกได้

ค. เราพึ่งตัวเราเองได้ในเรื่องชายฝั่งและอาหารทะเลจากอ่าวไทย

มีทั้งหมดนี้แล้วจะเอาอะไรอีก แค่รักษาไว้ให้ดีไม่ได้หรือ

ดังนั้น เรื่องความยั่งยืนของสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ เป็นอนาคตที่อยู่ในมือของพวกเราเอง ไม่นับสภาพแวดล้อมทางสังคม ที่อยู่ในมือพวกเราเองอยู่แล้ว

จะทำได้ยังไงบ้าง

16. แรงส่งที่ทรงพลังที่สุดคือ แรงส่งจากจิตสำนึกหรือมโนธรรมของปัจเจกบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหารระดับสูงที่เป็นคนตั้งเข็มทิศให้องค์กร

เมื่อฝ่ายบริหารในห้องนี้มีความสนใจและตั้งใจแล้ว ก็ต่อเร่ืองได้ไม่ยาก เร่ิมต้นด้วยการปลุกจิตสำนึกให้กับพนักงานและบุคคลอื่นๆ

จิตสำนึกนี้มาแต่ไหน

มาจากการได้เห็นอยู่เรื่อยๆ ได้คิดอยู่เรื่อยๆ จนเป็นคุณค่าที่ติดตัว ในบ้านตัวเอง แม่สอนมาแต่เด็ก ไม่ให้เบียดเบียนธรรมชาติ ใช้เท่าที่จำเป็น และใช้อย่างประหยัด ใช้ให้คุ้มค่ากับที่ได้ทำขึ้นมาเพื่อใช้ เปล่า แม่ไม่ได้พร่ำสอน แม่สอนด้วยการประพฤติปฏิบัติตนตลอดชีวิตของแม่

17. จากตัวอย่างต่างๆ ที่ยกมาข้างต้นเป็นลำดับ คงจะเห็นแล้วว่าตั้งต้นได้ไม่ยากเลย

ด้านอาคาร สำนักงาน ก.ล.ต. เอง ในการออกแบบปรับปรุงสำนักงานแห่งใหม่ ที่ถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งเป็นอาคารเก่า ก็ได้คำนึงถึงเรื่องการประหยัดน้ำและไฟ การไม่ใช่้พรมปูพื้นในพื้นที่ส่วนมาก ด้วยเหตุผลด้านสุขภาพของผู้ทำงานในสำนักงาน ได้ในเรื่องการประหยัดการใช้พลังงานและเคมีภัณฑ์ลงไปได้บ้างด้วย

ในการออกแบบอาคารสยามสแควร์วัน ที่กำลังลงมือก่อสร้างคำนึงถึงการไม่เบียดเบียนธรรมชาติให้มากนักด้วย แน่นอนว่า ไม่ได้พยายามจะทำให้ได้มาตรฐานนานาชาติ ซึ่งอาจจะไม่ประหยัดสำหรับประเทศของเรา ถ้าวัสดุอุปกรณ์หลายอย่างจะต้องนำเข้า เราจึงใช้มาตรฐานไทยๆ คือ “สามัญสำนึก” + ความรู้ทางเทคนิคของสถาปนิกและวิศวกรของเรา โดยผนวกการใช้งานอย่างมีสติปัญญาเข้าไปให้มากที่สุด

18. ด้านรายงานความยั่งยืน

กำลังเสนอแนะให้สำนักงาน ก.ล.ต. คิดทำรายงานความยั่งยืน เริ่มจากการลงมือทำจริงตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปี ๒๕๕๔ เพื่อเป็นการตั้งต้นว่า ใน ก.ล.ต.จะทำจริงๆ

รายงานทำไม่ยาก ถ้าจะเริ่ม เพราะผิด ตก ยกเว้น ได้ แต่การเริ่มก้าวแรกเป็นก้าวสำคัญมาก ถ้าตั้งความหวังไว้ให้รายงานสมบูรณ์ในครั้งแรก ก็เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา และเวลาจะล่วงเลยไปเรื่อยๆ

ข้อเท็จจริงง่ายๆ มีอยู่ว่า ไม่เริ่มตั้งเป้า แล้วลงมือทำ ก็ไม่มีอะไรจะใส่ในรายงาน

ขอให้ กรีน อย่างมีสติ

กรีน ในการปฏิบัติตนที่ออกมาจากเนื้อใน

19. ตัวอย่างเรื่องที่ทำได้ไม่ยากเรื่องแรกคือ เรื่องของเสียอันตราย ทิ้งได้ที่ไหน มีถังขยะต่างหากหรือไม่ และถ้ามี สุดท้ายส่งไปที่ไหน

เราเริ่มเรื่องนี้กันไหม ทุกคนกลับไปที่ทำงานแล้ว จัดให้มีถังขยะ ๑ ถังในทุกที่ทำงาน สำหรับใส่ของเสียอันตราย เช่น แบตเตอรี เป็นต้น

แล้วยังมีเจ้าแผ่น ซีดี สวยๆ ที่ส่งแทนรายงานประจำปีอีก ไม่ใช้แล้วจะให้เอาไปไหนดี ไม่ใช่เหวี่ยงลงถังเดียวกับกระดาษ หรือให้ซาเล้งเอาไปติดเป็นแผ่นสะท้อนแสงเท่านั้น

20. แต่ละเรื่องดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไม่สำคัญ แต่บางสิ่งท่ี่เล็กๆ น้อยๆ นั้นสำคัญมาก

สิ่งนั้นคืออะไร

คือใจของเรา ที่ต้องตั้งให้ถูก ไทยเรียกว่าทัศนคติ ฝรั่งว่า Attitute พระบาลีว่า ทิฏฐุชุกรรม และสัมมาทิฏฐิ ตั้งให้ตรง และตั้งให้เหมาะให้ควร

ดิฉันเริ่มแล้ว ท่านทั้งหลายล่ะ จะเริ่มไหม

“ออกจากห้องนี้ไปในวันนี้ คุณจะทำอะไรทันทีสักอย่างในองค์กรของคุณไหม”

คิดในใจไม่หนักแน่นเลย ยกมือก็ยังไม่หนักแน่นนัก จะให้ดีกว่าคือเขียนลงในกระดาษถึงตัวคุณเอง และอาจจะฝากแผ่นหนึ่งไว้ให้กับทางผู้จัดด้วยก็ดี เวลาผ่านไป ๑ ปี ให้ผู้จัดส่งกระดาษที่คุณจ่าหน้าไว้แล้วส่งกลับไปเตือนคุณเองอีกคร้ั้ง แบบนี้มีโอกาสทำจริงๆ สูงขึ้น

นี่เป็นก้าวแรก และก้าวแรกยิ่งใหญ่เสมอ

นวพร เรืองสกุล ประธานกรรมการ คณะกรรมการ ก.ล.ต.

ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “CSR กับการพัฒนาธุรกิจที่ยั่งยืน” ใน CSR Forum ซีเอสอาร์ – ย่างก้าวสู่ความยั่งยืนของธุรกิจ                                                                                        ๓๐ กันยายน ๒๕๕๔

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s